‘ไอติม พริษฐ์ ’ ฟาดแรง กกต. มัวแต่ห่วงแก้ข่าวทำลายภาพลักษณ์ แต่สอบตกเรื่องการชี้แจงความโปร่งใส เสนอ 4 เช็กลิสต์คำถามใหญ่ตั้งแต่นวัตกรรมบัตรมีรหัสยันความล่าช้าของระบบ Digital Reporting เตือนหากเลือกตั้งซ่อมอาทิตย์นี้ยังใช้ระบบเดิมโดยไร้มาตรการป้องกันความเสี่ยง อาจตอกย้ำความผิดพลาดซ้ำซากที่ประชาชนยอมรับไม่ได้
ท่ามกลางกระแสการตรวจสอบความโปร่งใสของการเลือกตั้ง 2569 ที่เข้มข้นขึ้น ล่าสุด ‘นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน’ ออกมาโพสต์ข้อความ โดยระบุว่า
รวมทุกคำถามถึง กกต. – ขอคำตอบชัดๆ เพื่อให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย
ผมได้เฝ้ารอการแถลงข่าวของ กกต. มา 2 วัน ตั้งแต่เปิดสัปดาห์นี้มา แต่สิ่งเดียวที่ผมกลับเห็นในเพจ Facebook ทางการของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง คือภาพการประชุมเพื่อหารือเรื่องแนวทางในการ “ติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์” ของ กกต. (หากไม่นับคลิปเรื่องการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ ที่ลงหลังหมดเขตไปแล้ว และถูกลบออกไป)
ผมเสนอแนะว่าหากท่านกังวลเรื่อง “ภาพลักษณ์” และความน่าเชื่อถือของ กกต. ท่านเริ่มต้นได้ โดยการตอบคำถามเหล่านี้ให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัยครับ
เพื่อสะดวกต่อการทำงานของ กกต. ผมขออนุญาตรวบรวมประเด็นและคำถามที่ผมมี และอยากขอให้ กกต. กรุณาชี้แจงและตอบให้ชัด เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา
หากพี่ๆสื่อมวลชนที่ได้มีโอกาสถาม กกต. จะพิจารณาหยิบคำถามไหนไปถาม ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ
ปัญหา = บัตรเลือกตั้งแต่ละใบมี barcode ที่มีรหัสเจาะจง (unique) และสามารถใช้ระบุย้อนกลับไปได้ว่าใครกาบัตรดังกล่าว โดยการใช้ข้อมูลที่ต้นขั้วและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
1.1. ตอนนี้ กกต. ได้ยอมรับเป็นที่ชัดเจนแล้ว ว่า barcode ของบัตรสีชมพู (สส. บัญชีรายชื่อ) สามารถระบุ “รหัสบัตร” แบบเจาะจงได้:
– แล้วตกลง QR code ของบัตรีสีเขียว (สส. เขต) สามารถระบุ “รหัสบัตร” แบบเจาะจงได้เช่นกันหรือไม่ หรือทำได้เพียงการระบุ “รหัสเล่ม” (ซึ่ง 1 เล่มจะมีบัตรหลายใบ)?
– กกต. จะยอมรับหรือพิสูจน์ให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัยเรื่องนี้ได้อย่างไร?
1.2. หาก กกต. ยืนยันว่าจำเป็นต้องมีมาตรการในการระบุ “รหัสบัตร” ในบัตรเลือกตั้ง เพื่อรักษาความปลอดภัย-ป้องกันการปลอมแปลง:
– แล้วเหตุใด บัตรสีเหลือง (บัตรออกเสียงประชามติ) ถึงไม่มี barcode หรือ QR code ที่สามารถใช้ระบุ “รหัสบัตร” ได้?
– ทำไม กกต. จึงวางแนวปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างบัตรเลือกตั้ง กับ บัตรออกเสียงประชามติ?
1.3. ในเมื่อ barcode ของบัตรสีชมพู (สส. บัญชีรายชื่อ) สามารถระบุ “รหัสบัตร” แบบเจาะจงได้ กกต. ยังจะยืนยันอยู่ใช่หรือไม่ ว่าการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นการออกคะแนนเสียงโดย “ลับ”?
– แม้ กกต. จะพยายามอธิบายว่าการเลือกตั้งยังเป็นไปโดย “ลับ” เพราะ “ตรวจสอบได้ยากว่าใครกาอะไร (หากคนนั้นไม่เปิดเผยเอง) เพราะต้องเข้าถึงข้อมูลหลายส่วน”…
– แต่ที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าสังคมโดยทั่วไปเข้าใจมาโดยตลอดว่า การเลือกตั้งจะเป็นไปโดย “ลับ” ต่อเมื่อ “ไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่าใครกาอะไร (หากคนนั้นไม่เปิดเผยเอง) ไม่ว่าจะเข้าถึงข้อมูลใดๆก็ตาม”
1.4. แม้จะยอมยึดตามที่ กกต. บอกว่าการเลือกตั้งยังเป็นไปโดย “ลับ” เพราะ “ตรวจสอบได้ยากว่าใครกาอะไร” กกต. ยอมรับได้ไหม ว่า การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ไม่ได้ “ยาก” อย่างที่ กกต. นำเสนอ เพราะแม้ กกต. บอกว่า กกต. มีการเก็บตัวบัตรเลือกตั้ง และต้นขั้วไว้ในที่ที่ปลอดภัยหลังนับคะแนนเสร็จ แต่สังคมได้ออกความเห็นมาพอสมควรแล้วว่ามีหลายวิธีมาก ที่สามารถออกแบบระบบเพื่อเช็คได้ว่าใครกาอะไร โดย (1) ไม่จำเป็นต้องเข้าถึง บัตรเลือกตั้งหรือต้นขั้ว ที่ กกต. จัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัยหลังนับคะแนนเสร็จ และ (2) ไม่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ หรือ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ด้วยซ้ำ?
– ตัวอย่าง 1: ผู้สมัคร จูงใจหรือข่มขู่ให้ นาย ก. เลือกตนเอง โดยขอให้ นาย ก. จำรหัสต้นขั้ว (อย่างน้อยคือเลข 3-4 ตัวหลัง) และแจ้งกลับมาที่ผู้สมัคร / เมื่อมีการนับคะแนน ผู้สมัครให้ทีมสังเกตการณ์ตั้งกล้องถ่ายบัตรทุกใบตอนมีการนับและขานคะแนนในที่แจ้ง เพื่อนำมาสแกนและเช็คว่าบัตรที่มีรหัสตรงกับรหัสต้นขั้วที่นาย ก. แจ้งมา เป็นบัตรที่ลงคะแนนให้ตนหรือไม่
-ตัวอย่าง 2: ผู้สมัคร หาผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1 คน (เช่น นาย ก.) ให้ทำหน้าที่เป็น “หัวคะแนน” โดยขอให้นาย ก. นำประชาชนที่ผู้สมัคร หรือ นาย ก. จูงใจหรือข่มขู่ให้เลือกตนเอง มาเรียงคิวรับบัตรเลือกตั้งหลังนาย ก. / เมื่อนาย ก. รู้รหัสต้นขั้วตนเอง (เช่น xx0001) ก็จะรู้ว่าคนที่เข้าคิวถัดมาจะต้องมีรหัสต้นขั้ว (xx0002 / xx0003 / xx0004 เป็นต้นไป) / เมื่อมีการนับคะแนน ผู้สมัครให้ทีมสังเกตการณ์ตั้งกล้องถ่ายบัตรทุกใบตอนมีการนับและขานคะแนนในที่แจ้ง เพื่อนำมาสแกนและเช็คว่าบัตรที่มีรหัสตรงกับรหัสต้นขั้วที่นาย ก. แจ้งมาของ นาย ก. เอง และของกลุ่มคนที่เรียงคิวหลังนาย ก. เป็นบัตรที่ลงคะแนนให้ตนหรือไม่
1.5. หากจะให้เหตุผลว่าบางประเทศ (เช่น สิงคโปร์ หรือ สหราชอาณาจักร) มีการใช้รหัสบัตรที่สามารถระบุย้อนกลับไปในเชิงทฤษฎีได้ (ซึ่งคงใช้เป็นเหตุผลทางกฎหมายได้ยากเนื่องจากกฎหมายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน – https://shorturl.at/PZmoD ) ก็ต้องบอกว่าประเทศดังกล่าวจะเปิดให้มีการเข้าถึงบัตรเลือกตั้งหรือต้นขั้วหลังนับคะแนนได้ต่อเมื่อต้องมีคำสั่งศาลเท่านั้น แต่สำหรับประเทศไทย เราเข้าใจถูกหรือไม่ว่าเกณฑ์หรือดุลพินิจในการตัดสินใจว่าจะมีการเปิดให้ใครเข้าถึงบัตรเลือกตั้งหรือต้นขั้วนั้น ขึ้นอยู่กับ กกต. เพียงผู้เดียว?
1.6. ใครรับรู้มาก่อนเรื่องการมีระบบ barcode และ QR code ในการเลือกตั้งรอบนี้บ้าง? แน่นอนว่าผู้รู้ต้องรวมถึง กกต. (ในฐานะผู้กำหนดแบบและผู้อนุมัติการสั่งพิมพ์) และ โรงพิมพ์ (ในฐานะผู้ดำเนินการจัดพิมพ์) แต่
– มีใครอีกหรือไม่ ที่สามารถรับรู้หรือเข้าถึงข้อมูลเรื่องการมีระบบ barcode และ QR code เช่นนี้ได้?
– กกต. ได้มีการวางมาตรการอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นรับรู้ถึงระบบ barcode และ QR code?
1.7. วันอาทิตย์ 22 ก.พ. ที่จะถึงนี้ ที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย ทาง กกต. จะยังคงดำเนินการด้วยบัตรเลือกตั้งที่มีระบบ barcode และ QR code แบบเดิมใช่หรือไม่?
– หากยังเป็นระบบเดิม ทาง กกต. จะป้องกันความเสี่ยงที่กล่าวมาอย่างไร (โดยเฉพาะการเช็คการลงคะแนนของประชาชนตามตัวอย่างใน 1.4)?
– หากจะเปลี่ยนระบบให้ไม่มี barcode และ QR code แล้ว จะถือเป็นการปฏิบัติด้วยมาตรฐานที่แตกต่างจากเดิมหรือไม่ และจะถือเป็นการแสดงว่า กกต. ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นวันที่ 8 ก.พ. ใช่หรือไม่?
ปัญหา = จำนวนบัตรสีเขียว (ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. เขต) กับ จำนวนบัตรสีชมพู (ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. เขต) ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน มีจำนวนที่แตกต่างกันอย่างมีนับสำคัญ
2.1. แม้ กกต. จะแถลงว่าจำนวนบัตร 2 ใบ ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน อาจไม่เท่ากัน หากอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์รายงานผลของ กกต. แต่ กกต. จะมีคำอธิบายอย่างไรกับจำนวนบัตร 2 ใบที่ไม่เท่ากัน ที่มาจากข้อมูลบนบอร์ด ณ เขตเลือกตั้ง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลบนเว็บไซต์รายงานผล?
– เช่น สงขลา เขต 3 และ ศรีสะเกษ เขต 2 ที่ผมได้โพสต์ก่อนหน้านี้ ( https://shorturl.at/w4YIk )
– เช่น กรุงเทพมหานคร เขต 24 และ สมุทรสาคร เขต 4 ที่ได้แถลงข่าวก่อนหน้านี้ ( https://shorturl.at/Dbpwb )
ปัญหา = คะแนนของผู้สมัครหรือพรรคในบางหน่วย มีคะแนนไม่เท่ากัน (ทั้งที่ควรจะเท่ากัน) ระหว่าง:
– (A) 5/11 วันนับ : คะแนนในใบขีดคะแนนรายหน่วยที่ถูกถ่ายทันทีหลังนับเสร็จ
– (B) 5/18 วันนับ : คะแนนในใบรายงานผลรายหน่วยที่ถูกแปะในบอร์ดหลังนับเสร็จ
– (C) 5/18 กกต. : คะแนนในใบรายงานผลรายหน่วยที่ กกต. ทยอยเผยแพร่ในเว็บไซต์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
3.1. ถ้าหน่วยไหนที่ คะแนนใน “5/18 วันนับ” vs. “5/18 กกต.” ไม่ตรงกัน (ตัวอย่างจาก ภูเก็ต เขต 3: https://x.com/thitipruethikul/status/2022722206284034190 )
– กกต. จะอธิบายตัวเลขที่ไม่ตรงกันอย่างไร?
– กกต. จะทำอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจ ว่าทั้งหมดนี้ เป็นความบกพร่องโดยสุจริต โดยไม่ได้มีใครใน กกต. ส่วนกลาง ระดับจังหวัด หรือ ระดับเขต ที่จงใจดัดแปลงคะแนนจากที่ถูกส่งต่อจากแต่ละหน่วยเข้ามา?
– แม้จะเป็นความบกพร่องโดยสุจริต กกต. จะแก้ไขข้อผิดพลาดนี้อย่างไร และจะดำเนินการตรวจสอบอย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดลักษณะนี้ในหน่วยอื่น ที่ประชาชนยังไม่ได้ทักท้วงเข้ามา?
3.2. ถ้าหน่วยไหนที่ คะแนนใน “5/11 วันนับ” vs. “5/18 กกต.” ไม่ตรงกัน (ตัวอย่างจาก กทม. เขต 9: https://shorturl.at/LJaRK )
– กกต. จะอธิบายตัวเลขที่ไม่ตรงกันอย่างไร?
– กกต. จะทำอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจ ว่าทั้งหมดนี้ เป็นความบกพร่องโดยสุจริต โดยไม่ได้มีใครในแต่ละหน่วยที่จงใจกรอกผลคะแนนรายหน่วย ให้ไม่ตรงกับใบขี้ดคะแนนที่ประชาชนร่วมสังเกตการณ์และตรวจสอบการขีดคะแนน?
– แม้จะเป็นความบกพร่องโดยสุจริต กกต. จะแก้ไขข้อผิดพลาดนี้อย่างไร และจะดำเนินการตรวจสอบอย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดลักษณะนี้ในหน่วยอื่น ที่ประชาชนยังไม่ได้ทักท้วงเข้ามา?
3.3. กกต. จะเปิดเผยใบรายงานผลรายหน่วย (5/18 กกต.) ให้ครบบถ้วนทุกหน่วย ตามที่กฎหมายกำหนด ได้ภายในเมื่อไหร่? (ในเมื่อตอนนี้ผ่านมาแล้ว 9 วันหลังจากการเลือกตั้ง และในเมื่อระเบียบเดิมกำหนดให้ต้องเปิดเผยให้ครบภายใน 5 วันหลังจากการเลือกตั้ง ก่อนที่ กกต. จะไปแก้จาก “ภายใน 5 วัน” เป็น “โดยเร็ว” เมื่อปลายปี 2568)
3.4. กกต. จะเปิดเผยใบขีดคแะนนรายหน่วย (5/11) ให้ครบถ้วนทุกหน่วย ได้หรือไม่? (เพราะแม้กฎหมายไม่ได้บังคับให้เปิด แต่จากความผิดพลาดที่เราเห็นข้างต้น การเปิดเผยให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ จะเป็นวิธีการที่ดีในการทำให้เราร่วมกันแก้ไขข้อผิดพลาด และทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าการรวมคะแนนนั้นมีความถูกต้อง-แม่นยำ)
ปัญหา = เว็บไซต์รายงานผลการเลือกตั้ง ยังค้างอยู่ที่ 94.33% แม้ผ่านมาแล้ว 9 วันหลังจากการเลือกตั้ง
4.1. กกต. จะใช้เวลาอีกกี่วัน ถึงจะมีการรายงานผลการเลือกตั้งได้ 100% ในเมื่อ 2562 ใช้เวลา 4 วัน และ 2566 ใช้เวลา 11 วัน (หากอ้างอิงข้อมูลจาก iLaw: https://shorturl.at/NJVwZ )
4.2. หากใช้เวลาเกินกว่าครั้งก่อน เหตุใดที่ทำให้ครั้งนี้มีความล่าช้ากว่าครั้งก่อน?
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘ไอติม พริษฐ์’ มัดรวมทุกคำถามถึง กกต. ขอคำตอบชัด ให้ประชาชนสิ้นสงสัย