กรมการค้าภายใน เร่งหามาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาราคาตกต่ำตั้งแต่ตลาดส่งออกจีนเปิดนำเข้ามะพร้าวจากอินโดนีเซียและเวียดนาม รวมไปถึงพฤติกรรมผู้บริโภคจีนเปลี่ยนไป ล่าสุดจับมือ แม็คโคร โลตัส ระบายผ่าน 2,600 สาขาทั่วประเทศ ดันราคาหน้าสวนกระเตื้อง จากลูกละ 2-3 บาท เป็น 6-7 บาทแล้ว
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมในปีนี้ที่ปริมาณผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันตลาดส่งออกสำคัญอย่างประเทศจีน มีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภค โดยช่วงที่ผลผลิตไทยมีน้อย จีนได้เปิดนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม
ประกอบกับเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว ชาวจีนเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเป็นน้ำมะพร้าวแทนผลสด ส่งผลให้การส่งออกมะพร้าวน้ำหอมผลสดลดลง กระทบต่อเนื่องมาที่ราคามะพร้าวในประเทศ ประกอบกับสัดส่วนมะพร้าวเกรดรอง น้ำหนักผลไม่เกิน 1 กิโลกรัม หรือลูกเล็ก แต่คุณภาพน้ำและเนื้อหวาน แต่ไม่สามารถส่งออกได้เนื่องจากมาตรฐานส่งออก ส่งผลให้เกิดการสะสมในประเทศจำนวนมาก
ส่งผลให้กรมต้องเร่งหามาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกออกมาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งจุดรับซื้อในพื้นที่ในราคานำตลาด เปิดจุดจำหน่ายให้แก่กลุ่มเกษตรกร และเชื่อมโยงพันธมิตรต่าง ๆ เข้าซื้อมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ ผ่านความร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้ง AFC หอการค้า ผู้ประกอบการ และห้างค้าปลีกสมัยใหม่ โดยล่าสุดร่วมกับบริษัท CP Axtra จำกัด (มหาชน) ห้างแม็คโครและโลตัส ซึ่งพร้อมเข้ามาเป็นพันธมิตรหลักในการช่วยกระจายผลผลิตให้เกษตรกร
“ปกติ CP Axtra รับซื้อมะพร้าวประมาณ 3 ล้านลูกต่อปี แต่ปีนี้ซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านลูกต่อปี เบื้องต้นตั้งเป้ารับซื้อเร่งด่วนภายในเดือนเมษายนจำนวน 3 ล้านลูก เพื่อจำหน่ายในราคาพิเศษให้ประชาชน ผ่านช่องทางกระจายสินค้าครอบคลุมกว่า 2,600 สาขาทั่วประเทศ ถือเป็นการช่วยทั้งเกษตรกร และยังได้เปิดพื้นที่ในห้างแม็คโครและโลตัสรวม 10 สาขาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และสำนักงานใหญ่ 1 แห่ง ให้เกษตรกรนำมะพร้าวน้ำหอมสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปมาจำหน่ายตรงถึงผู้บริโภคโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”
อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นปี กรมสามารถเชื่อมโยงผลผลิตได้แล้วรวม 2,800,500 ลูก คิดเป็นมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท แบ่งเป็นการเปิดจุดรับซื้อราคานำตลาด 1,020,000 ลูก ความร่วมมือภาคเอกชนและกิจกรรม CSR 200,000 ลูก การสั่งซื้อผ่านพาณิชย์จังหวัด 180,000 ลูก การกระจายผ่านห้างโมเดิร์นเทรด ตลาดกลาง และตลาดสด 350,000 ลูก การเชื่อมโยงผ่านสถานีบริการน้ำมัน 80,000 ลูก และการเปิดจุดจำหน่ายในพื้นที่ศักยภาพรวม 970,500 ลูก เพื่อเร่งดูดซับผลผลิตและกระจายออกจากแหล่งผลิตอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กรมต้องดำเนินมาตรการระยะกลาง ระยะยาวควบคู่กัน เพื่อรักษาตลาดมะพร้าวน้ำหอม รวมถึงน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ที่ประสบปัญหา เบื้องต้นกรมได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในประเด็นการแสดงฉลากให้ตรง รวมถึงแนวทางการแยกน้ำมะพร้าวแต่งกลิ่นกับน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% ให้มีความชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทั้งในและต่างประเทศ
รวมถึงการเพิ่มคุณภาพมะพร้าวน้ำหอมโดยการบำรุงรักษาต้นพันธุ์ ใช้ต้นพันธุ์อายุไม่เกิน 15 ปี การจัดโซนพื้นที่การปลูก เพื่อให้ได้มะพร้าวน้ำหอมที่มีผลผลิตได้คุณภาพมาตรฐาน ตามที่ตลาดต้องการ
นอกจากนี้ ยังนำแนวคิด Zero Weste ในส่วนของเปลือกและกะลามะพร้าวที่จะมีจำนวนมากจากการควั่นและเจาะน้ำ โดยการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาแปรรูปเป็นสินค้าต่าง ๆ อาทิ ถ่านอัดแท่งจากกะลามะพร้าว Biochar หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุคงเหลือ เพื่อยกระดับมูลค่าทั้งระบบห่วงโซ่ต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของมะพร้าวผลสดในปี 2569 คาดว่าในช่วงเดือนเมษายนจะปรับตัวสูงขึ้น โดยขณะนี้ราคามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้านนางสาวกชกร ทองทา เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม จังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมออกสู่ตลาดจำนวนมากและกระจุกตัวต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผลผลิตตกค้างในพื้นที่จังหวัดราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ราคามะพร้าวช่วงเดือนมกราคม มีราคาหน้าสวนลูกละ 2-3 บาท โดยกรมการค้าภายในได้เข้ามาช่วยพยุงราคา ทำให้มะพร้าวน้ำหอมราคาปรับตัวสูงขึ้นในระดับ 4-5 บาทต่อลูก
“กรมที่ร่วมกับห้างแม็คโครและโลตัสเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำมะพร้าวมาจำหน่ายโดยตรง ได้รับผลตอบรับดีมาก ส่งผลให้ราคามะพร้าวหน้าสวนเริ่มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ จนปัจจุบันราคาหน้าสวนอยู่ที่ 6-7 บาทต่อลูก”
อ่านข่าวต้นฉบับ: มะพร้าวหน้าสวนราคาดีขึ้น ขยับขึ้นเป็น 6-7บาท/ลูก
