ประสบการณ์ที่ปรึกษากฎหมายรัฐบาล ในห้องประชุม ครม.7 ปี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มีข่าวสะพัดว่า ได้ยื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติการเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ใน ครม.อนุทิน 2
ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุด 23 มีนาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อส่งเอกสารตรวจคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ในโผรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 2 ซึ่งเกือบทุกตำแหน่ง 35 ชื่อ ใกล้ลงตัวแล้ว เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ในสัปดาห์นี้
ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า นายปกรณ์ มีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 2 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย จะไม่ร่วม รัฐบาลชุดใหม่
และปรากฏชื่อของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นบุคคลที่เคยทำงานใกล้ชิดนักกฎหมายอันดับมือ 1 และ มือ 2 ของประเทศ คือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ฉบับปี 2560 และนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมายที่ทำงานกับอดีตนายกรัฐมนตรีมานับ 10 สมัย
นายปกรณ์ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ยุคนายวิษณุ เครืองาม เป็นรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อมาในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน นายปกรณ์ มีข้อขัดแย้งกับรัฐบาลกรณีนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เมื่อคณะกรรมกฤษฎีกาส่งความเห็นให้รัฐบาลในเวลานั้น ตอนหนึ่งว่า “การออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทตามนโยบายของรัฐบาลควรออกเป็น พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก. นั้น หากรัฐบาลไม่ทำตามเงื่อนไข ของมาตรา 53, 57 รวมถึงมาตรา 6, 7, 9, 49 ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง และทำให้เห็นเป็นเชิงประจักษ์ การกู้เงินโดยกระทรวงการคลัง ไม่สามารถกระทำได้”
คำตอบดังกล่าวเกือบทำให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ไม่ได้ต่ออายุราชการ กรณีอยู่ครบวาระ 4 ปี แล้วต่อายุได้คราวละ 1 ปี 2 ครั้ง แต่ในที่สุด นายปกรณ์ ก็ได้ต่ออายุ จนถึงปัจจุบัน และเมื่อครบวาระในปี 2569 ตามระเบียบเขาต้องย้ายไปสังกัด กระทรวงอื่น
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ อายุ 58 ปี เคยดำรงตำแหน่ง ผอ.สถาบันกฎหมายพัฒนาเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, ผอ.ฝ่ายพัฒนากฎหมาย, ผอ.สำนักกฎหมายต่างประเทศ, กรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
จากนั้นไปดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, รอง ผอ.สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี, ผอ.สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) และขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในฝ่ายกฏหมายรัฐบาล เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาและกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ แจ้งบัญชีทรัพย์สิน ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2567 ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ระบุว่า นายปกรณ์ และนางสมาพร นิลประพันธ์ คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 43,789,757 บาท ไร้หนี้สิน
นายปกรณ์ แจ้งมีทรัพย์สิน 29,429,033 บาท ได้แก่ เงินฝาก 7 บัญชี รวมมูลค่า 8,618,953 บาท เงินลงทุน 7,129,801 บาท (ในเอกสารรายละเอียดเงินลงทุนระบุ จำนวนเงินลงทุนรวม 6,629,801 บาท) ที่ดิน 2 แปลงในจังหวัดกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 2,000,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง บ้าน 2 หลังในจังหวัดกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 4,000,000 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 1 คัน 600,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 3,362,492 บาท ทรัพย์สินอื่น เช่น ทองคำ เหรียญสะสม อัญมณี เป็นต้น รวมมูลค่า 3,717,786 บาท
นางสมาพร มีทรัพย์สิน 14,360,724 บาท ได้แก่ เงินฝาก 7 บัญชี รวมมูลค่า 6,484,050 บาท เงินลงทุน 470,872 บาท ที่ดิน 2 แปลงในจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ รวมมูลค่า 2,871,825 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง บ้าน 1 หลังในจังหวัดเชียงใหม่ 2,000,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 2,533,975 บาท
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เส้นทางการศึกษา และการเข้าโปรแกรมฝึกอบรม ในหลักสูตรคอนเนกชั่นหลายแห่ง ดังนี้
ประสบการณ์การทำงาน (5 ปีย้อนหลัง)
อ่านข่าวต้นฉบับ: เปิดประวัติ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขากฤษฎีกา ลุ้นเก้าอี้รัฐมนตรี อนุทิน 2