ธนชาตประกันภัย กางแผนปี’69 ตั้งเป้าเบี้ยรับรวม 1.3 หมื่นล้านบาท เติบโต 11% เล็งเจาะประกันภัยบ้าน หลังพบคนไทยมีบ้าน 25 ล้านหลังมีประกันแค่ 8% ชี้เป็นโอกาสเติบโต ตั้งเป้าเบี้ย 400-500 ล้านบาท พร้อมลุยประกันอีวีต่อเนื่อง ยันไม่ขาดทุน เหตุเลือกรับเฉพาะบางรุ่น-บางยี่ห้อ คาดปีนี้มีเบี้ยอีวี 1 พันล้านบาท พร้อมออกประกันภัยรถ 4 โปรดักต์ใหม่
นางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมประกันภัยในปี 2568 จะเห็นว่าเติบโตไม่สูงมากนักโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5-3.5% ส่วนหนึ่งมาจากเผชิญวิกฤตทั้งแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ แต่จะเห็นการเติบโตในเซ็กเตอร์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) มากขึ้น
อย่างไรก็ดี ในปี 2568 ธนชาตประกันภัย ยังคงสามารถเติบโตได้ โดยมีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 1.16 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 1.55% และเติบโตกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวม 1.74 หมื่นล้านบาท และมีความเพียงพอเงินกองทุน (CAR Ratio) อยู่ที่ 537.7% สะท้อนจากที่บริษัทวางแผนสร้างสมดุลในการเติบโต และเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นเติบโตในพอร์ตที่มั่นใจ ซึ่งบริษัทเห็นความต้องการของลูกค้าในการจัดความเสึ่ยงทั้งในส่วนของรถยนต์และที่อยู่อาศัย จึงเป็นโอกาสในการเติบโตในปี 2569
โดยในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 11% ภายใต้กลยุทธ์ 5 ด้าน คือ 1.การใช้ข้อมูลในการรับประกันภัย และบริหารความเสี่ยง 2.จากจำนวนภัยพิบัติในช่วง 15 ปีที่ผ่านมามีความถี่ขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น บริษัทต้องจัดการภัยความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง รวมถึงร่วมมือกับบริษัทประกันภัยต่อ (Reinsurance) เพื่อรองรับภัยที่เกิดขึ้นในอนาคต
และ 3.การรักษาสมดุลพอร์ตภายใต้ผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ (Motor) และไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) เช่น บ้าน และประกันอุบัติเหตุ (P/A) โดยรักษาสมดุลพอร์ตอยู่ที่ 90% : 10% รวมถึงการผสมพอร์ตระหว่างประกันรถยนต์สันดาป และอีวี โดยอีวีจะเน้นรับประกันในบางรุ่น และบางยี่ห้อที่สามารถสร้างกำไรให้บริษัท รวมถึงตั้งเป้าเพิ่มการต่ออายุของลูกค้ารถเดิมเป็น 75% และลูกค้าบ้านด้วย ขณะที่ตั้งเป้าเบี้ยประกันรถอีวีอยู่ที่ราว 1,000 ล้านบาท จากปี 2568 อยู่ที่ 670-680 ล้านบาท
นอกจากนี้ จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มที่ลูกค้าใช้รถยนต์นานขึ้นเฉลี่ย 20 ปี ส่งผลให้ความต้องการความคุ้มครองมีความหลากหลาย และแตกต่างกันตามระดับความกังวลต่อความเสี่ยง บริษัทจึงได้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติมอีก 4 แบบ ได้แก่ 1.ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 1 One Save 2.ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+ ฟิต
3.ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 3+ ฟิต และ 4.ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 3 ให้สามารถรองรับทุกระดับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ให้ลูกค้าเลือกความคุ้มครองที่ เหมาะกับตัวเอง ทั้งในแง่ของระดับความเสี่ยง ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณ โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งบริษัทคาดว่าจะมีเบี้ยประกันภัยรถยนต์จากผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านี้อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ประกันภัยบ้าน จะเป็นตลาดสำคัญที่บริษัทจะทำมากขึ้นในปี 2569 เนื่องจากประเทศไทยมีบ้านทั้งสิ้น 25 ล้านหลัง ปัจจุบันพบว่ามีการทำประกันภัยที่คุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน (Property Insurance) เพียง 8% ส่วนหนึ่งมาจากลูกค้ายังมีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์นี้ค่อยข้างน้อย และมีประกันมากกว่าประกันอัคคีภัย ทำให้บริษัทจะเข้าไปส่งเสริมตรงนี้มากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตเบี้ยประกันรับรวมอยู่ที่ 400-500 ล้านบาท
“ผลกระทบจากสงครามคงไม่ได้กระทบพอร์ตเราโดยตรง เพราะสงครามมีข้อยกเว้น แต่จะมีประกันภัยเดินเรือที่อาจจะกระทบ แต่พอร์ตเราไม่มี แต่ผลกระทบจะส่งผ่านการซื้อรถที่น้อยลง ซึ่งเราต้องบริหารการเติบโตของพอร์ตรถยนต์สันดาปและอีวี ซึ่งพอร์ตอีวีเราตอนนี้เรายังไม่ได้ขาดทุน เพราะเราไม่ได้รับทุกรุ่น เรา Selective เพื่อการเติบโตยั่งยืน โดยปัจจุบันเรามี Combined Ratio อยู่ที่ราว 90% และมีพอร์ตรถอีวีราว 2 หมื่นคัน“
สำหรับกลยุทธ์ด้านที่ 4.การบริหารภาพรวมในเรื่องของการเคลม แบะการจัดการความเสี่ยงและความสมดุลของอัตราความเสียหาย (Loss Ratio) ซึ่งบริษัทเห็นสัญญาณปรับตัวดีขึ้นทั้งรถยนต์และบ้าน และ 5.การบริหารต้นทุน โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ รวมถึงมีการพัฒนาต่อเนื่อง เช่น การนำ AI มาเชื่อมต่อในทุกจุดในการให้บริการลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลต่อพนักงานของบริษัทด้วย
“กลยุทธ์เหล่านี้จะเป็นสิ่งที่จะสนับสนุนให้เบี้ยไปถึงเป้าหมาย 1.3 หมื่นล้านบาท เพราะเราเห็นลูกค้ามีความต้องการที่จะเข้าไปช่วยบรรเทาภัย โดยเราจะต้องมีการปรับโปรดักต์ผ่านพันธมิตร และขยายการเติบโตไปอีกใน 31 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรักษาความเป็นบริษัท Retail Insurance ตลอด 28 ปีที่ผ่านมา”
อ่านข่าวต้นฉบับ: ธนชาตประกันภัย ชี้คนไทยทำประกันบ้านแค่ 8% จาก 25 ล้านหลัง เล็งโตเบี้ยบ้าน 500 ล้าน