ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า สี จิ้นผิงอยากเห็นสงครามอิหร่านยุติลง ขณะเดียวกันสหรัฐกับอิหร่านหารือเพื่อนัดเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะยาวอีกรอบ ในบริบทที่สหรัฐเริ่มปิดล้อมช่องแคบออร์มุซ เพื่อกดดันอิหร่านทางเศรษฐกิจ ก่อนข้อตกลงหยุดยิงอายุ 2 สัปดาห์จะหมดอายุลงในวันที่ 22 เม.ย.นี้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐสหรัฐกล่าวตอบคำถามจากซีเอ็นเอ็น (CNN) เกี่ยวกับข้อมูลข่าวกรองของสหรัฐ และการติดต่อสื่อสารกับผู้นำจีน ว่า เขาไม่ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ขณะเดียวกันก็ย้ำว่าสหรัฐมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับจีน และกล่าวว่าสี จิ้นผิง ต้องการให้ความขัดแย้งยุติลง
ประธานาธิบดีกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า “เรามีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับจีน”
“สี จิ้นผิง อยากเห็นสงครามยุติลง” ทรัมป์กล่าวเสริม โดยอ้างถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้น
เมื่อตอบคำถามจากซีเอ็นเอ็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวกรองของสหรัฐ ที่ระบุว่าจีนส่งอาวุธเพิ่มให้อิหร่าน ซึ่งทางการจีนปฏิเสธ
“ถ้าจีนทำอย่างนั้น จีนจะมีปัญหาใหญ่ เข้าใจไหม?” ทรัมป์กล่าว
ท่ามกลางสถานการณ์เหล่านี้ ทรัมป์ยืนยันว่าการเยือนจีนที่เลื่อนออกไปก่อนหน้านี้ได้กำหนดใหม่เป็นเดือนหน้าแล้ว
ในโพสต์โดยละเอียดบน Truth Social ทรัมป์ยืนยันกำหนดการใหม่และได้วางแผนสำหรับความร่วมมือทางการทูตระหว่างสหรัฐและจีน
“การประชุมของผมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้เป็นที่เคารพอย่างสูงของจีน ซึ่งเดิมทีถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากปฏิบัติการทางทหารของเราในอิหร่าน ได้กำหนดวันใหม่และจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในวันที่ 14 และ 15 พฤษภาคม สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย และผมจะให้การต้อนรับประธานาธิบดีสีและนางเผิงในการเยือนวอชิงตัน ดี.ซี.ภายหลังในปีนี้” เขากล่าว
เขากล่าวเสริมว่าเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝ่ายู่ระหว่างกำลังเตรียมการขั้นสุดท้าย ซึ่งผู้นำสหรัฐระบุว่าเป็น “การเยือนครั้งประวัติศาสตร์” และ “เหตุการณ์สำคัญ”
โฆษกทำเนียบขาว คาโรลีน ลีวิตต์ ก็ยืนยันเรื่องนี้เช่นกัน โดยระบุว่าความล่าช้าในการประชุมเป็นเพราะการจัดลำดับความสำคัญในการปฏิบัติการในตะวันออกกลางมาก่อนการเยือนจีน ลีวิตต์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สี จิ้นผิง เข้าใจถึงความจำเป็นที่ทรัมป์ต้องอยู่ในสหรัฐอเมริกาในระหว่างปฏิบัติการทางทหาร
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ของรัฐบาลจีนรายงานผลการหารือทางโทรศัพท์ของรัฐมนตรีต่างประเทศจีนและปากีสถานกับเมื่อ 13 เม.ย. ซึ่งจีนระบุว่า ประชาคมระหว่างประเทศควรมี “จุดยืนที่ชัดเจน” ต่อการกระทำใดๆ ที่บ่อนทำลายข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่าน แม้ว่าสหรัฐจะเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซที่สำคัญแล้วก็ตาม
“ประชาคมระหว่างประเทศควรเพิ่มความพยายามอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมการเจรจาสันติภาพและมีจุดยืนที่ชัดเจนต่อการกระทำใดๆ ที่บ่อนทำลายข้อตกลงหยุดยิงหรือทำให้การเผชิญหน้าทวีความรุนแรงขึ้น” หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวทางโทรศัพท์กับอิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน
หวังยังกล่าวอีกว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการพยายามทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้งและรักษาโมเมนตัมที่ได้มาอย่างยากลำบากของข้อตกลงหยุดยิง
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานอ้างแหล่งข่าวกล่าวว่า สหรัฐและอิหร่านกำลังหารือกันเกี่ยวกับการเจรจาแบบพบหน้ากันอีกครั้งเพื่อยุติการสู้รบในระยะยาว หลังจากที่การเจรจาในกรุงอิสลามาบัดซึ่งนำโดย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลง
แหล่งข่าวซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากการหารือเป็นเรื่องส่วนตัว กล่าวว่า เป้าหมายคือการเจรจาครั้งใหม่ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงสองสัปดาห์ที่ประกาศเมื่อวันที่ 7 เมษายนจะหมดอายุในสัปดาห์หน้า ซึ่งตรงกับวันที่ 22 เม.ย. หากการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐไม่ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงนี้ล่มเสียก่อน แนวคิดหนึ่งคือการกลับไปเจรจจารอบสองที่กรุงอิสลามาบัด แม้ว่าสถานที่อื่นๆ ก็เข้าข่ายได้รับการเลือกให้เป็นสถานที่จัดหารือเช่นกัน
ทำเนียบขาวและกระทรวงการต่างประเทศยังไม่ตอบคำขอความคิดเห็นในทันที ซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานเมื่อ 13 เม.ย.ว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกำลังหารือถึงความเป็นไปได้ของการประชุมอีกครั้ง และเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานกล่าวว่า ความพยายามในการแก้ไขปัญหาที่ค้างคาอยู่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป
ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านติดต่อมาเพื่อเจรจาข้อตกลง ขณะที่สหรัฐปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณถึงการเปิดกว้างต่อการเจรจาเพิ่มเติมโดยกล่าวว่าอิหร่านได้ติดต่อกับสหรัฐแล้ว ในขณะเดียวกัน สหรัฐกำลังเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานโลกที่สำคัญ เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ปกครองอิหร่าน
“เช้านี้เราได้รับการติดต่อจากบุคคลที่เหมาะสม พวกเขาต้องการเจรจาข้อตกลง” ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อ 13 เม.ย. โดยไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่าใครบ้างที่เข้าร่วมการสนทนา
เจ้าหน้าที่จากตุรกีและอียิปต์ก็มีบทบาทในการเจรจาทางการทูตเพื่อยุติสงครามเช่นกัน ทำให้มีความเป็นไปได้ที่การประชุมอาจเกิดขึ้นในหนึ่งในสองประเทศนั้น
สำหรับการเจรจาในกรุงอิสลามาบัดในปากีสถาาน แวนซ์กลับสหรัฐมือเปล่าหลังจากการเจรจาตลอดทั้งวันล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลง เขาและทรัมป์กล่าวว่าการเจรจาล้มเหลวเพราะอิหร่านปฏิเสธที่จะละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ อิหร่านซึ่งปฏิเสธว่าไม่ได้ต้องการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ แต่กล่าวว่าตนมีสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม โทษความล้มเหลวนี้ว่าเป็นผลมาจากสิ่งที่สื่อกึ่งทางการของอิหร่านเองบอกว่าสหรัฐมี”ข้อเรียกร้องที่มากเกินไป”
แต่อิหร่านก็เปิดโอกาสสำหรับการเจรจาเพิ่มเติม โดยกระทรวงต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่าความแตกต่างจะไม่สามารถแก้ไขได้ในรอบเดียว และสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่ดีก็คือ ทรัมป์กล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อ 12 เม.ย.ว่า คณะทูตของเขา “เป็นมิตรและให้ความเคารพต่อตัวแทนของอิหร่านอย่างมาก ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลย”
ราคาน้ำมันลดลงหลังจากมีสัญญาณว่าวอชิงตันและเตหะรานอาจรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพอีกครั้ง แม้สหรัฐเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตลดลงสู่ระดับใกล้ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนต์ปิดที่ระดับใกล้ 99 ดอลลาร์ในวันที่ 13 เม.ย. แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือกันเกี่ยวกับการเจรจาเพิ่มเติมเพื่อยุติการสู้รบในระยะยาว เป้าหมายคือการเจรจาให้เสร็จสิ้นก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงสองสัปดาห์ที่ประกาศเมื่อวันที่ 7 เมษายนจะหมดอายุลง
การปิดล้อมทางทะเลมีผลแล้วเมื่อ 13 เม.ย. เวลา 10.00 น. ตามเวลาในเขตตะวันออก หลังจากเลยกำหนดเส้นตายที่ทรัมป์กำหนดไว้ โดยสหรัฐดำเนินการปิดกั้นเรือในเส้นทางน้ำไม่ให้เข้าและออกจากท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งอิหร่าน อาจทำให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงวิกฤตพลังงานโลก
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์พยายามลดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตลาดพลังงานโลก โดยอ้างในโพสต์แยกต่างหากว่า เรือ 34 ลำได้แล่นผ่านช่องแคบในวันที่ 12 เม.ย.“ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่การปิดโง่เขลานี้เริ่มต้นขึ้น”
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘ทรัมป์’ เผยสี จิ้นผิง ต้องการเห็นสงครามอิหร่านยุติ-ส่งสัญญาณรื้อฟื้นเจรจาหยุดยิง