สภาพัฒน์แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัว 2.4% ขณะที่ไตรมาส 4 โตเกินคาด 2.5% จากแรงหนุนการลงทุนรัฐ-เอกชนและภาคก่อสร้างที่เร่งตัวชัด แม้ภาคท่องเที่ยวยังอ่อนแรง พร้อมประเมินปี 2569 เศรษฐกิจขยายตัวในกรอบ 1.5-2.5% ค่ากลาง 2.0%
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ทั้งปี 2568 และแนวโน้มปี 2569 ว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปี 2568 ขยายตัว 2.5% สูงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการลงทุนรวมที่เร่งตัวขึ้นชัดเจน ขยายตัว 8.1% แบ่งเป็นการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 6.5% และการลงทุนภาครัฐเร่งตัวแรงถึง 13.3%
ขณะเดียวกันการส่งออกสินค้าและบริการโดยรวมขยายตัว 5.6% โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเติบโตถึง 8.7% อย่างไรก็ตาม ภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวหดตัว 6.9% ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกสินค้าและบริการยังคงขยายตัวได้ในระดับปานกลาง อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญคือภาคก่อสร้าง ซึ่งขยายตัวสูงถึง 11.2% สะท้อนการเร่งรัดโครงการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน
เมื่อปรับผลทางฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ขยายตัว 1.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ฟื้นตัวจากไตรมาส 3 ที่หดตัว 0.3% โดยการฟื้นตัวดังกล่าวมีแรงหนุนหลักจากการลงทุน การส่งออก และภาคก่อสร้างที่ขยายตัวเร่งขึ้น
สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัว 2.4% เทียบกับการขยายตัว 2.9% ในปี 2567 ด้านการใช้จ่าย การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน และการอุปโภคภาครัฐบาลขยายตัว 2.7% และ 0.6% ชะลอลงจากการขยายตัว 4.4% และ 2.6% ในปี 2567 ตามลำดับ
ขณะที่การลงทุนรวมกลับมาขยายตัว 4.9% เทียบกับการลดลง 0.3% ในปี 2567 ตามการกลับมาขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน 3.5% และการลงทุนภาครัฐขยายตัวในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง 8.9%ส่วนการส่งออกสินค้าขยายตัวในเกณฑ์สูง 11.9% และการส่งออกบริการลดลง 1.9%
ด้านการผลิต สาขาการขายส่งและการขายปลีก สาขาเกษตรกรรม และสาขาการก่อสร้างขยายตัว 6.1% 3.6% และ 6.6% เร่งขึ้นจากการขยายตัว 3.2% 1.9% และ 1.7% ในปี 2567 ตามลำดับ
ส่วนสาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัว 0.4% ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลง 0.3% ในปี 2567 ขณะที่สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร และสาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้าขยายตัว 2.5% และ 4.0% ชะลอลงจากการขยายตัว 12.0% และ 10.1% ในปี 2567 ตามลำดับ
รวมทั้งปี 2568 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 18.97 ล้านล้านบาท (5.77 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นจาก 18.68 ล้านล้านบาท (5.29 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2567 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 269,643.1 บาทต่อคนต่อปี (8,200.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี) เพิ่มขึ้นจาก 266,102.7 บาทต่อคนต่อปี (7,539.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี) ในปี 2567
สำหรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.81% อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ -0.1% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 3.1% ของ GDP
ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5-2.5% (ค่ากลางการประมาณการ 2.0%) โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ประกอบด้วย
(1) การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน
(2) การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน
(3) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง
(4) ปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัวของการผลิตภาคการเกษตร
ทั้งนี้ คาดว่าการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัว 2.1% และ 1.9% ตามลำดับ มูลค่าการส่งออกในรูปดอลลาร์สหรัฐจะขยายตัว 2.0% อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ในช่วง (-0.3) – 0.7% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.4% ของ GDP
การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 2.1% ต่อเนื่องจาก 2.7% ในปี 2568 การอุปโภคภาครัฐบาล คาดว่าจะขยายตัว 1.2% เทียบกับ 0.6% ในปี 2568 การลงทุนรวมคาดว่าจะขยายตัว 1.8% ชะลอลงจาก 4.9% ในปี 2568การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัว 1.9% การลงทุนภาครัฐ ขยายตัว 1.7% การส่งออกมูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะขยายตัว 2.0% รายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 คาดว่าอยู่ที่ 1.65 ล้านล้านบาท เพิ่มจาก 1.47 ล้านล้านบาท ในปี 2568 ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการรวม คาดว่าจะขยายตัว 2.1%
อ่านข่าวต้นฉบับ: สภาพัฒน์ เผยจีดีพีปี’68 โตเกินคาด 2.4% Q4 พุ่ง 2.5% ประเมินปี’69 โต 2%