เปิดเบื้องหลัง ‘ภท.’ คุย ‘พท.’ สยบข่าวตกลง 5 เก้าอี้ แค่ขอเข้าพบแสดงความยินดีและหนุน ‘อนุทิน’ ขณะที่สีน้ำเงินย้ำกำกับกระทรวงความมั่นคง-เศรษฐกิจทั้งระบบ เชื่อคุย “กธ.-ปชป.” หลัง กกต.รับรองผล ด้านว่าที่ สส.ภท.อึดอัดพรรคเขียว หวั่น ‘เสี่ยหนู’ ถูกยื่นศาล รธน.ตีความคุณสมบัติ
รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย กรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเป็นเพียงการขอเข้าพบเพื่อแสดงความยินดีต่อพรรคภูมิใจไทย และแสดงท่าทีพร้อมสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น
โดยยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งกระทรวงร่วมรัฐบาลตามที่มีกระแสข่าวว่า เพื่อไทยเสนอ 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเมื่อทราบความต้องการของแต่ละพรรคแล้ว จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยต่อไป
ทั้งนี้ ในวันดังกล่าวแกนนำพรรคภูมิใจไทยได้แจ้งกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคภูมิใจไทยมีความประสงค์จะกำกับกระทรวงด้านความมั่นคง รวมถึงกระทรวงด้านเศรษฐกิจทั้งระบบ เพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพตามนโยบายที่ประกาศต่อประชาชน
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยยังเปิดโอกาสให้ทุกพรรคเข้ามาร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน ส่วนการพูดคุยกับพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีการติดต่อเข้ามา และมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการพูดคุยหลัง กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.อย่างเป็นทางการ
ดังนั้น กระแสข่าวว่านางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะนั่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ พร้อมกำกับกระทรวงเกษตรฯ จึงเป็นเพียงการคาดการณ์ที่เร็วเกินไป รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลและสัดส่วนรัฐมนตรีต่าง ๆ จะพิจารณาหลังจากลงมติสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมว่าที่ สส.พรรคภูมิใจไทยจำนวน 193 คน เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา นายอนุทินได้แจ้งสถานการณ์ว่า จะทยอยเชิญพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ได้คะแนนตามลำดับจากมากไปน้อย โดยจะเชิญพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ แต่จะไม่เชิญพรรคประชาชน เนื่องจากแสดงเจตนาต้องการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
โดยในที่ประชุมมี ว่าที่ สส.ภูมิใจไทยหลายคนแสดงความอึดอัดใจกับการร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม เพราะเกรงว่าจะมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรี หากมีการทูลเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคลหรือแกนนำของพรรคกล้าธรรมที่มีประวัติเป็นที่เคลือบแคลงทั้งข้อกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่สังคมยังคงกังขา
แหล่งข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นด่านแรกหลังเปิดประชุมสภานัดแรก กรณีมีชื่อนายโสภณ ซารัมย์ ว่าที่ สส.บุรีรัมย์ หลายสมัยยังไม่มีข้อยุติ แม้ยอมรับว่านายโสภณเป็นตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะสม เพราะมีความเก๋าเกมทางการเมือง เป็น สส.มานาน และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาแล้ว
แต่ภายในพรรคยังมี สส.คนอื่นที่มีความสามารถ ทั้ง สส.หลายคนที่มีประสบการณ์ รวมถึง สส.ที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ทำหน้าที่ในสภามาหลายสมัยยังเป็นตัวเลือกที่มีความเหมาะสม รวมทั้งตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 ก็จะเป็นโควตาพรรคด้วย โดยคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้พิจารณาและชี้ขาดต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับ: ภท.ย้ำไร้คุยแบ่งกระทรวง-คุมงานเศรษฐกิจทั้งระบบ ด้าน ว่าที่ สส.อึดอัด กธ.หวั่นถูกร้อง
