ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปรับเพิ่มสูงขึ้น หลังล่าสุดสหรัฐได้มีคำสั่งให้กองเรือบรรทุกเครื่องบิน เดินทางมายังภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม โดยคำสั่งเคลื่อนพลดังกล่าวมีขึ้นหลังในช่วงเดือนที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐยังคงดำเนินการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ทางทหารเข้ามาในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดมองว่าการเคลื่อนพลเข้ามาอย่างต่อเนื่องเป็นการกดดันอิหร่านให้บรรลุข้อตกลงภายในเดือน มี.ค. 69
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 13 ก.พ. 2569 อยู่ที่ 62.89 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.05 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 67.75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.23 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐเดือน ม.ค. 69 อยู่ที่ระดับ 2.4% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 2.5% เช่นเดียวกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐรายเดือนซึ่งปรับเพิ่มเพียง 0.2% ต่ำกว่าที่ตลาดคาการณ์ที่ระดับ 0.3% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงภาคเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังคงแข็งแกร่ง
ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคยุโรปตะวันออกอย่างใกล้ชิด หลังล่าสุดสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เผยว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนครั้งถัดไปมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17-18 ก.พ. 69 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ การเจรจาสันติภาพมีขึ้นท่ามกลางการเปิดปฎิบัติการทางทหารของยูเครน เพื่อโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตลาดกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ภายหลังตลาดคาดการณ์ว่ากลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) อาจกลับมาทยอยยกเลิกมาตรการปรับลดกำลังการผลิต หลังก่อนหน้านี้โอเปกพลัสประกาศชะลอการเพิ่มกำลังการผลิตในไตรมาส 1/69 โดยการประชุมของกลุ่มโอเปกพลัสครั้งถัดไปจะจัดขึ้นในวันที่ 1 มี.ค. 69
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลต่อความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
