ที่ประชุมอนุฯนโยบายและบริหารข้าว เคาะเพิ่มวงเงินชดเชยปลูกข้าวนาปีอีก 1,792 ล้าน ชี้ชาวนาลงทะเบียนทะลักเกินเป้าหมาย ตั้งเรื่องรอท่า ครม.ใหม่ ส่วนข้าวนาปรังปี’69 คาดผลผลิตเพิ่ม มั่นใจน้ำเพียงพอรับมือ แถมราคาข้าวยังดี ข้าวขาวตันละ 6-7 พัน สูงกว่าต้นทุนที่ 4-5 พันต่อไร่
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 มีการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมีนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบในหลักการวงเงินเพิ่มเติมโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69
ทั้งนี้ เดิมที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาอนุมัติเป้าหมายไว้ 4.63 ล้านครัวเรือน โดยจะให้ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ แต่พบว่ามีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนอย่างต่อเนื่องเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงมีการขอวงเงินเพิ่มเติม 1,792.061 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินอีก 233,729 ครัวเรือน ซึ่งเป็นเกษตรกรที่เป็นไปตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์โครงการ ทั้งนี้ ขอให้กรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตรไปทบทวนกระบวนการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้รัดกุมและกระชับยิ่งขึ้น
“หลังจากที่ผ่านอนุกรรมการแล้วก็คงต้องรอเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ชุดใหม่ ซึ่งต้องรอให้มีการตั้งรัฐบาลให้เป็นที่เรียบร้อย โดยคาดหวังว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็วเพื่อที่จะดำเนินการนโยบายดูแลอุตสาหกรรมข้าวไทย รวมไปถึงพิจารณาอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมให้ได้โดยเร็ว”
ส่วนภาพรวมผลผลิตข้าวนาปรังที่กำลังออกสู่ตลาดนั้นคาดว่า ข้าวนาปรังปี 2569 จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ส่วนปริมาณเท่าไรนั้นยังคาดการณ์ไม่ได้ แม้ปริมาณน้ำจะเพียงพอ แต่ก็ต้องติดตามว่าจะมีผลกระทบจากภัยธรรมชาติอื่นหรือไม่ ขณะที่ราคาข้าวในตอนนี้ยังคงดี โดยข้าวเปลือกขาวเฉลี่ยอยู่ที่ 6,000-7,000 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกหอมมะลิเฉลี่ยอยู่ที่ 15,000-16,000 บาทต่อตัน โดยรวมราคาข้าวสูงกว่าต้นทุนของชาวนาซึ่งอยู่ที่ 4,000-5,000 บาทต่อไร่
นายปราโมทย์กล่าวอีกว่า ภายหลังการเลือกตั้งก็คาดหวังว่ารัฐบาลจะเร่งเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ขณะที่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ หากเป็นรัฐมนตรีชุดเดิมที่ทำงานในปัจจุบัน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและเหมาะสม เพราะมีความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรไทย ซึ่งจะทำให้นโยบายการดูแลสินค้าเกษตร รวมไปถึงการส่งเสริม การทำตลาดก็จะสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกษตรกรต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลและให้ความสำคัญสินค้าเกษตรไทย การดูแลต้นทุนการเพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นพืชสวน พืชไร่ พันธุ์ข้าว แหล่งน้ำ การส่งเสริมการตลาดเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตร เพื่อให้ชาวนาอยู่ได้เพราะต้องยอมรับว่าจากการติดตามนโยบายของพรรคการเมืองที่หาเสียงนโยบายการดูแลสินค้าเกษตรไทยยังไม่ชัดเจน ซึ่งก็คาดหวังให้มีความชัดเจนมากขึ้นหลังจากนี้
นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ได้แก่ 1) เห็นชอบในหลักการให้วงเงินเพิ่มเติมโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69
2) เห็นชอบในหลักการโครงการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจอื่น เพื่อลดพื้นที่การปลูกข้าวในบริเวณที่ไม่เหมาะสม พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกปาล์มน้ำมันแซมด้วยการปลูกข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และกล้วยหอม โดยที่ประชุมมอบหมายให้กรมการข้าวพิจารณาทบทวนรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน รวมถึงชนิดพืชให้สอดรับกับความต้องการแต่ละพื้นที่และทิศทางตลาด ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ความคุ้มค่าในการลงทุนของพืชแต่ละชนิดอย่างรอบด้าน
3) เห็นชอบในหลักการโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวประณีต คุณภาพสูง เพิ่มมูลค่า โดยส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ 300,000 ตัน และข้าวคาร์บอนต่ำ 700,000 ตัน ตามวิธีการผลิตข้าวประณีต คุณภาพสูง โดยภาครัฐสนับสนุนเงินสมทบข้าวอินทรีย์ตันละ 600 บาท และข้าวคาร์บอนต่ำตันละ 500 บาท ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้กรมการข้าวจัดทำรายละเอียดโครงการตามข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการ โดยเฉพาะการกำหนดมาตรฐานการผลิต การพัฒนาระบบตรวจสอบรับรอง และการคัดเลือกชนิดพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายให้สัมฤทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม
4) ทบทวนโครงการชดเชยการขาดทุนแก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2567/68 เนื่องจากสหกรณ์หลายแห่งประสบปัญหาขาดทุนจากการรับซื้อข้าวในราคานำตลาดเพื่อช่วยพยุงราคา เป็นวงเงิน 579 ล้านบาท โดยขอให้กรมส่งเสริมการเกษตรทบทวนข้อมูลและเกณฑ์ราคาที่ใช้คำนวณให้ชัดเจน 5) เห็นชอบการแต่งตั้งคณะทำงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตร โดยรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้านกลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการผลิต เป็นประธาน เพื่อให้สามารถพิจารณาจัดสรรโควตาส่งออกข้าวขาวไป EU ได้อย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวต้นฉบับ: ชงเพิ่มเงินชดเชยอีก 1.7 พันล้าน ชาวนาแห่ลงทะเบียน ‘ข้าวนาปี’ เกินเป้าหมาย