ทรัมป์กล่าวว่า ‘ความกลัว’ สามารถช่วยให้บรรลุชัยชนะทางการทูตได้เมื่อการหารือกับอิหร่านช่างยากเย็น ขณะที่โอกาสประสบความสำเร็จในการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐ-อิหร่านยังไม่ชัดเจน ผู้นำสหรัฐพบกับหน่วยรบพิเศษที่โค่นล้มผู้นำเวเนซุเอลา หลังจากส่งเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกมุ่งหน้าตะวันออกกลางไปสมทบ
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกล่าวปราศรัยกับทหาร เมื่อ 13 ก.พ. เวลาท้องถิ่นว่า อิหร่านสร้างความยากลำบากในการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ และชี้ว่าการสร้างความหวาดกลัวให้แก่อิหร่านอาจเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ ในการเยือนฐานทัพบกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐในรัฐนอร์ทแคโรไลนา
“พวกเขาสร้างความยากลำบากในการเจรจา” ทรัมป์กล่าวถึงอิหร่านต่อหน้าทหารประจำการที่ฐานทัพฟอร์ตแบร็ก หลังจากที่เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่าพวกเขากำลังส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองไปยังตะวันออกกลาง
“บางครั้งคุณต้องมีความหวาดกลัว นั่นเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้” ผู้นำสหรัฐกล่าวในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ ทรัมป์ยังอ้างถึงการทิ้งระเบิดโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านโดยสหรัฐ เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว หรือในชื่อ สงคราม 12 วัน
ก่อนหน้านี้ เขากล่าวว่าการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปประจำการนั้นเพื่อให้สหรัฐพร้อม หากการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โอมานได้อำนวยความสะดวกในการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐซึ่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า การเจรจาครั้งนี้ทำให้รัฐบาลอิหร่านสามารถประเมินความจริงจังของฝ่ายสหรัฐและแสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจที่มากพอสำหรับการดำเนินการทางการทูตต่อไป ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศวันและสถานที่ของการเจรจารอบต่อไประหว่างสหรัฐและอิหร่าน
ประธานาธิบดีเดินทางไปยังฟอร์ตแบร็กเพื่อพบกับกองกำลังพิเศษที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการอันกล้าหาญเมื่อวันที่ 3 มกราคม ในการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา
มาดูโร ซึ่งเผชิญข้อหาก่อการร้ายยาเสพติดและค้ายาเสพติดในศาลสหรัฐปฏิเสธการกระทำผิดและยืนยันว่าเขาเป็นผู้นำที่ถูกต้องตามกฎหมายของเวเนซุเอลา ทั้งนี้ ในช่วงหลายสัปดาห์นับตั้งแต่การจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา ทรัมป์ได้ทำงานร่วมกับเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีชั่วคราวของมาดูโร และพยายามควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศอย่างกว้างขวาง
ฟอร์ตแบร็กเป็นที่ตั้งของทหารประจำการประมาณ 50,000 นาย ถือเป็นฐานทัพบกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐ นอกจากนี้ รัฐนอร์ทแคโรไลนานี้ยังตั้งอยู่ในหนึ่งในรัฐที่มีการแข่งขันทางการเมืองสูงที่สุดของประเทศ คาดว่าการแข่งขันในการเลือกตั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร หรือการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้จะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือด รัฐนี้จะเป็นหนึ่งในรางวัลใหญ่ที่สุดในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2028 อีกด้วย
เดอะ การ์เดียน (The Guardian) รายงานว่า เมื่อคืนของวันที่ 13 ก.พ. เรือยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) เรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกของสหรัฐเดินทางออกจากทะเลแคริบเบียน และมุ่งหน้าไปที่ตะวันออกกลาง โดยจะสมทบกับเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งคาดว่า จะใช้เวลาเดินทางราว 3 สัปดาห์
รายงานเริ่มแพร่กระจายในสื่อสหรัฐเมื่อ 12 ก.พ.ว่าเรือบรรทุกเครื่องบินฟอร์ดได้รับมอบหมายให้ออกเดินทาง หลังจากที่ทรัมป์ได้พบกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลในกรุงวอชิงตัน เพื่อหารือเกี่ยวกับการเจรจาที่กำลังเกิดขึ้นกับอิหร่าน
อ่านข่าวต้นฉบับ: ทรัมป์ใช้ ‘ความกลัว’ กดดันอิหร่าน เรือรบใหญ่ที่สุดในโลก-หน่วยรบพิเศษโค่นผู้นำเวเนฯ
