การใช้งานเทคโนโลยี AI ทั้งในระดับบุคคลและองค์กรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงซัพพลายเชนการผลิต “ชิป” อย่างหนัก เพราะเหล่าผู้ผลิตชิปต่างเทสรรพกำลังไปยังการผลิตหน่วยความจำที่เกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ และการประมวลผลบนคลาวด์ หรือ High Bandwidth Memory (HBM) รองรับความต้องการของตลาดที่มีแต่จะมากขึ้น
ทำให้หน่วยความจำที่ใช้ในผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเลต และพีซี (PC) ไม่ว่าจะเป็น SSD DRAM และ NAND Flash ส่งสัญญาณ “ขาดตลาด” ตามด้วยการปรับขึ้นของราคาต้นทุน
แม้ที่ผ่านมากลุ่มผู้ผลิตสินค้าไอทีจะพยายามบริหารจัดการสต๊อก และรับประกันต้นทุนเพื่อ “ตรึง” ราคาสินค้า แต่หลังจากนี้จะเข้าสู่ช่วงปรับโครงสร้างราคาตามสภาพตลาด ทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ต้องจ่ายแพงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ชวพจน์ เทียนทอง” ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ยอมรับว่าภาวะชิปขาดแคลน (Chip Shortage) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ผลิตสินค้าไอทีทั่วโลก และย่อมส่งผลต่อต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น จากการประมาณการเบื้องต้นคาดว่าสินค้ากลุ่ม “จอมอนิเตอร์” จะปรับราคาขึ้นตั้งแต่ต้นปีถึงกลางปีนี้
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่การปรับขึ้นราคาทีเดียว 100% จนทำให้ผู้บริโภคตั้งตัวไม่ทัน แต่จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยอิงกับต้นทุนการผลิตอย่างสมเหตุสมผล และเพื่อรับมือกับภาวะที่ผู้บริโภคคิดเยอะขึ้น หรือสภาพกำลังซื้อไม่เป็นใจ ซัมซุงมีโปรแกรมการเงินหลายอย่าง เช่น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และ Samsung Finance+ ไว้แบ่งเบาภาระอยู่แล้ว
“แม้ตลาดโลกจะเกิดภาวะซัพพลายของชิปขาดแคลน แต่ซัมซุงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิปรายใหญ่ เรื่องการผลิตและจัดการสต๊อกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดไม่น่ามีปัญหา”
“ชวพจน์” พูดถึงกลยุทธ์หลักของธุรกิจทีวีและจอมอนิเตอร์ในปี 2026 ว่า ทีวีกลายเป็น “AI Entertainment Companion” หรือเพื่อนคู่คิดด้านความบันเทิง ที่เข้าใจทั้งเนื้อหา บริบท และพฤติกรรมการรับชมของผู้ใช้ รวมถึงยังโต้ตอบและปรับแต่งประสบการณ์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้ ผ่านฟีเจอร์บนแพลตฟอร์มอัจฉริยะ “Vision AI Companion” (VAC) เช่น AI Customization Mode ที่ปรับภาพและเสียงให้เหมาะกับประเภทคอนเทนต์โดยอัตโนมัติ เป็นต้น
โดยผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ของปีนี้ คือทีวี Micro RGB ขนาด 130 นิ้ว ที่สามารถถ่ายทอดสีสันได้กว้างและคมชัดที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ขณะที่ฝั่งจอมอนิเตอร์เกมมิ่ง “Odyssey” มีการเปิดตัว 5 รุ่นใหม่ เพื่อเจาะกลุ่มเกมเมอร์และครีเอเตอร์ที่ต้องการจอคุณภาพสูง และความสมจริงโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Odyssey G6 เจเนอเรชั่นใหม่ Odyssey G8 3 รุ่น ที่มีการอัพเกรดอัตรารีเฟรชสูงถึง 360Hz และ Odyssey 3D ที่มาพร้อมความละเอียด 6K เป็นรุ่นแรก
“กลยุทธ์หลักของซัมซุง คือการเข้าถึงกลุ่ม Millennial-Gen Z และกลุ่มที่ต้องการสินค้าพรีเมี่ยม เพราะปี 2025 ที่ผ่านมายอดขายกลุ่มพรีเมี่ยมโตดับเบิลดิจิต สวนทางภาพรวมของตลาดที่ยอดไม่ได้โตหวือหวามาสักพักแล้ว”
อ่านข่าวต้นฉบับ: วิกฤตชิปทำ ‘จอ’ แพง ‘ซัมซุง’ จัด ‘สินเชื่อ’ แก้เกมชะลอซื้อ
