สำนักงาน กสทช. บุกจับกล้องวงจรปิดเถื่อนกลางกรุง ยึดของกลาง 6,606 ชุด และซิมการ์ดต่างประเทศ 501 ซิม มูลค่าราว 10.5 ล้านบาท เตือนผู้ขายไม่มีใบอนุญาตเสี่ยงโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ ด้าน PDPC ชี้แอปของกล้องวงจรปิดไม่มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มอบหมายให้นายจาตุรนต์ โชคสวัสดิ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ “หน่วยพระพาย” และเจ้าหน้าที่สำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ตรวจสอบ และติดตามเฝ้าระวังการใช้คลื่นความถี่ของ สำนักงาน กสทช.
โดยพบว่ามีผู้ประกอบการหลายรายนำเข้าและจำหน่ายกล้องวงจรปิดโดยไม่ได้ขออนุญาตใช้คลื่นความถี่ และอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก กสทช. ตามที่กฎหมายกำหนด จากการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้ พบว่าเจ้าของบริษัทเป็นคนจีน มีผู้ดูแลเป็นคนไทย ใช้อาคารพาณิชย์ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 101 เป็นพื้นที่จัดเก็บและขายผ่านช่องทางออนไลน์
การปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นและยึดอุปกรณ์กล้องวงจรปิดเถื่อนเพื่อนำไปตรวจสอบจำนวน 6,606 ชุด และซิมการ์ดโทรศัพท์อีก 501 ซิม ซึ่งเป็นซิมจากต่างประเทศ ผูกเข้ากับบัญชีเติมเงินผ่านแอปพลิเคชั่น มูลค่ารวมประมาณ 10.5 ล้านบาท
โดยสำนักงาน กสทช. ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อดำเนินคดีกับผู้จำหน่าย/คลังสินค้า ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 หากตรวจสอบพบเพิ่มเติมแล้วเป็นการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต
นายไตรรัตน์กล่าวว่า กล้องวงจรปิดเถื่อนที่ใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น นอกจากจะผิดกฎหมาย ยังก่อให้เกิดปัญหาสัญญาณรบกวนต่อระบบโทรคมนาคมอื่น ๆ ที่ใช้คลื่นความถี่ในย่านเดียวกัน เช่น อินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) โทรศัพท์มือถือ และระบบสื่อสารของหน่วยงานราชการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศได้
นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานยังอาจมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของข้อมูล ทำให้เสี่ยงต่อการถูกแฮก และเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของบ้านหรือผู้ใช้งานได้
สำนักงาน กสทช. ขอให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการเลือกซื้อ และใช้งานกล้องวงจรปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนี้
1.ซื้อจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ โดยเลือกซื้อจากร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และขอดูเอกสารการรับรองมาตรฐานของสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ
2.ระวังสินค้าราคาถูกผิดปกติ โดยสินค้ามีราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก อาจเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ถูกกฎหมาย และไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่าเป็นของแท้ แต่ขายในราคาที่ต่ำกว่าปกติมาก
3.กรณีซื้อออนไลน์ ตรวจสอบรีวิวและความน่าเชื่อถือของผู้ขาย สอบถามเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานก่อนสั่งซื้อ และเก็บหลักฐานการสั่งซื้อและการสนทนากับผู้ขายไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ ในส่วนสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคล ในฐานะหน่วยงานบูรณาการร่วมกับสำนักงาน กสทช. ได้ตรวจสอบโดยศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล PDPC Eagle Eye พบข้อเท็จจริง กล้องวงจรปิดที่เข้าร่วมตรวจค้นผู้ใช้บริการมีการใช้ผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งไม่มีความปลอดภัย เนื่องจากในนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลผ่านกล้องวงจรปิด และมีแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลไปหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ
โดยหากผู้ใช้บริการประชาชนคนไทยไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจในกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ
อ่านข่าวต้นฉบับ: จับผู้จำหน่าย-ติดตั้ง กล้องวงจรปิดเถื่อน ไม่ขอใช้คลื่นความถี่ ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
