ปลัดดีอี วางกรอบ 6 เดือน ปรับโครงสร้าง NT ครั้งใหญ่อีก เร่งลดรายจ่าย หารายได้ใหม่รับภาวะขาดทุน 6 พันล้านบาทในปีนี้ จ่อสรรหาซีอีโอใหม่ คาดเริ่ม เม.ย. นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันเอก สรรพชัยย์ หุวนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในช่วงเดือน ส.ค.2569 นี้ ขณะที่ในปี 2569 นี้ NT ตั้งแผนขาดทุนราว 6 พันล้านบาท เนื่องจากขาดรายได้จากสัมปทานคลื่นที่หมดอายุไปในปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ จะมีการปรับโครงสร้างใหญ่อีกครั้ง หลังมีการกำหนดมาตรการลดพนักงาน และปรับสายการบริหารไปแล้ว 2 ครั้ง ตั้งแต่มีการควบรวม CAT และ TOT ซึ่งจะเป็นครั้งที่ 3 ที่จะเกิดควบคู่ไปกับการสรรหาซีอีโอใหม่
ล่าสุด นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประธานบอร์ด NT เปิดเผยว่า บอร์ดกำลังเร่งให้มีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่อีกครั้ง โดยจะใช้เวลาศึกษาข้อมูลภูมิหลัง 3 เดือน และจากนี้อีก 6 เดือนต้องเห็นการปรับตัวใหญ่ ทั้งลดต้นทุน ปรับโครงสร้าง และหาโมเดลธุรกิจใหม่
โดยเฉพาะธุรกิจด้านดาต้าเซ็นเตอร์หรือคลาวด์กลางภาครัฐ ที่จะต้องมีโมเดลการบริหารธุรกิจที่ชัดเจนเพื่อให้แข่งขันกับเอกชนได้ เพราะตลาดนี้รวมถึงโทรคมนาคมทั้งหมดกลายเป็นการแข่งขันของเอกชนโดยสมบูรณ์แล้ว จะเอาโครงสร้างรัฐวิสาหกิจหรือราชการเข้าไปแข่งไม่ได้
“NT เป็นองค์กรขนาดใหญ่และมีสินทรัพย์มหาศาล แต่ที่ผ่านมา ‘ยังไม่มีการประเมินมูลค่าปัจจุบัน’ อย่างเป็นระบบ ทำให้การมองภาพการเงินและการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ยังไม่คมพอ บอร์ดจึงเห็นว่า NT ควรเร่งประเมินมูลค่าสินทรัพย์ให้สะท้อนราคาปัจจุบัน เพื่อให้เห็นชัดว่าองค์กรถือสินทรัพย์อะไรอยู่ในมือ มูลค่าเท่าไร และควรบริหารให้เกิดรายได้อย่างไรในสภาพตลาดจริง”
ตอนแรกคาดการณ์ว่า NT จะขาดทุนถึง 8 พันล้านบาท แต่จะมีการขายสินทรัพย์เพื่อนำรายได้มาทดแทน ทำให้ตัวเลขอยู่ที่ราว 6 พันล้านบาท
“ขาดทุนที่ลดลง แค่การประคองตัวด้วยการขายทรัพย์สิน ไม่ใช่สัญญาณว่า NT แข็งแรงขึ้นจริง เพราะภายใต้โครงสร้างองค์กรแบบโบราณ รายจ่ายประจำซึ่งเป็นก้อนหลักขององค์กรตอนนี้เกิน 75% ไปแล้ว และยังไต่ขึ้นต่อเนื่องแบบหยุดยาก ดังนั้น ตราบใดที่รายได้ใหม่ยังไม่เพิ่มขึ้นจริง ขาดทุนก็มีสิทธิ์เด้งกลับมาแรงกว่าเดิม”
ปลัดดีอี ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อมอง มาตรการ “จูงใจ” ให้เกษียณ เพื่อลดขนาดองค์กร ที่ดำเนินการมาต่อเนื่องหลายปียังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จากการดำเนินการ 2 รอบก่อนหน้าก็ชัดว่า ‘คนดีไหลออก’ จึงต้องออกแบบเงื่อนไขใหม่ เพื่อกันคนทำงานและคนรุ่นใหม่ไว้
โดย NT มีบุคลากร 10,246 คน ซึ่ง นายพชร ระบุว่า จะมีการอนุมัติโครงการเกษียณก่อนกำหนดรอบที่ 3
“แรงจูงใจในระบบดูแล้วบิดเบี้ยว สุดท้ายย้อนกลับมาเป็นต้นทุนองค์กร และทำให้การคุมค่าใช้จ่ายยิ่งยากขึ้น ซึ่งบอร์ดอนุมัติปรับโครงสร้างองค์กรแล้ว โดยปรับลดระดับผู้บริหาร และยุบรวมฝ่ายปฏิบัติการที่ซ้ำซ้อนเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดความคล่องตัว จะเริ่มเห็นภาพชัดราวเดือน เม.ย. 69”
นอกจากนี้ ปลัดดีอี ยังกล่าวถึงกระบวนการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือซีอีโอคนใหม่ด้วยว่า จะเริ่มพิจารณากำหนดการและเงื่อนไขเวลาภายในเดือน ก.พ. นี้
เบื้องต้นต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา เพื่อพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครอย่างเป็นทางการ และให้บอร์ดกำหนดกรอบคุณสมบัติของซีอีโอคนใหม่ให้ลงตัว หากจัดลำดับขั้นตอนลงตัว คาดว่าจะเริ่มสรรหาได้ราวเดือน เม.ย. 69 ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับช่วงที่โครงสร้างองค์กรใหม่เริ่มเห็นภาพชัด จึงทำให้การจัดทัพผู้บริหารและการเดินแผนลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ไปทางเดียวกันมากขึ้น
“การเลือกซีอีโอใหม่ควรเดินคู่ขนานกับการปรับโครงสร้างองค์กร ไม่เช่นนั้น พอได้คนใหม่ แต่ยังต้องบริหารบนโครงสร้างเดิมที่เทอะทะ ก็ยิ่งทำให้การขับเคลื่อนยากขึ้นโดยไม่จำเป็น ดังนั้น กระทรวงจึงต้องการให้การสรรหาและการปรับโครงสร้างไปด้วยกัน เพื่อให้บทบาทซีอีโอใหม่ชัดเจนและทำงานได้จริงตั้งแต่วันแรก คุณสมบัติพื้นฐานคุยกันรู้เรื่อง พาองค์กรไปต่อได้จริง ต้องลดต้นทุนให้เป็นรูปธรรม และเพิ่มรายได้กับขีดความสามารถแข่งขัน”
อ่านข่าวต้นฉบับ: ผ่าตัดใหญ่ NT อีกรอบ หนีตายขาดทุน 6 พันล้าน พร้อมสรรหาซีอีโอคนใหม่ เม.ย. นี้