ByteDance ยักษ์แพลตฟอร์มจากจีน เจ้าของแอปดังอย่าง TikTok, Douyin และ CapCut รวมถึงแพลตฟอร์มข่าว Toutiao หลังจากเปิดตัวโมเดล AI วิดีโออัจฉริยะ ‘Seedance 2.0’ ที่สร้างผลงานได้สมจริงจนน่ากลัว สมาคมภาพยนตร์สหรัฐฯ (MPA) และสหภาพนักแสดง (SAG-AFTRA) ตบเท้าประณามยับ ชี้เป็นการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ขณะที่ ‘ทอม ครูซ – แบรด พิตต์’ โดนดี กลายเป็นหุ่นเชิดในคลิปไวรัล
วงการเทคโนโลยีและบันเทิงปี 2026 เผชิญวิกฤต AI deep fake เมื่อ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ได้เปิดตัวเครื่องมือสร้างวิดีโอด้วยปัญญาประดิษฐ์ เวอร์ชันล่าสุดในชื่อ ‘Seedance 2.0’ สร้างความไม่พอใจไปทั่วเกาะฮอลลีวูด
แม้ปัจจุบัน ByteDance จะเปิดให้ใช้งาน Seedance 2.0 เฉพาะภายในประเทศจีนเท่านั้น ระบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างวิดีโอคุณภาพระดับภาพยนตร์ได้เพียงแค่พิมพ์ชุดคำสั่งสั้นๆ แต่สิ่งที่ทำให้สตูดิโอยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ นั่งไม่ติด คือความสามารถในการจำลองใบหน้า ท่าทาง และน้ำเสียงของมนุษย์ได้อย่างไร้ที่ติ
ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมีการแพร่ระบาดของคลิปวิดีโอที่สร้างโดย AI แสดงภาพ ทอม ครูซ (Tom Cruise) และ แบรด พิตต์ (Brad Pitt) กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในโลกหลังหายนะ (Post-apocalyptic wasteland) สร้างความแปลกใจให้โซเชียล เพราะมีความสมจริงจนแยกไม่ออกว่าคือตัวจริงหรือ AI
เรตต์ รีส (Rhett Reese) มือเขียนบทชื่อดังจากภาพยนตร์ ‘Deadpool’ ถึงกับโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “ผมไม่อยากจะพูดเลย แต่มันน่าจะจบเห่สำหรับพวกเราแล้ว” กระแสความกังวลของคนทำงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ถูก AI กำลังเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์และละเมิดสิทธิในรูปลักษณ์นั้นร้ายแรงมาก
ทางด้าน สมาคมภาพยนตร์สหรัฐ (Motion Picture Association หรือ MPA) นำโดย ชาร์ลส์ ริฟกิน (Charles Rivkin) ประธานและซีอีโอ ได้ออกแถลงการณ์ประณาม ByteDance ว่า กำลังดำเนินธุรกิจบนการละเมิดลิขสิทธิ์ของสหรัฐในสเกลที่ใหญ่หลวง
“การเปิดตัวบริการที่ไม่มีมาตรการป้องกันการละเมิดอย่างมีประสิทธิภาพ ถือว่า ByteDance กำลังเพิกเฉยต่อกฎหมายลิขสิทธิ์ที่เป็นรากฐานสำคัญของงานสร้างสรรค์และอาชีพของคนอเมริกันนับล้านคน เราขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำที่ละเมิดกฎหมายนี้ทันที” ริฟกิน ระบุ
ขณะที่ SAG-AFTRA หรือสหภาพนักแสดงและศิลปินที่เคยต่อสู้เรื่อง AI มาอย่างยาวนาน ได้ออกมาเสริมว่า การใช้เสียงและรูปลักษณ์ของสมาชิกโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพราะเป็นการทำลายความสามารถในการทำมาหากินของมนุษย์ และชี้ว่าการพัฒนา AI ของ ByteDance นั้นขาดทั้งจริยธรรมและความรับผิดชอบ
ท่ามกลางกระแสกดดัน ByteDance ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า บริษัทยังคงให้ความสำคัญและเคารพในสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมยอมรับว่าได้รับทราบข้อกังวลจากฝั่งสหรัฐ แล้ว
“เรากำลังดำเนินการเพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันให้เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้นำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิด หรือนำรูปลักษณ์และทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต”
แถลงการณ์จากปักกิ่งระบุ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่านี่อาจเป็นเพียงคำกล่าวอ้างเพื่อซื้อเวลา เนื่องจากโมเดลธุรกิจของ AI จำเป็นต้องใช้ข้อมูลมหาศาลในการฝึกฝน ซึ่งมักจะหนีไม่พ้นการดึงข้อมูลจากงานที่มีลิขสิทธิ์
ความขัดแย้งเรื่อง Seedance 2.0 ประเด็นลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และเวียดนามเริ่มขยับเข้าหากันมากขึ้น หลังการประชุม Board of Peace ที่กรุงวอชิงตัน ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์รับปากจะปลดล็อกเทคโนโลยีขั้นสูงให้เวียดนาม
ทว่าในฝั่งของจีนและบริษัทเทคโนโลยีอย่าง ByteDance กลับดูเหมือนจะถูกบีบเค้นมากขึ้น ทั้งจากมาตรการภาษีโลก 10% ที่ทรัมป์ประกาศใช้ผ่านอำนาจฝ่ายบริหาร (Executive Order) หลังจากศาลฎีกาสั่งคว่ำนโยบายเดิม รวมถึงการตรวจสอบความมั่นคงทางไซเบอร์ที่เข้มข้นขึ้น
กรณีของ Seedance 2.0 กำลังกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการต่อสู้ระหว่าง ‘นวัตกรรม’ กับ ‘กฎหมาย’ หาก ByteDance ไม่สามารถสร้างระบบคัดกรอง (Filtering System) ที่มีประสิทธิภาพได้เพียงพอ การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในระดับ ‘พันล้านดอลลาร์’ จากสตูดิโอฮอลลีวูดอาจตามมาในไม่ช้า
อ่านข่าวต้นฉบับ: ฮอลลีวูดประณาม ByteDance ปล่อย AI ก๊อปหน้า ‘ทอม ครูซ-แบรด พิตต์’
