คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : วิมล ตัน
และแล้ว ประเทศไทย ก็ถูกเรียกขานว่า “คนป่วยแห่งเอเชีย”
Financial Times สื่อชื่อดังระดับโลกของอังกฤษ ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ เรื่อง How Thailand became the “sick man” of Asia หรือ ประเทศไทยกลายเป็นคนป่วยแห่งเอเชียได้อย่างไร
เป็นการตั้งคำถาม จากการเปรียบเทียบอดีตที่เคยหอมหวานของประเทศไทย ความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจที่เคยอยู่แถวหน้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ปัจจุบันกลับแย่ลง จนแทบจะอยู่อันดับเกือบรั้งท้าย ด้วยอัตราการเติบโตของจีดีพีที่ต่ำเตี้ยแถว ๆ 2% ติดต่อกันมาหลายปี เผชิญกับภาวะหนี้ครัวเรือนล้นกว่า 86% ของจีดีพี กระหน่ำซ้ำด้วยภาวะสังคมสูงวัยที่รุมเร้าหนัก ประชากรส่วนใหญ่เริ่มเข้าสู่วัยเกิน 60 ปี ทำให้ขาดแคลนแรงงานหนุ่มสาว ที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ยิ่งมีเพื่อนบ้านให้เทียบเคียงอย่าง เวียดนาม ที่หลังโควิด-19 แสดงผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการพุ่งตัวออกจากวิกฤตโควิด ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้พลิกเป็นบวกได้แบบฉับพลัน มีอัตราการเติบโตของจีดีพีที่ระดับ 5-7% ในช่วง 3-4 ปีหลัง จนได้ชื่อว่า เป็นดาวรุ่งของอาเซียน
ไม่ต้องให้ฝรั่งต่างชาติบอก เราคนไทยเองก็รู้สึกกันอยู่แล้วว่า เศรษฐกิจไทยนับวันยิ่งซึมเซา แสดงอาการถดถอย หมดกำลังวังชา กำลังซื้อนับวันยิ่งเบาหวิว หันไปทางไหนเจอแต่คนบ่นเซ็งลี้ที่ไม่ฮ้อ ลูกค้าลดน้อยถอยลง
บอกได้เลยว่า นี่แหละ อาการที่บ่งบอกว่า เรากำลัง “ป่วย”
สาเหตุหนึ่งของอาการป่วยถูกวินิจฉัยว่า มาจากปัญหาคอร์รัปชั่นที่ฝังรากลึกกัดกร่อนความสามารถของประเทศมายาวนาน ยืนยันจากผลการประเมินดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่น (Corruption Perceptions Index : CPI) ประจำปี 2568 โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ระบุว่า ประเทศไทยได้คะแนน CPI แค่ 33 จาก 100 คะแนน และได้อันดับที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก นับเป็นคะแนนที่ประเทศไทยได้รับต่ำที่สุดในรอบ 14 ปี และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ซึ่งเป็นที่น่าเศร้าว่า อันดับของไทย ลดต่ำลงเรื่อย ๆ จากช่วง 34-38 คะแนน
บอกเป็นนัย ๆ ว่า ประเทศไทยสอบตก นอกจากแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ได้แล้ว ยังปล่อยให้ปัญหาลุกลามบานปลายเพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำ
นำมาซึ่งอาการเดือดเนื้อร้อนใจของภาคเอกชน ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และเครือข่าย “กกร.และเพื่อน ไม่ทน” ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับมาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
ด้วยสมมุติฐานที่ว่า เรื่องสินบน คอร์รัปชั่น การถูกเรียกรับเงิน เกิดขึ้นแทบจะทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะในหน่วยงานราชการที่ประชาชนต้องติดต่อใช้บริการ ในองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ มีสิทธิให้คุณให้โทษกับคนในสังคม ก็ย่อมเป็นช่องทางให้ได้ผลประโยชน์จากอำนาจนั้น ๆ ไม่ว่าจะด้วยการบังคับ หรือสมัครใจจ่ายเพื่อให้ได้ความสะดวก และเชื่อว่า เราทุกคนต้องเคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้
ดังนั้น การเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแส ชี้ช่องเอาผิดคนรับสินบน โดยไม่ต้องกลัวว่า จะได้รับอันตรายจากการพยายามเป็นคนดี จะเป็น “วิธีการหนึ่ง” ของการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
ยิ่งในโลกยุคดิจิทัลที่พลังโซเชียลแข็งแรง มีพละกำลังล้นเหลือ สมาชิกในโลกออนไลน์ทั้งหลายพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็น “นักข่าวโซเชียล” ดังนั้น การให้ทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา จะช่วยสอดส่อง ป้องกันการรับสินบน ทุจริตคอร์รัปชั่นให้ทำได้ยากขึ้น
แต่จะให้ดีกว่านั้น รัฐบาลน่าจะเริ่มไอเดียในการปฏิรูประบบราชการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ เพราะคอมพิวเตอร์ ไอที มีการทำงานที่เป็นระบบชัดเจน ไม่สามารถเรียกรับเงินได้เหมือน “คน”
หรือถ้ายังทำไม่ได้ทันที เพราะติดขัดเรื่องงบประมาณ ก็ใช้วิธี “แยกงานบริการบางส่วน” ออกมาให้เอกชนทำแทน หรือ Outsourcing เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ เสมือนกับการดึงอำนาจออกจากมือ จะได้ไม่มีเหตุในการเรียกรับสินบน
ลองโหวตกันมั้ยว่า อยากให้เริ่มที่ “กรม” ไหนก่อน ?
อ่านข่าวต้นฉบับ: แก้คอร์รัปชั่นแบบง่าย ๆ