เลขาฯกฤษฎีกาย้อนถามลงคะแนน “ลับ” ปมบัตรเลือกตั้ง คนกาหรือคนแซะข้อมูลใครผิด พร้อมยกตัวอย่างความลับราชการมี 3 ระดับ – ยันมีคนรู้ผู้รับผู้ส่งรู้เห็น ส่วนจะเป็นโมฆะหรือไม่ ย้อนสื่อก็เปิดเอกสารราชการบ่อย
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการตีความการลงมติ “ลับ” ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ ควรตีความอย่างไร ว่าเป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งต้องไปว่าตามกระบวนการ หากเราพูดไปก็จะเกิดความสับสนในสังคมเปล่า ๆ และกระทบกับความเชื่อมั่นของระบบการเมืองไทย และระบบการค้าการลงทุนได้ ฉะนั้นต้องระมัดระวังนิดนึง
เมื่อถามว่า สมมุติว่าประชาชนไปกาบัตรเลือกตั้งแล้วเป็นความลับ แต่ภายหลังมีคนพยายามไปตรวจสอบจะยังเป็นความลับอยู่ไหม เลขาฯกฤษฎีกา ถามกลับว่า ใครเป็นคนทำผิดล่ะ คนกาหรือคนไปแซะข้อมูลเขา
เมื่อถามว่า การตีความ “ลับ” ในแวดวงราชการตีความอย่างไร นายปกรณ์ระบุว่า หากตามระเบียบของราชการจะมีระเบียบการรักษาความลับทางราชการ โดยเรื่องลับของทางราชการจะมี “เรื่องลับ” “ลับมาก” “ลับที่สุด” หากถามว่ามีคนรู้ได้หรือไม่ มันก็รับรู้ได้ระหว่างผู้รับกับผู้ส่ง แต่ระหว่างทางมันจะไปไหนไม่ได้ ถ้าลับก็ซีเคร็ท ถ้าลับมากก็เป็น Confidential แล้วลับที่สุดก็ Top secret
เมื่อถามว่า หากมีการรับรู้ภายหลังเรื่องลับจะกลายเป็นโมฆะหรือไม่ นายปกรณ์ย้อนถามกลับพร้อมหัวเราะว่า สื่อก็ทำกับผมบ่อย ๆ เห็นเอาเอกสารทางราชการไปลงกันบ่อย ๆ
อ่านข่าวต้นฉบับ: ปกรณ์ ชี้ความลับราชการมี 3 ระดับ ส่วนจะโมฆะปมเลือกตั้งหรือไม่ ย้อนสื่อก็เปิดเอกสารบ่อย