ผู้แทนการค้าสหรัฐอาจใช้มาตรา 301 ขึ้นภาษีไทย หากไม่สามารถบรรลุข้อเรียกร้องที่เหลือ 17 ข้อจาก 80 ข้อ
The Business Times สื่อสิงคโปร์รายงานความคืบหน้าการเจรจาการค้าสหรัฐ-ไทย โดยอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลไทยระบุว่า ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้ยื่นคำขอไปแล้ว 80 ข้อ เหลืออีก 17 ข้อที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ และเตือนว่า หากไม่สามารถตกลงกันได้ครบทั้ง 17 ข้อ อาจทำให้ไทยเผชิญกับมาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้นจากสหรัฐรวมถึงมาตรา 301 แห่งพระราชบัญญัติการค้าปี 1974
“หากเราไม่สามารถตกลงกันได้ครบทั้ง 80 ข้อ ฝ่ายสหรัฐ อาจขึ้นภาษีนำเข้า โดยอ้างมาตรา 301 แห่งพระราชบัญญัติการค้า” แหล่งข่าวกล่าวตามรายงานของนายปีเตอร์ แจนส์เซ่น
ผู้สังเกตการณ์รายหนึ่งกล่าวว่า ผู้นำเข้าของสหรัฐมีแนวโน้มที่จะเร่งสั่งซื้อสินค้าไทยในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ทั้งนี้ ผลการส่งออกที่แข็งแกร่งของไทย และดุลการค้าเกินดุลจำนวนมากกับสหรัฐอาจทำให้การเจรจาซับซ้อนขึ้น โดย ปีเตอร์ แจนส์เซน
ประเทศไทยโล่งใจได้ในระยะสั้น แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐ-ไทยยังคงอยู่ ผู้ส่งออกก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อกรอบเวลา 150 วันของอัตราภาษี 15 % สิ้นสุดลง
ในแง่หนึ่ง ช่วงเวลา 150 วันสอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของไทย
“ในตอนแรก ภายใต้ระบบภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทน เราวางแผนที่จะสรุปทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคมอยู่แล้ว” แหล่งข่าวจากรัฐบาลไทยกล่าว ข้อตกลงจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลใหม่
ประเทศไทยยังไม่ได้สรุปข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐ-ไทย การเจรจาถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา จากนั้นก็มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์และการจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งอย่างเร็วที่สุด รัฐบาลใหม่ไม่น่าจะสามารถทำงานได้ก่อนเดือนมิถุนายน 2026 แม้ว่าการเจรจาจะดำเนินต่อไปภายใต้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการ ซึ่งคาดว่าจะดำรงตำแหน่งต่อไปภายใต้รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย
อ่านข่าวต้นฉบับ: สหรัฐยื่นข้อเรียกร้อง 80 ข้อ อาจใช้มาตรา 301 ขึ้นภาษีไทย หากไม่สามารถตกลงกันได้