Samsung เปิดตัว “Galaxy S26 Series” AI Phone แฟลกชิปรุ่นใหม่ ไฮไลต์พิเศษอยู่ที่ “จอกันเผือก” ใน Galaxy S26 Ultra ผสานการทำงานของฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว ราคาเริ่มต้น 46,900 บาท
รายงานข่าวจากซัมซุง ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ซัมซุง” (Samsung) เปิดตัวมือถือ “Samsung Galaxy S26 Series” อย่างเป็นทางการ ชูจุดเด่นด้วย Galaxy AI ที่ฉลาด รู้ใจ เป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่เคยมีมา ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวและสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดตารางนัดหมาย การหาข้อมูล ไปจนถึงการถ่ายภาพและการทำคอนเทนต์
Samsung Galaxy S26 จะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการทำงานต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังชูจุดเด่นในฐานะ AI Phone เจเนอเรชั่นที่ 3 ของซัมซุง ทำให้ Samsung Galaxy S26, Samsung Galaxy S26+ และ Samsung Galaxy S26 Ultra สามารถจัดการงานที่ซับซ้อน ให้ผู้ใช้ได้พึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ต้องการได้อย่างเต็มที่
โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่รุ่นท็อป “Galaxy S26 Ultra” ที่มาพร้อมการอัพเกรดเทคโนโลยีในหลาย ๆ ด้าน
Galaxy S26 Series ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานที่ทำเป็นประจำให้กลายเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกกว่าเดิม โดย Galaxy AI จะช่วยลดขั้นตอนระหว่าง “สิ่งที่คิด” และ “การลงมือทำ” ให้สั้นลง เช่น ฟีเจอร์ Now Nudge ระบบจะให้คำแนะนำที่ถูกจังหวะและตรงประเด็น ช่วยให้ผู้ใช้ทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ต่อได้โดยไม่สะดุดจากขั้นตอนที่ไม่จำเป็น
หากเพื่อนขอรูปจากทริปล่าสุด Galaxy S26 จะเสนอรูปที่เกี่ยวข้องจากแกลเลอรีโดยอัตโนมัติ ลดการไล่ค้นหาอัลบั้มหรือสลับไปมาระหว่างแอป และเมื่อได้รับข้อความเกี่ยวกับการนัดหมาย Galaxy S26 ยังสามารถเชื่อมโยงรายการในปฏิทินที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบการทับซ้อนของกำหนดการได้
ฟีเจอร์ Now Brief ได้รับการพัฒนาให้ช่วยจัดการและแนะนำสิ่งสำคัญให้ล่วงหน้าแบบเฉพาะบุคคล โดยจะแสดงการแจ้งเตือนที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะเจาะสำหรับเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ตั้งแต่การจองร้านอาหารไปจนถึงอัปเดตการเดินทาง โดยอ้างอิงจากบริบทส่วนตัวของผู้ใช้ ช่วยให้จัดการตารางชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นระบบตลอดทั้งวัน
ฟีเจอร์ Circle to Search with Google ที่ได้รับการอัปเกรดให้รองรับการตรวจจับวัตถุหรือข้อมูลหลายรายการภายในภาพเดียวได้ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้จึงสามารถสำรวจรายละเอียดทุกส่วนของภาพได้พร้อมกันในครั้งเดียว หากพบลุคการแต่งตัวที่ถูกใจ ก็สามารค้นหาได้ทุกองค์ประกอบในภาพภายในครั้งเดียว ตั้งแต่เสื้อแจ็กเก็ตไปจนถึงรองเท้า
นอกจากนี้ Galaxy S26 Series ยังผสานการทำงานของผู้ช่วย AI Agent หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Bixby, Gemini และ Perplexity โดยเมื่อทำการตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้สามารถสั่งงานต่าง ๆ ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียวหรือผ่านคำสั่งเสียง
ซีรีส์นี้มาพร้อม Bixby เวอร์ชั่นอัปเกรดที่พัฒนาให้เป็นผู้ช่วยแบบสนทนา (Conversational Device Agent) ช่วยให้การโต้ตอบกับอุปกรณ์ Galaxy เป็นเรื่องง่ายและเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกัน Galaxy S26 ยังสามารถจัดการงานหลายขั้นตอนเบื้องหลังได้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการให้กับผู้ใช้ผ่าน Gemini และออกคำสั่งด้วยเสียง
ในฝั่งของระบบปกป้องด้านซอฟต์แวร์ มีฟีเจอร์ AI-powered Call Screening สามารถระบุสายเรียกเข้าจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก พร้อมสรุปวัตถุประสงค์ของการโทร ช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจและจัดการสายเรียกเข้าได้อย่างปลอดภัยและสะดวกยิ่งขึ้น
ขณะที่ Privacy Alerts ใช้เทคโนโลยี Machine Learning ในการแจ้งเตือนเชิงรุกแบบเรียลไทม์ เมื่อแอปพลิเคชั่นที่มีสิทธิ์ระดับผู้ดูแลอุปกรณ์ (device admin privileges) พยายามเข้าถึงข้อมูลสำคัญโดยไม่จำเป็น เช่น ตำแหน่งที่ตั้งแบบละเอียด บันทึกการโทร หรือรายชื่อผู้ติดต่อ การแจ้งเตือนเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจได้อย่างชัดเจนเมื่อแอปต้องการสิทธิ์การเข้าถึงในระดับลึกยิ่งขึ้น และสามารถจัดการการอนุญาตได้ด้วยความโปร่งใสและควบคุมได้มากขึ้น
ส่วนฟีเจอร์ Private Album ที่ผสานอยู่ภายในแอป Gallery โดยตรง จะช่วยให้ผู้ใช้ซ่อนภาพถ่ายและวิดีโอที่เลือกไว้ได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องสร้างโฟลเดอร์แยก หรือเข้าสู่ระบบด้วย Samsung Account
ที่สำคัญ Galaxy S26 ยังต่อยอดนวัตกรรมด้าน post-quantum cryptography (PQC) ไปสู่กระบวนการสำคัญของระบบ เช่น การตรวจสอบความถูกต้องของซอฟต์แวร์ (software verification) และการปกป้องเฟิร์มแวร์ (firmware protection) เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบในระยะยาว
Galaxy S26 Ultra มาพร้อมระบบโปรเซสเซอร์ที่ได้รับการปรับแต่งพิเศษ “Snapdragon 8 Elite Gen 5” ที่มอบประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ด้วยการยกระดับทั้ง CPU, GPU และ NPU เพื่อรองรับประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็ว ลื่นไหล และต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ด้วยประสิทธิภาพ CPU ที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 19% ช่วยให้ Galaxy S26 Ultra ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และสามารถจัดการงานที่ซับซ้อนได้อย่างชาญฉลาด แม้ในขณะที่มีการใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกัน
ขณะเดียวกันประสิทธิภาพ NPU ที่เพิ่มขึ้น 39% ช่วยขับเคลื่อนฟีเจอร์ Galaxy AI ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น ผู้ใช้จึงสามารถสลับการทำงานระหว่างภารกิจต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เกิดอาการหน่วงหรือสะดุด และประสิทธิภาพ GPU ที่เพิ่มขึ้น 24% ยังมอบภาพกราฟิกที่คมชัดสมจริงยิ่งขึ้น พร้อมประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลมากกว่าเดิม
นอกจากนี้ Galaxy S26 Ultra ยังได้พัฒนา Vapor Chamber โฉมใหม่ พร้อมวัสดุถ่ายเทความร้อน (Thermal Interface Material) ที่จัดวางบริเวณด้านข้างของโปรเซสเซอร์ ช่วยกระจายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นครอบคลุมพื้นที่ที่กว้างกว่าเดิม ส่งผลให้การระบายความร้อนดีขึ้น และช่วยคงความเสถียรของอุปกรณ์ให้อุณหภูมิเย็นและทำงานได้อย่างต่อเนื่อง แม้มีการใช้งานที่ต้องใช้ทรัพยากรสูง เช่น การเล่นเกม การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน หรือการบันทึกวิดีโอ
โดยเทคโนโลยีเฉพาะของซัมซุงที่ฝังอยู่ภายในโปรเซสเซอร์ช่วยยกระดับประสิทธิภาพด้านภาพอย่างเหนือชั้น ProScaler จะช่วยปรับปรุงคุณภาพการขยายภาพ ทำให้ภาพถ่ายและวิดีโอคมชัดและมีมิติมากขึ้นตั้งแต่แรกเห็น ด้วยการเพิ่มความคมของตัวอักษรและรายละเอียดเล็ก ๆ พร้อมปรับพื้นผิวให้เนียนตา
ส่วน mobile Digital Natural Image engine (mDNIe) ยังช่วยให้สีสันที่ละเอียดและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ด้วยการประมวลผลภาพที่มีความแม่นยำมากขึ้นถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และยังมีเทคโนโลยี Super Fast Charging 3.0 ช่วยลดระยะเวลารอ ด้วยการชาร์จได้สูงสุดถึง 75% ภายในเวลาเพียง 30 นาทีเพื่อรองรับการใช้งานตลอดทั้งวัน
ในส่วนของกล้อง Galaxy S26 Ultra มาพร้อมรูรับแสงของกล้องที่กว้างขึ้น ช่วยให้แสงเข้าสู่เซนเซอร์ได้มากกว่าเดิม มอบภาพถ่ายที่คมชัดและเก็บรายละเอียดได้ดียิ่งขึ้นในสภาพแสงน้อย แม้ในขณะซูมเข้าใกล้วัตถุ ฟีเจอร์ Enhanced Nightography Video ได้รับการพัฒนาให้บันทึกวิดีโอได้คมชัดและสีสันสดใสมากยิ่งขึ้น สว่างสดใส แม้แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายคอนเสิร์ตในร่ม หรือบันทึกภาพกิจกรรมแคมป์กองไฟหลังพระอาทิตย์ตกดิน
การถ่ายวิดีโอยังได้รับการยกระดับด้วยความสามารถของ Super Steady ที่พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น โดยเพิ่มตัวเลือก Horizontal Lock พลิกยังไงเฟรมก็นิ่ง เพื่อความเสถียรที่มากกว่าเดิม และช่วยให้จัดเฟรมภาพได้สม่ำเสมอ แม้ในเส้นทางที่ขรุขระหรือกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว โดยยังเป็นสมาร์ทโฟน Galaxy รุ่นแรกที่รองรับ APV ซึ่งเป็นวิดีโอระดับมืออาชีพรูปแบบใหม่ ออกแบบมาเพื่อการบีบอัดไฟล์อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับเวิร์กโฟลว์การผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูง
ทั้งนี้ Galaxy S26 Ultra ยังยกระดับการปกป้องความเป็นส่วนตัวสู่ระดับพิกเซล ด้วย “Privacy Display” แบบติดตั้งในตัวเครื่องเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมมือถือ นับเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีจอภาพที่ยกระดับแนวทางการปกป้องข้อมูลบนมือถือ ออกแบบมาเพื่อสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น ระหว่างการเดินทาง ในร้านกาแฟ หรือพื้นที่สาธารณะ
โดย Privacy Display ผสานการทำงานของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เป็นหนึ่งเดียว เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวโดยไม่ลดทอนประสบการณ์การรับชม ด้วยการควบคุมทิศทางการกระจายแสงของพิกเซลอย่างแม่นยำ หน้าจอจึงสามารถแสดงผลได้อย่างคมชัด สว่าง และสบายตาสำหรับผู้ใช้ในการใช้งานทั่วไป
รวมถึงยังช่วยจำกัดการมองเห็นจากผู้อื่น ซึ่งแตกต่างจากฟิล์มกันมองแบบติดทับทั่วไป เพราะ Privacy Display ที่ผสานอยู่ในตัวเครื่องจะสามารถคงคุณภาพการแสดงผลได้เต็มประสิทธิภาพจากทุกมุมมองเมื่อปิดการทำงาน และเมื่อเปิดใช้งานจะจำกัดการมองเห็นจากมุมด้านข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ รอบรับการใช้งานทั้งแนวตั้งและแนวนอน
Galaxy S26 Series มีสีให้เลือกได้แก่ Cobalt Violet, White, Black และ Sky Blue และสีพิเศษเฉพาะช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Pink Gold และ Silver Shadow
โดยราคาของแต่ละรุ่น ได้แก่ Galaxy S26 Ultra รุ่นความจุ 256GB ราคา 46,900 บาท, รุ่น 512GB ราคา 54,900 บาท และรุ่น 1TB ราคา 66,900 บาท
ขณะที่ Galaxy S26+ รุ่น 256GB ราคา 40,900 บาท และรุ่น 512GB ราคา 48,900 บาท
ส่วน Galaxy S26 รุ่น 256GB ราคา 33,900 บาท และรุ่น 512GB ราคา 41,900 บาท
อ่านข่าวต้นฉบับ: “จอกันเผือก” อะไรใหม่ ๆ ใน Galaxy S26 Ultra รุ่นท็อปสุด 66,900 บาท
