หลัง “ทรูมันนี่” (TrueMoney) ประกาศความร่วมมือกับ “แอนท์ กรุ๊ป” (Ant Group) ผู้ให้บริการโซลูชั่นการชำระเงินข้ามพรมแดน “อาลีเพย์ พลัส” (Alipay+) เชื่อมระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้จ่ายที่ต่างประเทศให้กับผู้ใช้ตั้งแต่ปี 2023 ก็เดินหน้าขยายอีโคซิสเต็มด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดเปิดตัวหมวดบริการ “ท่องเที่ยว” ซึ่งขับเคลื่อนด้วย “Alipay+ Voyager” AI ช่วยวางแผนการเดินทางที่ฝังอยู่ภายในแอปวอลเล็ต ผู้ใช้สามารถรับคำแนะนำแผนการเดินทางเฉพาะบุคคล พร้อมเข้าถึงบริการด้านการท่องเที่ยว ช่วยลดความซับซ้อนจากการต้องสลับใช้งานหลายแอปพลิเคชั่นระหว่างทริป
โดยหมวดบริการ “ท่องเที่ยว” บนแอปทรูมันนี่ชูจุดเด่น 4 ด้าน ได้แก่
1.จองง่าย ครอบคลุมการวางแผนทริปในแอปเดียว ตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงการจองทริป และจองบริการรถรับ-ส่ง พร้อมราคาพิเศษและโปรโมชั่นตลอดทั้งปี โดยมีเที่ยวบินให้เลือกมากกว่า 25,000 เที่ยวบิน และที่พักกว่า 5 ล้านแห่งครอบคลุมในหลายประเทศ
2.จ่ายสะดวก ชำระเงินในต่างประเทศโดยไม่ต้องพกเงินสด ไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องดาวน์โหลดแอปอื่นเพิ่มเติม เนื่องจากมีภาษาไทยในระบบ ครอบคลุมหลากหลายร้านค้า
3.เน็ตพร้อม ใช้งานอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศได้ต่อเนื่อง สมัครง่ายด้วยเบอร์เดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม มาพร้อมแพ็กเกจเน็ตและโทรที่ครอบคลุม และสามารถซื้อได้แม้อยู่ต่างประเทศ
4.ประกันคุ้ม สามารถซื้อประกันการเดินทางจากบริษัทประกันชั้นนำในแอปทรูมันนี่ ราคาเริ่มต้น 28 บาทต่อวัน พร้อมปรับความคุ้มครองได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน
“ธนรัฐ ธุวสุจิเรข” ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันแอปทรูมันนี่มีฐานผู้ใช้รายเดือน (Monthly Active Users) กว่า 21 ล้านคน โดยบริการชำระเงินในต่างประเทศปี 2025 ที่ผ่านมาโตจากปีก่อนหน้า 45% ซึ่งประเทศที่มีการใช้งานมากที่สุด คือ “จีน” มีสัดส่วนสูงถึง 82%
ในส่วนของพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ใช้แอปทรูมันนี่ในประเทศจีน พบว่ากลุ่มร้านค้าในหมวด Experience & Entertainment เติบโตโดดเด่นกว่าหมวดอื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ Shanghai Disneyland, Pop Mart (ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ) และตู้คืบตุ๊กตา (Claw Machine)
ซึ่งติดอันดับ Top Growing Merchants ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นกว่า 49% สะท้อนแนวโน้มของนักท่องเที่ยวไทยที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และกิจกรรมความบันเทิงมากขึ้นและไม่ได้จำกัดการใช้จ่ายไว้เพียงหมวดอาหารหรือที่พักเท่านั้น
ขณะเดียวกันการใช้จ่ายในประเทศอื่น ๆ รวมกันยังเติบโตสูงถึง 157% สะท้อนโอกาสการขยายตัวของตลาดการชำระเงินข้ามพรมแดน (Cross-border Payment) และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของทรูมันนี่ในการต่อยอดไปสู่การพัฒนาฬีเจอร์ท่องเที่ยวแบบครบวงจร เพื่อสร้าง Growth Engine ใหม่ให้กับธุรกิจ
นอกจากนี้ ปริมาณผู้ใช้งานรายเดือนสำหรับบริการท่องเที่ยวเติบโตกว่า 75% โดยกว่า 78% เป็นผู้ใช้ใหม่ สะท้อนการขยายฐานลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ เป็นกลุ่มอายุ 23-39 ปี 47% ขณะที่กลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนถึง 43%
“การชำระเงินดิจิทัลเพื่อการเดินทางไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มคนรุ่นใหม่อีกต่อไป เพราะบริการของทรูมันนี่สามารถช่วยลด Pain Points สำคัญ เช่น อุปสรรคด้านภาษา และความยุ่งยากในการต้องดาวน์โหลดและเรียนรู้การใช้งานแอปใหม่ ๆ ระหว่างการเดินทาง”
สำหรับแนวทางต่อยอดบริการ Cross-border Payment ในช่วงต่อจากนี้ “ธนรัฐ” บอกว่า ทรูมันนี่ เตรียมจับมือกับ “แอสเซนด์ นาโน” เพื่อเปิดตัว “PayNext” วงเงินใช้ก่อนจ่ายที่หลังสำหรับการใช้จ่ายต่างประเทศ ชูจุดแข็งจ่ายที่หลังได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านสภาพคล่องระหว่างการเดินทาง
โดยปัจจุบันฐานผู้ใช้ PayNext และ PayNext Extra รวมกว่า 2.7 ล้านคน และยังคงเติบโตต่อเนื่องแบบปีต่อปี สะท้อนศักยภาพของบริการ Buy Now, Pay Later ที่พร้อมต่อยอดและขยายสู่ตลาด Cross-border Payment ในอนาคต
“ปัจจุบันสามารถใช้ทรูมันนี่ในการใช้จ่ายที่ต่างประเทศได้มากกว่า 50 ประเทศ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับ Alipay+ ที่เป็นพาร์ตเนอร์หลัก และพาร์ตเนอร์รายย่อยอื่น ๆ โดยบริการ PayNext สำหรับใช้จ่ายในต่างประเทศน่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นภายในไตรมาส 2/2026 คาดว่าจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้ไปอีกขั้นด้วย”
อ่านข่าวต้นฉบับ: ทรูมันนี่ขยายอีโคซิสเต็มท่องเที่ยว เตรียมเปิด “ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง” ในต่างประเทศ