คอลัมน์ : เติมความคิดพิชิตการลงทุน ผู้เขียน : พบชัย ภัทราวิชญ์ บริษัทหลักทรัพย์ InnovestX
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล และอิหร่าน ในช่วงวันที่ 28 ก.พ.-1 มี.ค. 69 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โลกได้เข้าสู่บทใหม่ของความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิภาคตะวันออกกลางก้าวเข้าสู่ภาวะสงคราม ทั้งนี้ เราประเมิน 3 ฉากทัศน์ (Scenario) ที่อาจเกิดขึ้นหลังเกิดวิกฤตตะวันออกกลางรอบใหม่นี้ คือ
1) การโจมตีจํากัดแต่หยุดเร็ว (โอกาส 30%) : มองฝ่ายสหรัฐประกาศชัยชนะ ระยะสั้นคาด Brent อยู่ที่ US$75-80/bbl และจะลดลงเร็วหลังเหตุปะทะยุติ ทําให้เฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ US$65-70/bbl ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับรับมือได้ ส่วน SET ตกใจชั่วคราว
แต่พื้นฐานยังไม่เปลี่ยน โดยระยะสั้นคาดปรับลงราว -15 ถึง -50 จุด (-1% ถึง -3%) และเป้า SET อิง PER 16 เท่าเช่นเดิมที่ 1,530 จุด กลยุทธ์ Selective Buy ในหุ้น Domestic ที่ได้รับผลกระทบจํากัดจากราคาน้ำมัน ได้แก่ ADVANC TRUE CPALL และแนะนําหลีกเลี่ยงหุ้นที่อ่อนไหวง่ายต่อต้นทุนน้ำมัน ส่วนนักลงทุนรับความเสี่ยงได้สูง สามารถเก็งกําไรกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP PTT BCP เพื่อ Hedging พอร์ตได้ แต่ต้องระวังแรงขาย Sell on Fact เมื่อคลี่คลาย แนะนําตั้งจุด Trailing Stop
2) สงครามยืดเยื้อ แต่ไม่ลุกลาม (โอกาส 50%) : มองเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ระยะสั้นคาด Brent ปรับขึ้น > $80/bbl และเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ US$70-100/bbl เริ่มมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ส่วน SET เกิดภาวะ Risk off โดยระยะสั้นคาดปรับลงราว -50 ถึง -75 จุด (-3% ถึง -5%) และเป้า SET อิง PER 14-16 เท่า ที่ 1,318-1,506 จุด กลยุทธ์แนะนํา ลดน้ำหนักในหุ้นที่อ่อนไหวง่ายต่อต้นทุนน้ำมัน
ขณะที่มองบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP PTT BCP เพื่อ Hedging พอร์ต และหุ้นกลุ่มเดินเรือซึ่งจะได้ Sentiment บวกจากค่าระวางเรือสูงขึ้น ได้แก่ PSL TTA RCL PRM รวมทั้งหุ้น Defensive ที่มี Pricing Power สูง ได้แก่ ADVANC TRUE BEM CHG พร้อมกับลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคําและตราสารหนี้ระยะสั้น
3) สงครามยืดเยื้อและขยายตัวระดับภูมิภาค (โอกาส 20%) : มองกลุ่มฮูตีและฮิซบอลเลาะห์เปิดแนวรบ ระยะสั้นและเฉลี่ยทั้งปีนี้คาด Brent ปรับขึ้น > $100/bbl มีผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย ส่วน SET เกิดภาวะ Extreme Risk off
โดยระยะสั้นคาดปรับลงราว -75 ถึง -150 จุด (-5% ถึง -10%) อย่างไรก็ดี มีโอกาสที่ค่า Equity Risk Premium สูงขึ้นจนทําให้ Valuation ถูก Derating ลงไปเทรดที่ PER 12 เท่าที่ 1,100 จุด เพื่อสะท้อนเงินทุนไหลออกรุนแรงได้
กลยุทธ์แนะนําถือเงินสดมากขึ้น โดยลดน้ำหนักลงทุนในหุ้นอย่างมีนัย โดยเฉพาะหุ้นที่อ่อนไหวง่ายต่อต้นทุนน้ำมัน และหุ้นที่มีหนี้ต่างประเทศสูงจากบาทอ่อนค่า
ขณะที่มองบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP PTT BCP เพื่อ Hedging พอร์ต พร้อมกับลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคําและตราสารหนี้ระยะสั้น
อ่านข่าวต้นฉบับ: วิกฤตตะวันออกกลางรอบใหม่ กระทบ SET ระยะสั้น หุ้นพลังงานต้นน้ำ-เดินเรือ ได้ประโยชน์