เอกนิติ นั่งหัวโต๊ะประชุมประเมินสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ถกร่วมภาคเอกชน-ตลาดทุน-ก.ล.ต. ประเมินผลกระทบทุกมิติ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 โดยมีรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ส่วน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รมว.พลังงาน ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์
รวมถึง นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้แทนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้าร่วม
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การสู้รบในตะวันออกกลาง กระทบกับหลายสิ่งในประเทศไทย โดยเฉพาะน้ำมัน ที่จะเกิดผลกระทบกับเรื่องของราคาสินค้าและการขนส่ง โดยกระทรวงพลังงาน ประมาณการว่าจะอยู่ได้ 60 วัน แต่อาจยืดระยะเวลาไปได้มากกว่านั้น หากมีการตัดบางเรื่องออก เช่น การส่งออกโดยไม่มีสัญญา ส่วนน้ำมันที่ล้นแท็งก์จะหาวิธีช่วยกันเก็บอย่างไร ขณะที่การใช้น้ำมันดีเซลจะเพิ่มจาก บี5 เป็น บี7 ได้หรือไม่ หรือจะเพิ่มแอลกอฮอล์เข้าไปได้หรือไม่ เป็นต้น
นายเอกนิติ กล่าวว่า เมื่อช่วงสายวันเดียวกันนี้ ได้ประชุมวงเล็กร่วมกับนายกรัฐมนตรี จึงอยากให้ทุกหน่วยงาน และภาคเอกชน รวมถึง กกร.อัพเดตสถานการณ์ เพื่อให้ข้อมูลตรงกัน โดยจะมีสภาพัฒน์ชี้แจงภาพล่าสุด
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มอบให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นศูนย์กลางในการประสานให้ข้อมูลต่าง ๆ กับโฆษกกระทรวงในการนำเสนอ เพราะขณะนี้สื่อทางออนไลน์มีจำนวนมาก มีทั้งข่าวจริงและไม่จริง อาจทำให้เกิดการตื่นตระหนก จึงให้กระทรวงการต่างประเทศอัพเดตสถานการณ์หน้างานอยู่ตลอดและให้สภาพัฒน์ประเมินผลกระทบเศรษฐกิจการค้า การลงทุน การประชุมในวันนี้จะให้พลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ ดูผลกระทบราคาสินค้าต่าง ๆ การขนส่ง เพื่อประเมินผลกระทบในทุกมิติร่วมกับภาคเอกชน ที่มีผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดทุน เข้าร่วมประชุมด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับ: เอกนิติ ถกภาคเอกชน-ตลาดทุน-กลต. ประเมินผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง
