GGC มองเห็นโอกาสด้านพลังงาน ชี้ทางรอดโดยการใช้ “ไบโอดีเซล” ปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลจากเดิม 5% (B5) ขึ้นเป็น 10% (B10) หวังลดการพึ่งพาน้ำมันดีเซลที่ต้องนำเข้าได้ เชื่อว่าหากทำได้ จะประหยัดเม็ดเงินให้ประเทศได้กว่า 25,000 ล้านบาท กู้วิกฤตราคาน้ำมัน พร้อมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศได้
นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC กล่าวว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบราคาพลังงาน ค่าขนส่ง ต่อระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยพบว่าประเทศไทยนั้น มีการนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 100 ล้านบาร์เรลต่อปี ราว 50% ของน้ำมันที่ใช้ในประเทศ นำเข้าจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และในจำนวนนี้ 30-40% ถูกนำไปผลิตเป็นน้ำมันดีเซล ขณะที่ GGC นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางประมาณ 12% ส่วนที่เหลือนำเข้าจากแหล่งอื่น อาทิ อเมริกาใต้และแอฟริกา
“จากปัจจัยที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีโอกาสที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น เพื่อลดความเสี่ยง GGC เห็นว่าการปรับการใช้ ไบโอดีเซล จะเป็นทางรอดและเป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของไทย ซึ่งเรื่องนี้ เราก็พร้อมที่จะเสนอทางเลือกให้กับรัฐบาลพิจารณา เนื่องในวันนี้ (4 มีนาคม 2569) ภายใต้กลุ่ม ปตท. จะมีการหารือกับนายกรัฐมนตรีวันนี้ ซึ่งหากรัฐบาลเห็นด้วย GGC พร้อมเดินหน้าได้ทันที”
โดยปัจจุบัน GGC มีความสามารถผลิต B100 อยู่ที่ประมาณ 5 แสนตันต่อปี หรือประมาณ 50% ของกำลังการผลิต ขณะที่ เอทานอล สามารถผลิตได้ 150 ล้านลิตรต่อวัน แต่ทั้งนี้ ได้หยุดการผลิตไปในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ เดือนธันวาคม 2568 ถึง มกราคม 2569 เนื่องจากราคาต่ำกว่าต้นทุน หรืออยู่ที่ประมาณ 18-19 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ดี GGC มีสต๊อกเพียงพอต่อความต้องการได้ 6 เดือน หากสามารถปรับเพิ่มไบโอดีเซลจากปัจจุบันที่ระดับ 5% ขึ้นไปเป็น 10% ประเมินเบื้องต้นว่าจะช่วยประหยัดเงินจากการลดการนำเข้าน้ำมันได้ถึงประมาณ 25,000 ล้านบาท ส่วน B100 ราคาอยู่ที่ประมาณกว่า 30 บาทต่อลิตร
ส่วนกรณี การยกเลิกการสนับสนุนราคาไบโอดีเซล (B100) จากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเดือนกันยายน 2569 นี้ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทไม่มากนัก เนื่องจากประเทศไทยมีข้อบังคับการผสมไบโอดีเซลอยู่แล้ว และปัจจุบันรัฐอุดหนุนราคาอยู่ประมาณ 50 สตางค์ต่อลิตรเท่านั้น
อ่านข่าวต้นฉบับ: GGC ชี้ทางรอดวิกฤตน้ำมัน ชง “รัฐ” ใช้ “ดีเซล B10” คาดประหยัดเงิน 2.5 หมื่นลบ.