ในการสอบสวนต่อเหตุการณ์การโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนในเมืองมินับ ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2026 ซึ่งส่งผลให้มีนักเรียนเสียชีวิต 150 ราย แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนของสหรัฐเปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่กองทัพสหรัฐจะเป็นผู้โจมตี ด้านรูบิโอระบุ “แน่นอนว่าสหรัฐไม่ได้เล็งเป้าหมายไปที่โรงเรียนโดยตั้งใจ”
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สอบสวนของสหรัฐเชื่อว่าเหตุการณ์การโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนในอิหร่าน ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 นั้นมีความเป็นไปได้ที่กองกำลังสหรัฐจะเป็นผู้โจมตี แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
เจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 คน เปิดเผยกับรอยเตอร์ในเรื่องนี้ แต่รอยเตอร์ไม่สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับการสอบสวนหรือหลักฐานเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ดี พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ว่า กองทัพสหรัฐกำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้อยู่
รอยเตอร์ไม่สามารถระบุได้ว่าการสอบสวนจะดำเนินต่อไปอีกนานเท่าใด หรือเจ้าหน้าที่สอบสวนกำลังมองหาหลักฐานอะไรก่อนสรุปผลการประเมิน โดยเจ้าหน้าที่ 2 คนที่เปิดเผยเรื่องนี้ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่อาจมีหลักฐานใหม่ ซึ่งชี้ไปที่ฝ่ายอื่นที่อาจลงมือ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันแรกของการโจมตีอิหร่าน โดยสหรัฐและอิสราเอล โรงเรียนหญิงล้วนในเมืองมินับ (Minab) ทางตอนใต้ของอิหร่านก็ถูกโจมตีเช่นกัน โดย อาลี บาห์เรนี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ (UN) ในนครเจนีวา ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 150 ราย
ร้อยเอกทิโมธี ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ ตอบกลับคำถามจากรอยเตอร์ว่า ไม่เหมาะสมที่จะแสดงความคิดเห็น เนื่องจากเหตุการณ์นี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ด้านเฮกเซธ ระบุว่า กำลังตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอยู่ โดยสหรัฐไม่เคยเล็งเป้าหมายไปที่พลเรือน แต่เรากำลังสอบสวนเรื่องนี้อยู่
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า แน่นอนว่าสหรัฐไม่ได้เล็งเป้าหมายไปที่โรงเรียนโดยตั้งใจ โดยกระทรวงกลาโหมจะเป็นผู้สอบสวน หากเป็นการโจมตีของสหรัฐ
ด้าน ราวินา ชัมดาสานี โฆษกสำนักงานสิทธิมนุษยชน UN กล่าวว่า ภาระในการสอบสวนตกอยู่กับกองกำลังที่ทำการโจมตี
การโจมตีที่โรงเรียนประถมศึกษาในเมืองมินับ เป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจากพลเรือนมากที่สุดนับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และยังไม่มีฝ่ายใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ
เมืองมินับและโรงเรียนหญิงล้วนสวัสดิการทหาร : เมืองมินับ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอิหร่าน ห่างจากกรุงเตหะรานกว่า 960 กม. มีความสำคัญทางการทหารอย่างมาก เนื่องจากตั้งอยู่ติดกับช่องแคบฮอร์มุซ และเป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติการของกองทัพเรือภายใต้กำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) โดยโรงเรียนชาจาเรห์ ตัยยิเบห์ ในเมืองมินับที่ถูกโจมตี เป็นโรงเรียนไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อบริการการศึกษาแก่บุตรหลานของสมาชิกกองทัพเรือ IRGC ซึ่งตั้งอยู่ติดกับฐานทัพเรือ
ข้อสันนิษฐานผู้โจมตี : กระทรวงกลาโหมสหรัฐยืนยันว่า ในวันที่ 28 ก.พ. กองทัพของสหรัฐมีการปฏิบัติการในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซจริง โดย พลเรือเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐ ระบุว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln กำลังปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน อีกทั้งโฆษกกองทัพอิสราเอลปฏิเสธว่า กองกำลังอิสราเอลไม่ได้ปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าว ณ เวลานั้น แต่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ
ภาพถ่ายดาวเทียม : ภาพถ่ายดาวเทียมในวันที่ 28 ก.พ. เผยให้เห็นการโจมตีที่แม่นยำ (Precision Strike) ซึ่งทำลายอาคาร 6 หลังในฐานทัพเรือของ IRGC และตัวอาคารของโรงเรียนซึ่งอยู่บริเวณข้างเคียงก็ถูกโจมตี ในช่วงเวลาเดียวกัน เมื่อย้อนกลับไปที่ภาพดาวเทียมปี 2013 แสดงให้เห็นว่าอาคารโรงเรียนเคยเป็นส่วนหนึ่งของฐานทัพเรือ IRGC แต่ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา พื้นที่ดังกล่าวถูกกั้นแยกออกมาเป็นโรงเรียนอย่างชัดเจน โดยมีสนามกีฬาและลานสันทนาการ
เวส เจ. ไบรอันต์ นักวิเคราะห์ความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเคยรับราชการในกองทัพอากาศสหรัฐ และเคยเป็นที่ปรึกษาอาวุโสเกี่ยวกับอันตรายต่อพลเรือนที่กระทรวงกลาโหม ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมชุดใหม่ และสรุปว่าอาคารทั้งหมด รวมถึงโรงเรียน ถูกโจมตีด้วยการกำหนดเป้าหมายที่แม่นยำ โดยเขากล่าวว่า คำอธิบายที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ โรงเรียนเป็น “เป้าหมายที่ผิดพลาด” ซึ่งถูกโจมตีโดยไม่รู้ว่าอาจมีพลเรือนจำนวนมากอยู่ภายใน
เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และหากได้รับการยืนยันว่าเป็นการโจมตีของสหรัฐ คำถามสำคัญที่อาจเกิดขึ้นคือ การปิดโรงเรียนครั้งนี้เป็นความผิดพลาดหรือเป็นการใช้ข้อมูลที่ล้าสมัย
จานินา ดิลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสงครามจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า ผู้โจมตีมีหน้าที่ต้อง “ตรวจสอบสถานะ” ของเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีพลเรือนได้รับอันตราย และการไม่ปฏิบัติตามอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ การโจมตีโรงเรียน โรงพยาบาล หรือสิ่งก่อสร้างพลเรือนอื่น ๆ โดยเจตนา อาจเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมสงคราม ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเด็กและครูทุกคนในโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นบุตรหลานของบุคลากรทางทหารหรือพลเรือน ก็ยังคงเป็นบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศในทุกกรณี
อ้างอิง : The New York Times, Al Jazeera
อ่านข่าวต้นฉบับ: เจ้าหน้าที่สอบสวนชี้ สหรัฐอาจโจมตีโรงเรียนอิหร่าน
