ตลาดหลักทรัพย์ฯ-ก.ล.ต.-BOI-FETCO ผนึกกำลังเอกชน จัดเวทีความร่วมมือ “The 3rd Multilateral Collaboration for Sustainability” ชูมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI เป็นกลไกหนุนเอกชนพัฒนาชุมชน ควบคู่เศรษฐกิจสีเขียว-ESG เผยตั้งแต่ปี 2566-ม.ค.2569 อนุมัติโครงการแล้ว 106 โครงการ ครอบคลุมองค์กรท้องถิ่น 946 แห่ง มูลค่าลงทุนรวม 3,000 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย (THAI LCA) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ร่วมจัดงาน “สานพลังเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมจากฐานรากสู่ความยั่งยืน ปีที่ 3 (The 3rd Multilateral Collaboration for Sustainability: Continuing the Impact)” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคตลาดทุน และภาคสังคม ในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นระบบ พร้อมต่อยอดพลังภาคเอกชนให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกในระดับฐานราก และขยายผลสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ สายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เวทีสานพลังฯ ปีที่ 3 ถือเป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ประกอบการเพื่อสังคม และวิสาหกิจชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างผลลัพธ์เชิงบวกจากฐานราก และต่อยอดสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ ตลอดกว่า 50 ปีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นศูนย์กลางการซื้อขายหลักทรัพย์ แต่ยังมุ่งพัฒนาตลาดทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่การสร้างโอกาสและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “เส้นทางแห่งความเชื่อมั่น สู่โอกาสของทุกคน” โดยมีโครงการสำคัญ เช่น แพลตฟอร์ม SETCarbon สำหรับบริหารจัดการและรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และการเตรียมความพร้อมรองรับกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังร่วมกับ ก.ล.ต. ยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดี ผ่านการจัดทำ 6 มาตรฐานองค์ความรู้กรรมการไทย รวมถึงโครงการเพื่อสังคม เช่น โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อเด็กไทย ใส่ใจเรื่องการเงิน และการสนับสนุนรถพยาบาลและอุปกรณ์การแพทย์แก่มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ภายใต้โครงการ “50 ปี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวนทำความดีเพื่อสังคม”
นางสาวสุชา บุณยเนตร รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. มุ่งยกระดับตลาดทุนไทยสู่การเงินที่ยั่งยืน (Sustainable Finance) ผ่านการพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนเพื่อความยั่งยืนใน 6 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล การพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืน การสนับสนุนบทบาทผู้ลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากการฟอกเขียว (Greenwashing) การพัฒนาผู้ประเมิน (Reviewers) ในประเทศ การจัดตั้งศูนย์กลางข้อมูล ESG และการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ยังส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่เป้าหมายความยั่งยืน
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า ภายใต้บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว การเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่สามารถมุ่งเน้นเพียงตัวเลขการขยายตัว แต่ต้องควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล
BOI จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณภาพที่คำนึงถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) พร้อมขับเคลื่อน “มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม” เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพของภาคเอกชนกับความต้องการของท้องถิ่น
มาตรการดังกล่าวสนับสนุนให้ผู้ประกอบการร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นในการพัฒนาชุมชนในหลายด้าน เช่น การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การพัฒนาเกษตรยั่งยืน การจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการป่าเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ตลอดจนการสนับสนุนด้านการศึกษาและสาธารณสุข โดยบริษัทเอกชนที่ร่วมดำเนินการสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2566 ถึงเดือนมกราคม 2569 มีโครงการที่ได้รับการอนุมัติภายใต้มาตรการดังกล่าวแล้ว 106 โครงการ ครอบคลุมองค์กรท้องถิ่นกว่า 946 แห่งทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 3,000 ล้านบาท
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และอุปนายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบทของไทยยังเป็นความท้าทายสำคัญ ซึ่งภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถแก้ไขได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคประชาสังคม
มาตรการของ BOI รวมถึงโครงการ Fast Track ต่าง ๆ จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือแบบ “Collective Effort for Collective Impacts” เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมในการพัฒนาชุมชน
การจัดงานในปีที่ 3 ถือเป็นโอกาสในการขยายเครือข่ายความร่วมมือและสร้างกรณีต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก พร้อมย้ำว่าตลาดทุนยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งระดมทุน แต่ยังทำหน้าที่เป็น “กลไกขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่าน” สู่เศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนธุรกิจที่เติบโตอย่างรับผิดชอบ และการส่งเสริมแนวคิด ESG เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คน ชุมชน และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับ: ตลาดหลักทรัพย์ฯ-ก.ล.ต.-BOI-FETCO สานพลังเอกชน ดันมาตรการหนุนลงทุนเพื่อชุมชน
