สถานการณ์ความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคอาเซียนตึงเครียด เนื่องจากผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง เป็นเหตุให้บ่ายวันนี้ รัฐบาลเมียนมาประกาศมาตรการควบคุมการใช้เชื้อเพลิงขั้นสูงสุด สั่งบังคับใช้ระบบสลับวันวิ่งรถยนต์ตามหมายเลขทะเบียน วันคู่-วันคี่ เพื่อรับมือกับวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน และก๊าซเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง มาตรการนี้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป
ตามประกาศจากหน่วยงานความมั่นคงของเมียนมาที่ปรากฏในเอกสารทางการ มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การลดการใช้พลังงานในภาคครัวเรือนและรถยนต์ส่วนบุคคลเป็นหลัก
โดยมีรายละเอียดการปฏิบัติดังนี้:
ข้อ ๒. เนื่องจากสถานการณ์ที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อเป็นการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2026 เป็นต้นไป ยานพาหนะส่วนบุคคล ยานพาหนะที่ใช้ในธุรกิจ และยานพาหนะขนส่ง จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับในการขับขี่และการใช้งานดังนี้:
(ก) ในวันที่เป็นเลขคู่ ให้เฉพาะยานพาหนะที่มีป้ายทะเบียนลงท้ายด้วยหมายเลขคู่ (เช่น 2A/—-, 4A/—- เป็นต้น) ออกวิ่งได้
ในวันที่เป็นเลขคี่ ให้เฉพาะยานพาหนะที่มีป้ายทะเบียนลงท้ายด้วยหมายเลขคี่ (เช่น 1A/—-, 3A/—- เป็นต้น) ออกวิ่งได้
ข้อยกเว้น: รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สามารถขับขี่ได้ทุกวันตามปกติ
(ข) ยานพาหนะที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานได้ทุกวันตามปกติ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสาธารณะและเศรษฐกิจ ได้แก่:
(ค) ห้ามมิให้ประชาชนทั่วไป (ยกเว้นผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับอนุญาต) ดำเนินการจัดซื้อน้ำมันเพื่อกักตุน หรือจำหน่ายน้ำมันในราคาที่สูงเกินจริงโดยเด็ดขาด
วันคู่: เฉพาะรถยนต์ที่มีเลขทะเบียนลงท้ายด้วย เลขคู่ (เช่น 2, 4, 6, 8, 0) เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ออกมาวิ่งบนท้องถนน
วันคี่: เฉพาะรถยนต์ที่มีเลขทะเบียนลงท้ายด้วย เลขคี่ (เช่น 1, 3, 5, 7, 9) เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ออกมาวิ่ง
จากชี้แจงของพลโท ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมา แถลงเมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม 2026 ระบุว่า เมียนมามีน้ำมันสำรองสำหรับใช้ได้ 40 วัน และจะไม่ประสบปัญหาขาดแคลน
ซอ มิน ตุน ระบุว่าเมียนมามีน้ำมันเบนซินสำรอง 60 ล้านแกลลอน และน้ำมันดีเซล 70 ล้านแกลลอน ซึ่งเป็นปริมาณที่ “นอกเหนือจากน้ำมันที่ได้จัดซื้อไว้แล้ว”
ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า เมียนมามีการใช้เชื้อเพลิงประมาณ 3.2 ล้านแกลลอนต่อวัน (แบ่งเป็นเบนซิน 1.5 ล้านแกลลอน และดีเซล 1.7 ล้านแกลลอน)
ผู้อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ เช่น ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ เนปิดอว์ ซิตตเว (รัฐยะไข่) และตองจี (รัฐฉาน) รายงานว่าพบแถวรอคิวที่สถานีบริการน้ำมันยาวเหยียดตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม
ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกของเมียนมา ระบุว่า ณ วันที่ 31 มกราคม เมียนมามีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่จดทะเบียนทั่วประเทศมากกว่า 600,000 คัน
เมืองซิตตเว : ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91/95 พุ่งพุ่งสูงขึ้นจาก 18,000 จ๊าด (หรือประมาณ 273.64 บาท) เป็น 40,000 จ๊าด (หรือประมาณ 608.10 บาท) ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม
ย่างกุ้ง, มัณฑะเลย์ และเนปิดอว์: ราคายังคงทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 4,324 จ๊าดต่อลิตร (หรือประมาณ 65.74 บาท)
และยังไม่มีการปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม
เมืองชายแดนอย่าง ท่าขี้เหล็ก และเมียวดี ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากประเทศไทย ประสบปัญหาคิวรอเติมน้ำมันยาวตลอดสัปดาห์นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวเมียนมาจำนวนมากข้ามพรมแดนมาฝั่งไทยเพื่อซื้อน้ำมันที่ราคาถูกกว่าในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตากื และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ประเทศไทยประกาศเมื่อวันที่ 4 มีนาคมว่า มีน้ำมันสำรองใช้ได้ 61 วัน และมีการกำหนดเพดานราคาเพื่อป้องกันไม่ให้ราคาสูงขึ้น โดยจะคงราคาควบคุมไว้เป็นเวลา 15 วัน
อ่านข่าวต้นฉบับ: เมียนมาเริ่มแล้ว สั่งรถวิ่งวันคู่-วันคี่ รับมือวิกฤตเชื้อเพลิง
