อินเดียออกคำสั่งเพิ่มกำลังการผลิต LPG สู่ระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการส่ง LPG ให้แก่ภาคครัวเรือนเป็นอันดับแรก หลังสงครามอิหร่านส่งผลให้ไม่สามารถขนส่ง LPG ได้ จากที่นำเข้ากว่า 60% ของการบริโภคทั้งหมด
รัฐบาลอินเดียประกาศใช้อำนาจฉุกเฉิน เปลี่ยนความสำคัญการส่งก๊าซหุงต้ม (LPG) จากภาคอุตสาหกรรมไปยังภาคครัวเรือน เพื่อควบคุมการจัดหาและการจำหน่าย และเพื่อให้มั่นใจว่าภาคส่วนสำคัญจะยังคงได้รับเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง หลังการจัดส่ง LPG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักลง
รัฐบาลอินเดียออกคำสั่งไปยังโรงกลั่นและโรงงานปิโตรเคมีให้เพิ่มการผลิต LPG สู่ระดับสูงสุด โดยผลผลิตจะจัดสรรไว้เฉพาะสำหรับการใช้งานภายในประเทศเท่านั้น อีกทั้งเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดหาก๊าซหุงต้มให้ภาคครัวเรือนเป็นลำดับแรก ในช่วงที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังดำเนินอยู่
นอกจากนี้ กระทรวงปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติอินเดีย (Ministry of Petroleum and Natural Gas : MoPNG) ยังกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการซื้อ LPG แบบภาครัฐช่วยลดต้นทุน ให้ห่างกัน 25 วัน จากเดิมที่ 21 วัน เพื่อป้องกันการกักตุนและปราบปรามการค้าตลาดมืด
อินเดียเป็นผู้นำเข้า LPG รายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยพึ่งพาการนำเข้า LPG มากกว่า 60% ของการบริโภคภายในประเทศ และเกือบ 85-90% ของการนำเข้าล้วนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีกาตาร์เป็นซัพพลายเออร์หลัก ทำให้ขณะนี้การจัดหาก๊าซมีความเปราะบาง เนื่องจากสงครามอิหร่านเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง และในภาคธุรกิจ อาทิ โรงแรมและร้านอาหารเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว
ขณะที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคครัวเรือน สมาคมผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารในมุมไบ (Mumbai Hotels Association : AHAR) ระบุว่า ขณะนี้มีโรงแรมและร้านอาหารต้องปิดตัวลงชั่วคราวแล้ว 20% และอาจปิดเพิ่มมากถึง 50% ภายในสองวันข้างหน้า หากการจัดการก๊าซไม่ดีขึ้น
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม รัฐบาลอินเดียประกาศขึ้นราคา LPG ครั้งแรกในรอบหนึ่งปี หลังราคาก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นจากปัญหาการขนส่งในตะวันออกกลาง โดยบริษัท Indian Oil Corp ซึ่งเป็นผู้กลั่นและจำหน่าย LPG หลักของประเทศ ปรับราคาก๊าซ LPG ขนาด 14.2 กิโลกรัมในกรุงเดลีขึ้น 7% เป็น 913 รูปี (ราว 315 บาท)
อ้างอิง : Bloomberg, Reuters, India Today
อ่านข่าวต้นฉบับ: อินเดียใช้อำนาจฉุกเฉิน เร่งผลิต LPG เพิ่ม-ส่งให้ภาคครัวเรือนก่อน หลังฮอร์มุซปิด