ไทยโดนด้วย! รบ.ทรัมป์งัด ม.301 เปิดสอบ 16 คู่ค้า อ้างค้าไม่เป็นธรรม จ่อสอบอีก 60 พัวพันแรงงานบังคับ
มติชน รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำการเปิดการสอบสวนการค้าที่สหรัฐมองว่าไม่เป็นธรรมรอบใหม่ ที่ถูกมองว่าเป็นการดำเนินการเพื่อฟื้นแรงกดดันด้านภาษีศุลกากร หลังจากคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้มาตรการภาษีที่ทรัมป์ประกาศบังคับใช้กับทั่วโลกก่อนหน้านี้ ที่ทรัมป์เคยใช้เป็นเครื่องมือหลักในนโยบายการค้าของเขาถูกยกเลิก
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รัฐบาลทรัมป์ประกาศเริ่มการสอบสวนทางการค้าครั้งใหม่เกี่ยวกับกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ล้นเกินในประเทศคู่ค้ารายใหญ่ 16 แห่ง ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย
เจมีสัน เกียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า การสอบสวนตามกฎหมายการค้า มาตรา 301 ซึ่งใช้ตรวจสอบพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม อาจนำไปสู่การตั้งกำแพงภาษีใหม่กับจีน สหภาพยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเม็กซิโก ภายในฤดูร้อนนี้
ส่วนคู่ค้าอื่นๆ ที่ถูกสอบสวนในประเด็นดังกล่าวนยังรวมถึง ไต้หวัน เวียดนาม ไทย มาเลเซีย กัมพูชา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บังกลาเทศ สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์ อย่างไรก็ดี แคนาดา ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับสองของสหรัฐไม่ได้ถูกกล่าวถึงว่าเป็นเป้าหมายของการสอบสวนครั้งใหม่นี้
เกรียร์กล่าวว่า การสอบสวนเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจที่มีหลักฐานบ่งชี้ว่า ดูเหมือนจะมีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างมากเกินไปในภาคการผลิตหลายสาขา เช่น ประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลขนาดใหญ่และต่อเนื่อง หรือมีกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่หรือแทบไม่ได้ใช้งานเลย
เกรียร์ยังกล่าวอีกว่า ในวันที่ 12 มีนาคม เขาจะเริ่มการสอบสวนอีกคดีหนึ่งภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งมุ่งไปที่การห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับเข้าสู่สหรัฐ การสอบสวนครั้งนี้ครอบคลุมมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
ก่อหน้านี้สหรัฐได้ดำเนินการปราบปรามการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์และสินค้าอื่นๆ จากเขตปกครองซินเจียงของจีนภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานบังคับชาวอุยกูร์ ที่ลงนามโดย อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน และการสอบสวนอาจนำไปสู่ขยายมาตรการลักษณะเดียวกันไปยังประเทศอื่น ๆ
เกรียร์กล่าวว่า เขาต้องการให้ประเทศอื่นๆ บังคับใช้มาตรการห้ามสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับในลักษณะเดียวกับที่บัญญัติไว้ในกฎหมายการค้าของสหรัฐ ซึ่งมีมาตั้งแต่เกือบหนึ่งศตวรรษก่อน
ผู้แทนการค้าสหรัฐคาดหวังว่า เขาจะสรุปผลการสอบสวนตามมาตรา 301 ทั้งหมด รวมถึงมาตรการตอบโต้ที่เสนอ ก่อนที่ภาษีศุลกากรชั่วคราวที่ทรัมป์ประกาศใช้เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์จะหมดอายุในเดือนกรกฎาคม หลังจากที่ศาลสูงสหรัฐได้ตัดสินเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ให้ยกเลิกมาตรการภาษีทั่วโลกของทรัมป์ที่อ้างอำนาจตามกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน
เกรียร์กำหนดกรอบเวลาที่ค่อนข้างรวดเร็วสำหรับการสอบสวนเรื่องกำลังการผลิตล้นเกิน โดยจะเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะจนถึงวันที่ 15 เมษายน และจะจัดการไต่สวนสาธารณะประมาณวันที่ 5 พฤษภาคม
การสอบสวนเหล่านี้เปิดทางให้รัฐบาลทรัมป์สามารถสร้าง “ภัยคุกคามด้านภาษี” ที่น่าเชื่อถือขึ้นมาใหม่ต่อคู่ค้า เพื่อกดดันให้พวกเขาเดินหน้าเจรจาและปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้าที่เคยทำไว้กับสหรัฐ
เกรียร์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลได้ส่งสัญญานล่วงหน้าเกี่ยวกับการสอบสวนรอบใหม่เหล่านี้แล้ว ดังนั้นคู่ค้าของสหรัฐจึงไม่ควรประหลาดใจ และควรปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้ แม้ว่าเกียร์จะไม่ได้พูดชัดหรือให้การรับรองว่าการปฏิบัติตามข้อตกลงจะทำให้ประเทศเหล่านั้นได้รับการยกเว้นจากภาษีตามมาตรา 301 ก็ตาม
“ประธานาธิบดีทรัมป์มุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะดำเนินมาตรการภาษีต่อไป และจะหาวิธีจัดการกับการค้าที่ไม่เป็นธรรม หาวิธีลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ และหาวิธีปกป้องภาคการผลิตของอเมริกา เรามีเครื่องมือมากมายที่จะทำเช่นนั้น” เกรียร์กล่าว
การประกาศเดินหน้าสอบสวนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ นำโดย สก็อตต์ แบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เตรียมพบกับผู้แทนระดับสูงของจีนที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในสัปดาห์นี้ เพื่อปูทางสำหรับการพบกันระหว่างทรัมป์กับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่กรุงปักกิ่ง ในช่วงปลายเดือนมีนาคม
การสอบสวนเรื่องกำลังการผลิตล้นเกินยังสะท้อนประเด็นที่เป็นข้อกังวลของรัฐบาลสหรัฐหลายชุด ตั้งแต่รัฐบาลทรัมป์สมัยแรกจนถึงรัฐบาล อดีตประธานาธิบดีไบเดน ก็เคยหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นหารือกับจีน นั่นคือการขยายตัวของภาคการผลิตที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ซึ่งทำให้สินค้าราคาถูกจำนวนมากถูกส่งออกไปทั่วโลก
เกรียร์กล่าวว่า ปัญหานี้รวมถึงการผลิตที่ไม่ได้ยึดโยงกับความต้องการของตลาด และปัญหานี้ได้แพร่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ ด้วย การตรวจสอบจะพิจารณาหลักฐานหลายด้านประกอบกัน เช่น การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมาก การให้เงินอุดหนุนจากรัฐบาล การกดค่าแรงภายในประเทศ กิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาดของรัฐวิสาหกิจ มาตรฐานสิ่งแวดล้อมและแรงงานที่ไม่เพียงพอ การปล่อยสินเชื่อที่มีการอุดหนุน ไปจนถึงนโยบายเกี่ยวกับค่าเงิน
อ่านข่าวต้นฉบับ: รบ.ทรัมป์ เปิดสอบ 16 คู่ค้ารวมไทย อ้างพฤติกรรมการค้าไม่เป็นธรรม