คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐชี้ว่า สงครามอิหร่านจะยุติเร็ว ๆ นี้ และระบุว่า อาจผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรพลังงานต่อรัสเซีย ทำให้เกิดเสียงตอบรับในทางบวก ทั้งราคาน้ำมันและตลาดหุ้นในประเทศต่าง ๆ ผู้นำสหรัฐยังโพสต์ข้อความว่า หากอิหร่านทำให้การไหลเวียนของน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก สหรัฐจะโจมตีตอบโต้รุนแรงกว่าที่เคยทำมาแล้วถึง 20 เท่า
และระบุว่า การดำเนินการของสหรัฐถือเป็น “ของขวัญ” ต่อประเทศที่ต้องพึ่งพาการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างมาก โดยเฉพาะจีน และประเทศอื่น ๆ แม้ไม่เชื่อว่าความขัดแย้งจะจบลงในสัปดาห์นี้ แต่ปฏิบัติการไปได้เร็วกว่ากำหนด และให้กำลังใจนักลงทุนที่กังวลเรื่องราคาพลังงาน และยืนยันว่า สหรัฐโจมตีทางอากาศในระดับที่รุนแรงกว่ามาก ๆ หากอิหร่านขัดขวางการจัดส่งน้ำมัน พร้อมกับชี้ด้วยว่า ราคาน้ำมันขึ้นผิดปกติเพราะสถานการณ์นี้
นายทรัมป์ยังกล่าวกับ ซีบีเอสนิวส์ เมื่อบ่ายวันที่ 9 มีนาคมระบุว่า สงครามเสร็จสมบูรณ์แล้ว และกําลังพิจารณาที่จะเข้ายึดครองช่องแคบฮอร์มุซ ขณะนี้อิหร่านไม่มีกองทัพเรือ ไม่มีระบบสื่อสาร ไม่มีกองทัพอากาศ สหรัฐทำลายแท่นขีปนาวุธเตหะรานจนเหลือ 20% ปฏิบัติการของสหรัฐทําให้ขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านอ่อนแอลงอย่างมาก ก่อนหน้านี้ สหรัฐคาดว่าสงครามจะกินเวลา 4-6 สัปดาห์ แต่ไทม์ไลน์นั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ระหว่างอิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์/โอมาน และทําหน้าที่เป็นประตูหลักสําหรับการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย โดยประมาณหนึ่งในห้าของน้ำมันที่ขนส่งผ่านทะเลของโลกผ่านทางน้ำแคบ ๆ นี้ จึงทําให้เป็นหนึ่งในจุดติดขัดที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดที่สุดในตลาดพลังงานโลก
ตลาดหุ้นเอเชียดีดตัวขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม ดัชนีหุ้นนิกเคอิของญี่ปุ่นดีดตัวขึ้น 3.6% ขณะที่ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 6.4% ข้ามฝั่งมาที่หุ้นของประเทศจีน ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับขึ้น 0.18% เช่นเดียวกับดัชนีหุ้นฮั่งเส็งของฮ่องกงที่ปรับขึ้น 0.80% ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงเกือบ 10% อยู่ที่ต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นผลจากท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐ ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลว่าสถานการณ์การสู้รบ อาจไม่ลากยาวออกไป บรรดานักวิเคราะห์คาดว่าหากการสู้รบทำให้ช่องแคบฮอร์มุซปิดต่อเนื่องไปอีก 2-3 สัปดาห์ อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งไปถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้
แต่ต่อมาราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือ จี7 จัดประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือการปล่อยน้ำมันสำรอง อย่างไรก็ตาม คำกล่าวว่า สงครามจะจบลง ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลในระยะสั้น แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีการสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคำขู่ของทรัมป์ว่าจะถล่มอิหร่านหนักกว่าเดิม 20 เท่า ทำให้ยังจำเป็นต้องจับตารับมือปัญหาพลังงานในระยะยาวต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับ: ยุติศึกแต่สงครามไม่จบ