เปิดโครงสร้างธุรกิจและกองเรือของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) (PSL) เจ้าของกองเรือ “มยุรี นารี” หลังเกิดเหตุถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ทำให้หุ้น PSL เผชิญแรงขาย ราคาลดลง 7.33% และดีดกลับขึ้นมาที่ 2.88% ในวันนี้
บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL เป็นธุรกิจเดินเรือโดยเป็นเจ้าของเรืออเนกประสงค์ขนาดเล็กสำหรับขนส่งสินค้าแห้งเทกองแบบไม่ประจำเส้นทาง ถือเป็นหนึ่งในเจ้าของกองเรือเทกองรายใหญ่ของประเทศไทย เส้นทางการเดินเรือของบริษัทครอบคลุมภูมิภาคสำคัญทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ยุโรป ละตินอเมริกา-แอฟริกา อินเดียอนุทวีป-ตะวันออกกลาง รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกไกล โดยสินค้าพื้นฐานที่กองเรือขนส่งคือ สินค้าทางการเกษตร เหล็ก ปุ๋ย สินแร่และเนื้อแร่ ไม้ซุง ถ่านหินและอื่น ๆ
หนึ่งในกองเรือของบริษัทคือ “เรือมยุรี นารี” ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าเทกอง (Bulk Carrier) ขนาด Handysize มีขนาดระวางบรรทุก (DWT) ประมาณ 30,193 ตัน สร้างขึ้นในปี 2551 ทั้งนี้ หากไม่นับรวมเรือลำดังกล่าว ปัจจุบัน PSL ยังมีกองเรือที่ดำเนินงานอยู่ประมาณ 40 ลำ
โดยมี 10 อันดับผู้ถือหุ้น ดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569)
ทั้งนี้ บริษัทได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เรือมยุรี นารี ซึ่งเป็นทรัพย์สินของบริษัท พรีเชียส ฟลาวเวอร์ส์ จำกัด บริษัทย่อยของ PSL ถูกโจมตีด้วยอาวุธไม่ทราบที่มา 2 ครั้ง ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อเวลาประมาณ 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 11 มีนาคม 2569
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ห้องเครื่องของเรือได้รับความเสียหายและเกิดเพลิงไหม้ โดยบริษัทได้รับรายงานว่ามีลูกเรือสูญหาย 3 ราย ซึ่งเชื่อว่าติดอยู่ภายในห้องเครื่อง ขณะที่ลูกเรืออีก 20 รายได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย และได้ขึ้นฝั่งที่ประเทศโอมานแล้ว โดยบริษัทกำลังประสานงานเพื่อส่งตัวลูกเรือกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด
ก่อนเกิดเหตุ เรือมยุรี นารี ได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยในระดับเข้มงวด และมีการติดต่อสื่อสารกับศูนย์ปฏิบัติการทางการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) รวมถึงหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
บริษัทระบุว่า เรือดังกล่าวได้รับความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงจากสงคราม (War Risk Insurance) ตามข้อตกลงการประกันภัย จึงคาดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัท อีกทั้งขณะเกิดเหตุเรือกำลังแล่นเปล่า ไม่มีสินค้าบรรทุกอยู่ จึงไม่เกิดความเสียหายต่อสินค้า
อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าจะติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยสูงอย่างใกล้ชิด พร้อมทบทวนแนวทางบริหารความเสี่ยงด้านการเดินเรือ และประสานงานกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลความปลอดภัยของเรือและลูกเรือของบริษัท
ด้านความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น PSL ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว วันที่ 11 มีนาคม 2569 ราคาหุ้นปรับลดลงจาก 7.40 บาท เหลือ 6.95 บาท ลดลง 0.55 บาท หรือ 7.33% ก่อนที่ในวันที่ 12 มีนาคม ราคาหุ้นช่วงปิดตลาดภาคเช้าจะฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 7.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 2.88%
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย ได้ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้น PSL ลงมาที่ 6.80 บาท จากเดิม 7.80 บาท โดยมองว่ากรณีเรือของ PSL ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือดังกล่าวได้รับการคุ้มครองโดยประกันภัยความเสี่ยงจากสงคราม หากไม่รวมเรือลำนี้ ปัจจุบัน PSL ยังมีเรือที่ดำเนินงานอยู่ 40 ลำ
ขณะที่อัตราค่าระวางเรือเทกอง ปรับลดลง WOW แต่ในกลุ่มหลักของ PSL คือ Supramax ปรับเพิ่มขึ้นจากการเติมสต๊อกสินค้าเกษตร แม้อัตราค่าระวางในปัจจุบันยังอยู่ในระดับสูง แต่หากการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ความต้องการขนส่งสินค้าเทกองแห้งลดลง
ดังนั้น ปรับลดคำแนะนาสำหรับ PSL เป็น “ถือ” โดยลด PBV ลงเป็น -1.0SD และปรับลด TP เป็น 6.80 บาท จาก 7.80 บาท จากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซที่อาจกดดันความต้องการขนส่งสินค้าเทกองแห้ง
อ่านข่าวต้นฉบับ: ทำความรู้จัก “PSL” เจ้าของเรือ “มยุรี นารี” หลังเหตุโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ
