สยามคูโบต้า เปิดเกมสู้ตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรปี 2569 มั่นใจยอดขายโต แม้เจอสารพัดปัญหา ตะวันออกกลาง-ชายแดนไทย-กัมพูชา-ภัยแล้ง ไม่หวั่นคู่แข่งจากจีน แม้ราคาจะถูกกว่า มั่นใจเกษตรกรชอบบริการหลังการขาย พร้อมเปิดตัวรถตัดอ้อยครั้งแรกในประเทศไทย 50 คันจองเกลี้ยง
นายคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ว่า ตั้งเป้ารายได้ 62,000 ล้านบาท ขยายตัว 12% จากปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วน 60% ทำตลาดในประเทศ และ 40% ทำตลาดส่งออก เช่น กัมพูชา และ สปป.ลาว แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะมีความท้าทายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานการณ์สงคราม ปัญหาไทย-กัมพูชา สยามคูโบต้ายังวางกลยุทธ์ยกระดับจากผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเกษตรครบวงจร (Total Agri-Solutions Provider) ผ่านการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร และระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
“เรายังมั่นใจการเติบโตของรายได้ แม้จะมีปัญหาไทย-กัมพูชา ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างของการพิจารณาเส้นทางการขนส่งเข้ากัมพูชา จากเดิมที่ขนส่งผ่านรถยนต์ เมื่อมีการปัญหาก็ขนส่งผ่านเส้นทางเดินเรือ แต่ในปีนี้อาจจะมีการพิจารณาว่าจะขนส่งผ่านจาก สปป.ลาว หรือจากเวียดนาม เข้ากัมพูชา โดยตลาดกัมพูชายังเชื่อว่ามีความต้องการรถแทรกเตอร์ สินค้าเกษตรยังคงดำเนินการได้ แม้ในพื้นที่ใกล้ชายแดนจะไม่สามารถทำการเกษตรได้ในช่วงนี้ แม้จะมีผลต่อยอดรายได้ แต่ยังมั่นใจในการทำตลาดนี้อยู่”
ตลาดไทยยังถือว่าเป็นตลาดสำคัญของสยามคูโบต้า แม้จะเจอผลกระทบต่อยอดรายได้ของโดรนการเกษตร เพราะข้อจำกัดในการบินโดรน ในช่วงที่ผ่านมาจากปัญหาที่เกิดขึ้น แม้เราจะเจอปัญหาที่ยากลำบากแค่ไหน แต่ลูกค้ายังคงเชื่อมั่นในสินค้าของสยามคูโบต้า เพราะอุตสาหกรรมการเกษตรไม่เหมือนอุตสาหกรรมอื่น ๆ สินค้าเกษตร อาหารยังเป็นสินค้าที่ทุกคนต้องการ จึงส่งผลให้ยอดขายของเรายังเติบโตได้ต่อเนื่อง และ “เราไม่คิดที่จะแข่งขันกับแบรนด์อื่น”
นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ระบุว่า จากสภาวะเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศไทยในปี 2569 ยังมีแนวโน้มขยายตัวในกรอบ 2-3% ขณะที่แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรยังไม่เติบโต ทั้งไทย กัมพูชา สปป.ลาว จากหลายปัจจัยกระทบ รวมไปถึงปัญหาค่าเงินบาทที่กระทบต่อสินค้าเกษตรไทย
นอกจากนี้ ยังมีการประเมินว่าในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปีนี้จะเจอผลกระทบจากภัยแล้ง ผลผลิตอาจจะลดลง ขณะที่ปัญหาตะวันออกกลางก็ส่งผลกระทบต่อค่าพลังงาน ปุ๋ย ซึ่งเป็นต้นทุนของเกษตรกร ซึ่งก็ต้องยอมรับจากปัจจัยที่เกิดมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
ดังนั้นเพื่อการเติบโตของธุรกิจและรายได้ สยามคูโบต้าก็ต้องปรับแผนโดยเฉพาะการออกสินค้า การให้บริการหลังการขายแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าโดยเฉพาะเรื่องของบริการสินเชื่อ เราก็จะปรับโปรแกรมให้สอดคล้องกับลูกค้า ความต้องการ และปัญหาที่ลูกค้าเจอเพราะรายได้หลักของลูกค้าเรามาจากพืชผลทางการเกษตร ก็จะปรับโครงสร้างชำระให้เหมาะสม พร้อมกันนี้ เรายังมีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศที่คอยให้บริการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าด้วย รวมไปถึงในกัมพูชา และ สปป.ลาว
นายปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไปสายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า สยามคูโบต้าเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ในปี 2569 ได้แก่ รถตัดอ้อย รุ่น SH-K1 ขนาด 173 แรงม้า ซึ่งช่วยลดปัญหาหมอกควันจากการเผาอ้อยสาเหตุของฝุ่น PM 2.5 ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก เปิดตัว 50 คันถูกจองหมดแล้ว มูลค่าที่ได้ 300 ล้านบาท แทรกเตอร์พร้อมตู้แอร์ ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับในสภาพอากาศร้อนและลดการเผชิญกับภาวะฝุ่นควันโดยตรง และโดรนการเกษตร นอกจากนี้ ยังได้มองเป้ายอดขายไว้ รถแทรกเตอร์ เป้ายอดขายอยู่ที่ 4,000 คัน รถเกี่ยวข้าว 200 คัน โดรน 700-800 ลำ ซึ่งจะทำให้เป้าหมายของรายได้เป็นไปตามที่คาดไว้ ขณะที่เป้าหมายงบฯลงทุนในปีนี้ตั้งไว้อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท
“แม้ตอนนี้ในตลาดจะมีแบรนด์สินค้าจากจีน อินเดียเข้ามา ก็ยังเชื่อว่าเกษตรกรยังให้ความมั่นใจในสินค้าของสยามคูโบต้า แม้ว่าราคาสินค้าจะต่างกัน แต่เรามีบริการหลังการขาย ส่วนปัญหาตะวันออกกลางจะมีผลต่อราคาสินค้าหรือไม่ คงต้องมองในระยะยาวมากกว่า เนื่องจากมีผลต่อเรื่องของราคาค่าพลังงาน น้ำมัน ก็จะมีผลต่อต้นทุนไม่ใช่แค่เรา แต่รวมไปถึงเกษตรกรด้วยโดยเฉพาะเรื่องของกำลังซื้อ”
อย่างไรก็ดี สำหรับโอกาสในการทำตลาดต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนในหลายประเทศ ก็มีตลาดน่าสนใจ เช่น อินเดีย ซึ่งบริษัทก็มีการลงทุนเหมือนกัน เพราะสินค้าเกษตรที่อินเดียมีการเติบโต โดยเฉพาะรถแทรกเตอร์ ส่วนตลาดอื่น ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘คูโบต้า’ พร้อมรับมือจีนถล่มราคา มั่นใจบริการหลังขายตอบโจทย์เกษตรกร
