“วาระ 2 ของผม เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 2569 ผมก็โฟกัสที่ตัวเอสเอ็มอี โดยใช้คอนเซ็ปต์ว่า First & Fast คือ เอาเอสเอ็มอีเป็นตัวตั้ง แล้วทำอย่างไรให้เขาเร็วขึ้น เข้าถึงสินเชื่อได้ดีขึ้น และลดช่องว่างเรื่องของข้อมูล เพิ่มศักยภาพให้เอสเอ็มอี หาตลาดให้เขา” นี่เป็นคำประกาศของ “ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร” กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่เข้าสู่การทำงานบนเก้าอี้ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อยเป็นวาระที่ 2 ในการแถลง “แผนและยุทธศาสตร์ บสย. ปี 2569”
“ดร.สิทธิกร” กล่าวว่า โดยปี 2569 นี้ ช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 14,567 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 17,853 ราย สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่า 60,000 ล้านบาท และช่วยพยุงสินเชื่อ SMEs ที่หดตัวต่อเนื่องมา 14 ไตรมาส โดยเมื่อเทียบกับยอดค้ำประกันสินเชื่อในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (Year on Year) พบว่า มียอดค้ำประกันสูงขึ้นถึง 4.43 เท่า ถือว่าสูงมาก
“ต้องบอกว่า โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Quick Big Win ที่ออกแบบมา 50,000 ล้านบาท ตอบโจทย์จังหวะพอดีเลย และต้องบอกว่า ในช่วงที่ผมเข้ามาดำรงตำแหน่ง Quick Big Win เป็น Scheme ที่ดีที่สุด ช่วยดันสินเชื่อเอสเอ็มอีที่หดตัวมาต่อเนื่องให้เติบโตขึ้นมาในเวลา 2 เดือน”
สำหรับเป้าหมายหลักในปี 2569 บสย.เดินหน้าขยายบทบาทการค้ำประกันสินเชื่อ สร้างโอกาสให้ SMEs พร้อมเป็นเครื่องมือหลักกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก มุ่งปลดล็อก SMEs เข้าถึงสินเชื่อ และเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ภายใต้ 4 แนวคิดหลัก ได้แก่ ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินของ SMEs (Financial Inclusion), เพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อโดย บสย., ยกระดับองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมทางการเงิน และเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบนิเวศดิจิทัลทางการเงิน (Virtual Bank )
“ปีนี้ บสย. ชูยุทธศาสตร์ ‘3-Prompt’ (บสย. 3 พร้อม) ‘พร้อมค้ำ-พร้อมช่วย-พร้อมพลัส+’ ต่อยอดจากมาตรการ ‘บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย’ เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อให้การช่วยเหลือ SMEs เป็นไปอย่างเข้มข้น ครอบคลุมความต้องการของ SMEs ในมิติต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น”
“ดร.สิทธิกร” กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ “3-Prompt” ประกอบด้วย 1.”บสย. พร้อมค้ำ” โดยมีเป้าหมายผลักดันยอดค้ำสินเชื่อทะลุ 70,000 ล้านบาท มุ่งช่วย “กลุ่มเปราะบาง” ซึ่งจะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินมากกว่า 80,000 ล้านบาท ช่วยเอสเอ็มอีได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 67,500 ราย รักษาการจ้างงาน 615,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 295,000 ล้านบาท
“ในปีนี้จะมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เอสเอ็มอีกลุ่มต่าง ๆ อย่างเฉพาะเจาะจง ผ่านโครงการหลัก ได้แก่ มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. Quick Big Win 50,000 ล้านบาท ที่มีจุดเด่น ค้ำประกันยาว 7 ปี ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก และเป็นครั้งแรกที่มีการนำเครื่องมือ Risk-based Pricing (RBP) มาใช้กับมาตรการรัฐ ด้วยอัตราค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 1% และเพิ่มอัตราชดเชยหนี้เสีย (NPL) สูงขึ้น (Max Claim) เพื่อดูดซับความเสี่ยงด้าน Credit Cost ลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ทำให้สถาบันการเงินเชื่อมั่นในการปล่อยสินเชื่อมากยิ่งขึ้น”
ส่วนมาตรการอื่น ๆ ได้แก่ มาตรการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” วงเงินคงเหลือ 3,500 ล้านบาท ขยายระยะเวลารับคำขอจนถึงสิ้นปี 2569 โดยปีนี้ได้ขยายความร่วมมือกับลีสซิ่งของค่ายรถยนต์ (Captive Finance) พร้อมรองรับงานมอเตอร์โชว์ 2026 ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-5 เม.ย. 2569 นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ บสย.ดำเนินการเอง โดยมุ่งขยายการค้ำประกันไปยัง Nonbank ในกลุ่ม “นาโนไฟแนนซ์” ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศกว่า 70 ราย เพื่อช่วยกลุ่มรายย่อย Micro SMEs ที่เป็น “กลุ่มเปราะบาง” และมีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน เน้นวงเงินค้ำประกันรายละไม่เกิน 100,000 บาท
“ในภาพรวมมาตรการไม่ได้มีแค่ บสย.เท่านั้น แต่จะมีมาตรการ SMEs Credit Boost ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงโครงการค้ำประกันขนาดใหญ่ของแบงก์ชาติกับระบบ Operating ของ บสย. เข้าด้วยกัน ต่อมาเป็นโครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ของธนาคารออมสิน เมื่อรวมกับโครงการของ บสย.เองแล้ว จะมีวงเงินรวมกันถึง 260,990 ล้านบาท”
2.“บสย. พร้อมช่วย” รุก “แก้หนี้-เสริมความรู้” ปลดหนี้เอสเอ็มอี โดยปีนี้ตั้งเป้าปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้มากกว่า 6,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ 5,835 ราย ในจำนวนนี้ตั้งเป้าช่วยลูกหนี้ “ปลดหนี้” ไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ 992 ราย อีกไฮไลต์ในปีนี้ คือเพิ่มความสะดวกให้ลูกหนี้ สามารถสมัครร่วมมาตรการ พร้อมเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ด้วยตัวเอง ผ่าน LINE OA : @tcgfirst
“บสย.ยังตอกย้ำบทบาท ‘ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs’ (บสย. F.A. Center) โดยปีนี้เน้นการทำงานเชิงรุก เพิ่มศักยภาพด้านความรู้ ทักษะประกอบอาชีพ โดยขยายความร่วมมือในรูปแบบ ‘ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs’ หรือ TCG Financial Hub ร่วมกับสถาบันการศึกษา และหน่วยงานพันธมิตร เพิ่มเติมอีก 2 แห่งในปีนี้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์”
3.“บสย. พร้อมพลัส+” โดยใช้ Digital เป็นแรงขับเคลื่อนและยกระดับองค์กร พร้อมเปิดตัว 4 เครื่องยนต์ พลังบวกใหม่ (4 New Engines) ได้แก่ 1) เพิ่มการเชื่อมโยงระบบ Operating Model บสย. เข้ากับโครงการ SMEs Credit Boost มาตรการเฉพาะจุด คาดว่าจะก่อให้เกิดสินเชื่อมากกว่า 1 แสนล้านบาท
2) เพิ่มเครื่องมือบริการเครดิตสกอริ่ง TCG Score (As-a-Service) ผสานกับ “เครดิตสกอริ่ง” ของกระทรวงการคลัง และผู้ให้บริการเครดิตสกอริ่งอื่น ๆ เพื่อบูรณาการเป็นเครดิตสกอริ่ง สำหรับประเมินกลุ่มรายย่อย Micro SMEs หรือ “กลุ่มเปราะบาง”
3) เพิ่มแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ SMEs First and Fast พลิกโฉมการให้บริการของ บสย. โดยให้ SMEs มาพบ บสย. ก่อน (Direct Approach) เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านเครดิต (Credit Capacity and Enhancement) โดย บสย. เป็นตัวกลาง SMEs Gateway เพื่อเชื่อมต่อ SMEs ทุกกลุ่มที่มีความต้องการด้านสินเชื่อ เข้ากับผู้ให้บริการทางการเงินที่เหมาะสม
“เราจะยกระดับแพลตฟอร์มกลางขึ้นมา โดยให้เอสเอ็มอีมาหา บสย.ก่อน แล้วเราไปประเมินเอสเอ็มอีว่ามีสุขภาพเป็นอย่างไร ในรายที่พบว่า สุขภาพไม่ไหว โอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อน้อย ก็นัดหมายศูนย์ที่ปรึกษาด้านการเงิน เพื่อปรับปรุงตัวเองก่อน ในรายที่ไปไหว เราค้ำประกันให้เลย แล้วก็ส่งต่อให้กับธนาคาร”
และ 4) เพิ่มเครื่องมือ “PromptClaim Management” ให้กับสถาบันการเงิน ยกเครื่องการให้บริการผ่านรูปแบบการจองวงเงินรายใบ (PromptClaim Dashboard) ด้วยบริการค้ำรายใบ เคลมรายใบ จองวงเงินรายใบ และบริหารเงินเคลมตามสัดส่วนของพอร์ตค้ำประกันสินเชื่อ (Max Claim by Portfolio) ของแต่ละสถาบันการเงินด้วยตัวเองได้แบบ Real-time โดยเตรียมเปิดให้บริการในช่วงเดือน พ.ค.นี้
“เป็นการยกระดับระบบเคลมของ บสย. ทั้งระบบ เรียกว่าเป็นการเพิ่มระบบการเคลม Management เรียกว่า PromptClaim Dashboard คือปกติเราค้ำรายใบ แล้วเคลมเป็นพอร์ต สัดส่วนแล้วแต่ซีรีส์ แบงก์ต้องโทรมาเช็กว่า ณ วันนี้เงินในพอร์ตของตัวเองเหลือพอเคลมได้เท่าไหร่ จะส่งใบไหนมาเคลม เราก็ปรับใหม่ เราเอาระบบเคลมไปให้ฝั่งแบงก์ดูพอร์ตตัวเองเลย ให้เขาสามารถบริหารจัดการพอร์ตตัวเองได้ 24 ชม. เรียลไทม์เลย”
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘สิทธิกร’ ลุยภารกิจวาระ 2 พลิกบทบาท บสย.-ลดเหลื่อมล้ำ SMEs