ศุภจี กางแผนรับมือวิกฤตพลังงาน ยันดีเซลขึ้น 50 สต.พรุ่งนี้ สินค้าอุปโภค-บริโภคยังคุมได้ สั่งตรึงราคาปุ๋ย-พลาสติก พร้อมส่ง ‘ถุงเขียว-ธงฟ้า’ ช่วยกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ ย้ำใครฉวยโอกาสขึ้นราคาเจอดีแน่
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงหลังการประชุม ศบก.ถึงการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ว่าในมุมของกระทรวงพาณิชย์ตระหนักดีถึงราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในตลาดโลก ได้สร้างความกังวลกับผู้ประกอบการและประชาชนหลายภาคส่วน แต่อย่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวไปแล้วว่าเรายังมีการดูแลควบคุมราคาพลังงานไม่ให้สูงไปกว่าปีที่ผ่านมา
ส่วนตัวราคาของน้ำมันดีเซลจะมีเพดานอยู่ที่ 33 บาท และจะมีการทยอยปรับขึ้นราคาในวันพรุ่งนี้จะปรับขึ้น 50 สตางค์ ซึ่งในมุมที่จะมีผลกระทบกับราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค วันนี้ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้อยู่
ซึ่งในมุมมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์จะดูแล ต้องตรวจตราและดูแลเรื่องของผลกระทบในกลุ่มผู้ประกอบการและประชาชนไปด้วยกัน ซึ่งในหมวดของค่าครองชีพวันนี้ยังไม่ควรที่จะมีราคาสินค้าขยับขึ้น เพราะราคาน้ำมันยังอยู่ในวิสัยที่รัฐบาลดูแลอย่างเคร่งครัด
สำหรับสินค้าในหมวดควบคุมที่ห้ามปรับราคาขึ้น มีอยู่ทั้งหมด 8 หมวด ถ้าจะมีการปรับขึ้นต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน วันนี้สินค้าทั้ง 8 หมวด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ปลากระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช อาหารสัตว์หากมีการขึ้นราคาต้องมาขออนุญาตก่อน
ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดมาขอขึ้นราคา ถ้าหากมีเบาะแสหรือข้อมูลที่มีการขึ้นราคาสินค้าในหมวดเหล่านี้ก็ขอความร่วมมือช่วยชี้เบาะแสที่สายด่วน 1569 กระทรวงพาณิชย์จะเข้าดูแลอย่างใกล้ชิด
สำหรับสินค้าอีกหมวดที่หากจะปรับราคาขึ้นต้องแจ้งก่อน ถึงจะปรับขึ้นได้แต่ไม่ต้องขออนุญาตเช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน เป็นสินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการขอขึ้นราคาซึ่งหากพบการขึ้นราคาก็สามารถแจ้งมาที่สายด่วน 1569 ได้เช่นกัน
รวมถึงสินค้าที่ต้องติดตามราคาจำหน่ายที่ไม่ได้มีการควบคุม เช่น ข้าวสารบรรจุถุง ซอสปรุงรสและน้ำปลาสินค้าเหล่านี้ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่หากมีการชี้เบาะแสกระทรวงพาณิชย์ต้องมีการเข้าไปพูดคุยเจรจากับผู้ประกอบการให้ช่วยกันพยุงราคาเนื่องจากต้นทุนเรื่องพลังงานยังไม่ได้ขยับมากจนเกินไป
ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการทำในเชิงรุกสิ่งที่พยามจะจะทำ คือใช้กลไกของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการประจำปี 2542 ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมีการดูแลว่าสินค้าหมวดใดควรจะเข้ามาอยู่ในกลุ่มสินค้าควบคุมเด็ดขาดที่จะขึ้นราคาต้องขออนุญาตกรมการค้าภายใน ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ให้ประชาชนให้ความเห็นว่าควรจะมีการเพิ่มสินค้าหรือไม่อย่างไร
นางศุภจี ยังกล่าวด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์ยังมีการพูดคุยตรงกับผู้ประกอบการทางผู้ผลิตรายใหญ่และผู้ประกอบการรายใหญ่ ให้มีการจัดทำสินค้าที่มีราคาพิเศษเพื่อส่งให้กับผู้ค้าปลีกค้าส่งทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งอีกไม่นานจะมีมีการประกาศออกไปอย่างเป็นทางการว่ามีกลุ่มสินค้ารายใดที่ร่วมอยู่ตรงนี้บ้างเพื่อจะได้กระจายสินค้าที่มีราคาพิเศษลงไปทั้ง 77 จังหวัด
รวมถึงพื้นที่ที่มีความเปราะบางเรายังจะมีโครงการธงฟ้า ที่จะเข้าไปช่วยทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคบางชนิดสามารถซื้อได้ในราคาประหยัด แต่จะไม่ทำในหลายพื้นที่ จะทำเฉพาะในพื้นที่เปราะบาง เพราะหากจากทั่วประเทศก็จะไปทำลายการค้าปลีกค้าส่งประจำจังหวัดด้วย
“ยังไม่ควรมีสินค้ารายใดที่ต้องขยับขึ้นราคา ถ้าท่านเห็นเบาะแสก็ช่วยแจ้งเราจะเข้าไปดำเนินการ โดยทางกระทรวงมหาดไทย ได้มีการออกมาตรการลงไปแล้วภายใต้กลไกของคณะกรรมการจังหวัด หรือ กจร. ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด พลังงานจังหวัดเป็นทีม ลงไปในแต่ละพื้นที่ที่จะดูแล”
นางศุภจี ยังกล่าวถึงสินค้าอีกหมวดที่จะต้องเข้าไปดูแลว่า คือในหมวดของการลดต้นทุน เช่นในมุมของสินค้าเกษตร ซึ่งต้นทุนที่ใหญ่ของสินค้าเกษตรก็คือปุ๋ย เบื้องต้นได้มีการหารือกับผู้ประกอบการมีสต๊อกของปุ๋ยที่อยู่ในประเทศถึงเดือนพฤษภาคม และมีปุ๋ยที่อยู่ระหว่างการขนส่งถ้าได้สต๊อกนี้เข้ามาเพิ่มจะอยู่ได้ถึงเดือนสิงหาคม
แต่ปัจจุบันยังขนส่งเข้ามาไม่ได้เนื่องจากติดสถานการณ์ในพื้นที่ตะวันออกกลางเบื้องต้นได้มีการประสาน ร่วมกันโดยขอให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เจรจาให้นำเรือสินค้าที่ค้างอยู่กลับเข้ามาได้เพื่อจะได้มีสต๊อกเพิ่มเติมได้ ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการปรับราคาและปุ๋ยเป็นสินค้าที่ถูกควบคุมถ้าคนที่ทำผิดจะมีมาตรการจัดการอย่างเด็ดขาดผ่านกลไกของ กจร.
นอกจากนี้ หากมีการขยับปรับเปลี่ยนของราคาน้ำมัน ทางสมบัตินี้จะมีมาตรการเพิ่มเติม ในการช่วยปรับและสนับสนุนการหาปุ๋ยคือ “โครงการถุงเขียว” ที่มีอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมาทำแบบจำกัด แต่ในปีนี้มีการเตรียมการไว้ว่า หากภายในเดือนพฤษภาคมสต๊อกปุ๋ยที่มีอยู่ในราคาเดิมหมดไปและไม่สามารถนำสต๊อกใหม่เข้ามาได้ รวมถึงไม่สามารถหาแหล่งใหม่เพิ่มเติมได้ สิ่งที่จะทำคือต้องรับซื้อจากแหล่งที่ทดแทนมาเช่นมาเลเซีย บรูไน และแหล่งอื่นๆ นอกจากตะวันออกกลาง
โดย “โครงการธงเขียว” จะทำให้ราคาปุ๋ยถูกลง เช่น กระสอบละ 200 บาทและจะมีการปรับสูตร ปุ๋ยให้พึ่งพาวัตถุดิบที่มีการนำเข้าน้อยลงได้หรืออย่างไร
นางศุภจี ยังชี้แจง เรื่องเมล็ดพลาสติกที่มีข่าวว่าจะอยู่ได้แค่เดือนเมษายน และส่งผลให้ให้ผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ทำจากเม็ดพลาสติกมีราคาสูงขึ้น ว่า กระทรวงพาณิชย์จะทำสองเรื่อง คือการคุยตรงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ โดย วันนี้ทราบมาว่าสามารถหาวัตถุดิบเพิ่มได้แล้ว ซึ่งจะสามารถผลิตพลาสติกได้อีก 4 เดือน
ส่วนอีกหนึ่งเรื่อง คือ การหาแหล่งทดแทน โดยจะดูว่าสามารถสั่งนำเข้าผลิตผลิตพลาสติกแต่ทั้งที่ใดบ้าง
ส่วนที่มีการแจ้ง เบาะแสเรื่องการปรับขึ้นราคาโดยไม่แจ้งนั้น นางศุภจี ระบุว่า ต้องมีหลักฐาน ว่าซื้อในราคาที่แพงกว่าการติดป้ายราคาจริงเนื่องจากเวลาที่หน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ จะต้องมีหลักฐานเพราะถ้าติดป้าย แต่ขายเกินราคาโดยผู้ขายยังไม่ได้ซื้อ จะไม่สามารถเอาผิดได้ แต่ถ้าหากว่ามีการซื้อในราคาที่ขึ้นจริงไม่ตรงตามป้ายหน่วยงานสามารถจับได้ทันที
อ่านข่าวต้นฉบับ: ศุภจี ยันดีเซลขึ้นสินค้ายังคุมได้ สั่งตรึงราคาปุ๋ย-พลาสติก ลั่นฉวยโอกาสเจอดีแน่