ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิสราเอลโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันสำคัญของอิหร่าน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังอิสราเอลโจมตีแหล่งเก็บก๊าซและน้ำมันในเซาท์พาร์ส (South Pars) และอาซาลูเยห์ (Asaluyeh) ของอิหร่าน ทั้งนี้ แหล่งก๊าซเซาท์พาร์สถือเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของโลก ส่งผลให้อิหร่านเตรียมตอบโต้ในวงกว้าง
โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกคำเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากโรงกลั่นน้ำมันซามเรฟ (Samref) และนิคมปิโตรเคมีจูเบล (Jubail) ในซาอุดีอาระเบีย แหล่งก๊าซอัล-ฮัสซัน (Al-Hassan) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงโรงกลั่น และโรงปิโตรเคมีในกาตาร์
เนื่องจากสถานที่เหล่านี้จะถูกตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิหร่าน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ยังคงปฏิเสธข้อเสนอเพื่อลดความตึงเครียดจากประเทศตัวกลาง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 18 มี.ค. 2569 อยู่ที่ 96.32 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.11 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 107.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.96 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
รัฐบาลอิรักและทางการเคิร์ดบรรลุข้อตกลงกลับมาส่งออกน้ำมันผ่านท่าเรือ Ceyhan ของตุรกีอีกครั้ง ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลด้านอุปทานในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ อิรักมีเป้าหมายส่งออกน้ำมันดิบอย่างน้อย 100,000 บาร์เรลต่อวันผ่านท่าเรือดังกล่าว
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 13 มี.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 6.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 449.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 383,000 บาร์เรล
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิสราเอลโจมตีคลังเก็บก๊าซ-น้ำมันสำคัญของอิหร่าน
