Wise บุกตลาดไทยหลังคว้าไลเซนส์ครบจาก ธปท. เปิดบัญชีหลายสกุลเงินในแอปเดียว ชี้โอกาสตลาดโอนเงินข้ามประเทศรวมกว่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี พร้อมลดต้นทุนค่าธรรมเนียมแฝงที่อาจสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ ตอบโจทย์คนทำงาน-ธุรกิจยุคโกลบอล
หากพูดถึงแบรนด์ที่มีชื่อว่า “Wise” หลาย ๆ คนอาจจะไม่คุ้นเคยว่านี่คือแบรนด์ที่ทำเกี่ยวกับอะไร แต่สำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์ออนไลน์ ที่ต้องทำงานและรับเงินจากต่างประเทศ นี่คือหนึ่งในบริการกระเป๋าเงินที่คนกลุ่มนี้ค่อนข้างรู้จัก เพราะเป็นกระเป๋าเงินที่สามารถใช้ได้หลากหลายสกุลเงิน และเป็นตัวช่วยหลัก ๆ สำหรับคนที่ต้องมีการรับโอนเงินจากต่างประเทศ
ล่าสุด Wise ประกาศความพร้อมในการก้าวสู่ตลาดประเทศไทย โดยเป็นบริษัทต่างชาติและองค์กรที่ไม่ใช่ธนาคารรายแรกที่ได้รับใบอนุญาตที่จำเป็นครบถ้วนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเปิดตัวบัญชี Wise สำหรับบุคคลและธุรกิจในประเทศไทย ประกอบด้วย
โดยความสำเร็จในการได้รับใบอนุญาตครั้งนี้ จะช่วยให้ชาวไทย ภาคธุรกิจ และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สามารถเข้าถึงบัญชีดิจิทัลหลายสกุลเงินรายแรกของประเทศ ที่รวมฟีเจอร์การรับ โอน และใช้จ่ายเงินในหลายสกุลเงินไว้ในแอปพลิเคชั่นเดียว ช่วยให้การจัดการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และไร้รอยต่อ
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการติดต่อและทำธุรกรรมกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการท่องเที่ยว การศึกษาต่อต่างประเทศ การค้าข้ามพรมแดน รวมถึงผู้คนจำนวนมากที่มีรายได้และการใช้จ่ายในหลายประเทศ
ข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่า ประเทศไทยมีเงินโอนเข้าประเทศจากคนไทยและผู้พำนักในต่างประเทศรวม 9.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 ขณะที่มีเงินโอนออกนอกประเทศ 8.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณการโอนเงินข้ามพรมแดนของประเทศไทยที่มีอยู่จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการโอนเงินระหว่างประเทศในปริมาณสูง ระบบการเงินในปัจจุบันยังไม่สามารถรองรับความต้องการดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากปริมาณธุรกรรมข้ามพรมแดนของประเทศไทย และค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการโอนเงินระหว่างประเทศตามข้อมูลของธนาคารโลก ทำให้ Wise มองเห็นโอกาสที่จะช่วยผู้บริโภคในประเทศไทยอาจสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากค่าธรรมเนียมแฝงได้มากกว่า 1.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ด้วยการพัฒนาบริการเพื่อช่วยให้การโอนเงินระหว่างประเทศมีความโปร่งใสและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
ซึ่งโดยทั่วไป การโอนเงินไปต่างประเทศผ่านธนาคารในประเทศไทยมักมีต้นทุนค่อนข้างสูง เนื่องจากมีการบวกส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมการโอนที่กำหนดไว้ ทำให้หลายครั้งผู้ใช้บริการอาจไม่ทราบค่าใช้จ่ายที่แท้จริงอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ Wise ให้บริการลูกค้ากว่า 15.6 ล้านรายทั่วโลก โดยในปีที่ผ่านมา มีปริมาณธุรกรรมข้ามพรมแดนรวมกว่า 1.85 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมการให้บริการในกว่า 160 ประเทศ ภายใต้ใบอนุญาตให้บริการมากกว่า 75 ฉบับทั่วโลก
และลูกค้าของ Wise สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากค่าธรรมเนียมแฝงได้รวมกว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา จากการใช้อัตราแลกเปลี่ยนกลางของตลาด (Mid-market Exchange Rate) พร้อมการแสดงค่าธรรมเนียมอย่างโปร่งใสตั้งแต่ก่อนทำรายการ
สำหรับบัญชีของ Wise นั้น มีฟีเจอร์สำคัญน่าสนใจ ดังนี้
กรวีณา ชัชวาลวรพงษ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของ Wise กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากต้องทำธุรกรรมกับต่างประเทศในชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ที่ส่งเงินให้ลูกเรียนต่างประเทศ ธุรกิจขนาดเล็กที่จ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ในต่างประเทศ หรือคนทำงานรุ่นใหม่และฟรีแลนซ์ที่รับงานจากลูกค้าทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม โซลูชั่นดิจิทัลที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้ครบในที่เดียวยังมีอยู่อย่างจำกัด ขณะที่การโอนเงินระหว่างประเทศในปัจจุบันยังคงมีค่าใช้จ่ายสูง และใช้เวลานาน ทำให้ผู้ใช้งานหลายคนอาจไม่ทราบค่าใช้จ่ายทั้งหมดล่วงหน้าอย่างชัดเจน
“นี่จึงเป็นเหตุผลที่การเปิดตัวของ Wise ในประเทศไทยมีความสำคัญ เพราะเราต้องการมอบบัญชีที่ใช้งานง่ายเพียงบัญชีเดียว ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการเงินได้สะดวกขึ้น ทั้งสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและการทำธุรกรรมกับต่างประเทศ” กรวีณากล่าว
SK Saraogi หัวหน้าฝ่ายการธนาคารและการขยายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของ Wise กล่าวเสริมว่า ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดของ Wise และปัจจุบันสร้างรายได้มากกว่า 20% ของ Wise ทั่วโลก การเปิดให้บริการในประเทศไทยจึงถือเป็นก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้ เราเห็นความต้องการที่ชัดเจนจากลูกค้าที่ต้องการบัญชีดิจิทัลที่ช่วยให้จัดการเงินกับต่างประเทศได้อย่างสะดวกในที่เดียว
“การเป็นบริษัทที่ไม่ใช่ธนาคารรายแรกที่ได้รับใบอนุญาตเหล่านี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เราสามารถต่อยอดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ Wise สร้างมาตลอดกว่า 15 ปี เพื่อทำให้การโอนและจัดการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นเรื่องที่ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” SK Saraogi กล่าว
การประกาศครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ Wise ในการขยายการให้บริการในประเทศไทย และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาโซลูชั่นการเงินดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านธุรกรรมระหว่างประเทศของผู้ใช้งานในยุคปัจจุบัน
ทั้งนี้ Wise ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วและทำกำไรได้มากที่สุดในโลก โดยในปีงบประมาณ 2568 Wise ให้บริการผู้ใช้งานประมาณ 15.6 ล้านรายทั่วโลก ประมวลผลธุรกรรมการโอนเงินข้ามประเทศมากกว่า 185 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับ: ทำไม Wise เลือกไทย ? ตลาดโอนเงินข้ามชาติเฉียด 1.7 หมื่นล้านเหรียญ
