ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้ปัจจัยอุปทานเริ่มผ่อนคลาย
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีสัญญาณทวีความรุนแรงขึ้น หลังอิหร่านได้โจมตีโรงกลั่นและโรงปิโตรเคมีในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยล่าสุดอิหร่านได้โจมตีโรงผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในพื้นที่ราส ลัฟฟาน (Ras Laffan) ประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นโรงผลิต LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงทำให้กระบวนการผลิตต้องถูกระงับ
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 19 มี.ค. 2569 อยู่ที่ 96.14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.18 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 108.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.27 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ตลาดกังวลต่อการโจมตีของอิหร่าน หลังโรงกลั่น Mina Abdulla และ Minaal-Ahmadi ของคูเวต ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมราว 800,000 บาร์เรลต่อวัน ถูกโจมตีด้วยโดรน ส่งผลให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่การผลิตดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทได้ออกมาเปิดเผยว่าสามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้แล้ว และจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อรักษาความปลอดภัยและเสถียรภาพในการดำเนินงานของโรงงาน
ตลาดกำลังจับตาท่าทีของสหรัฐ หลังจากนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐอาจพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านในส่วนของน้ำมันที่ลอยลำอยู่บนเรือกลางทะเล เพื่อช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลก
ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณน้ำมันดิบอิหร่านที่ลอยลำอยู่บนเรือกลางทะเลมีอยู่ราว 140 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่าสหรัฐอาจพิจารณาปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองน้ำมันดิบเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐ (SPR) เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มอุปทานในตลาด
ท่าเรือ Yanbu ในทะเลแดงสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันดิบได้อีกครั้ง หลังก่อนหน้าได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน โดยท่าเรือ Yanbu ถือเป็นจุดส่งออกน้ำมันดิบสำคัญ ทดแทนเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิด
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความตึงเครียดตะวันออกกลาง แม้ปัจจัยอุปทานเริ่มผ่อนคลาย
