สนค. เปิดตัวเลขส่งออกไทยเดือน ก.พ. ขยายตัว 9.9% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 แรงหนูจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมคาดการณ์จะมีการปรับประมาณการส่งออกปี 2569 ใหม่เร็วนี้ โดยจากเดิมที่เคยตั้งเป้าหมายการส่งออกในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 2-3%
นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่ามีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 20 ที่ 9.9% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 11.0%
แรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัพเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุค AI และการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อเนื่อง ในขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด เงาะสด ลำไยสด สับปะรดสด ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป เป็นต้น
ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 31.8% ส่งผลให้ไทย ขาดดุล 2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 61,012.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 67,149.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 30.5% ดุลการค้า ส่งผลให้ไทย ขาดดุล 6,137.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 5.7 (YOY) หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัวร้อยละ 3.6 หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 7.7 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 4.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น อิตาลี และเยอรมนี)
ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัวร้อยละ 62.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน อินโดนีเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ไก่แปรรูป ขยายตัวร้อยละ 9.4 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์) และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 271.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (ขยายตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย และเมียนมา)
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา หดตัวร้อยละ 26.2 หดตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดอินเดีย ตุรกี และปากีสถาน) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ หดตัวร้อยละ 13.5 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เมียนมา และญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ออสเตรเลีย และลาว) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัวร้อยละ 19.1 หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (หดตัวในตลาดจีน สหรัฐ และอินโดนีเซีย แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และซาอุดีอาระเบีย)
น้ำตาลทราย หดตัวร้อยละ 53.0 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดอินโดนีเซีย กัมพูชา และลาว แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย เมียนมา และปาปัวนิวกินี) เครื่องดื่ม หดตัวร้อยละ 19.3 กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดเวียดนาม จีน และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดเมียนมา ลาว และฟิลิปปินส์)
และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัวร้อยละ 20.8 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เกาหลีใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น มาเลเซีย และฮ่องกง) ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 3.8
มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 13.3 (YOY) ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 49.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ จีน และสิงคโปร์) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 6.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐ) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 217.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ สิงคโปร์ และเม็กซิโก)
เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 28.4 ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และฮ่องกง) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 47.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 17 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ เม็กซิโก และเนเธอร์แลนด์) เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ขยายตัวร้อยละ 251.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ฮ่องกง และเนเธอร์แลนด์)
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) หดตัวร้อยละ 30.0 หดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดอินเดีย สหรัฐ และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดฮ่องกง เยอรมนี และญี่ปุ่น) เม็ดพลาสติก หดตัวร้อยละ 4.4 หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม แต่ขยายตัวในตลาดจีน อินเดีย และฟิลิปปินส์)
เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว หดตัวร้อยละ 23.9 กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น เมียนมา และออสเตรเลีย แต่ขยายตัวในตลาดฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสหรัฐ) เคมีภัณฑ์ หดตัวร้อยละ 6.9 หดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดอินเดีย จีน และญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย เบลเยี่ยม และเมียนมา) ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 21.3
แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก หลังจากที่สหรัฐปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน สำหรับการเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 มีกรอบดำเนินการถึงกลางปี ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลในช่วงปลายปี
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตและการขนส่ง กระทบกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า เป็นความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด
และได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ ผลักดันการส่งออกอาหารท่ามกลางวิกฤต พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ สนค. คาดการณ์จะมีการปรับประมาณการส่งออกปี 2569 ใหม่ โดยจะประเมินจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้า โดยจากเดิมที่เคยตั้งเป้าหมายการส่งออกในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 2-3%
อ่านข่าวต้นฉบับ: ส่งออกไทย ก.พ. โต 9.9% ต่อเนื่องเดือนที่ 20 จ่อปรับเป้าส่งออกปี’69 ใหม่
