กรมการค้าต่างประเทศ เผยจากปัญหาตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อภาพการส่งออกข้าวไทยไปในต่างประเทศ เนื่องจากกระทบต่อค่าขนส่ง เป้าส่งออกข้าวทั้งปียังอยู่ที่ 7 ล้านตัน
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้ติดตามสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐกับอิสราเอล-อิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง เกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง ต้นทุนพลังงานราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ
รวมถึงค่าประกันภัยที่ปรับสูงขึ้น ทำให้สายการเดินเรือส่วนใหญ่เปลี่ยนเส้นทางไม่เข้าทะเลแดง เพื่อผ่านคลองซูเอชโดยอ้อมแหลมกู๊ดโฮปประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งแจ้งปรับอัตราค่าระวางเรือช่วงวันที่ 15-30 มีนาคม อัตราปรับขึ้นกว่า 40% โดยสายการเดินเรืออ้างว่าค่าธรรมเนียมพิเศษและต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
สำหรับส่งออกข้าวไปตะวันออกกลางต่อปีประมาณ 1.34 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสัดส่วน 75% นำเข้าโดยอิรัก ตอนนี้การส่งออกไปอิรักหยุดชะงัก จาก 2 เดือนแรกส่งได้ 9.2 หมื่นตัน ลดลงจากปีก่อน 52.58% ส่วนประเทศที่เหลือเจอปัญหาเส้นทางและระยะเวลาขนส่ง ทำให้ผู้นำเข้าบางส่วนชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอประเมินสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อและเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัญหายืดเยื้อ อาจกระทบต่อเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยทั้งปี 2569 ตั้งไว้ 7 ล้านตัน จะหายไปประมาณ 1 ล้านตันจากยอดส่งออกไปตะวันออกกลางชะงัก
“เราคงไม่อยู่นิ่ง กรมคงเดินหน้าเปิดเกมรุกทั้งการรักษาตลาดหลัก ควบคู่กับการขยายตลาดศักยภาพใหม่ การผลักดันข้าวคุณภาพสูงและข้าวมูลค่าเพิ่ม โดยเตรียมเข้าไปเพิ่มตลาดในแอฟฟริกาทดแทนตลาดตะวันออกกลางได้บางส่วน ส่วนการเจรจาจีทูจีขายข้าวไทยให้จีนนั้น ในลอตแรก 4 หมื่นตัน ทางจีนทยอยส่งเรือมาขนสินค้า ซึ่งกำหนดส่งครบในเดือนมีนาคม
จากนั้นกลางเดือนเมษายนจะเพิ่มเจรจาจีทูจีขายข้าวให้จีนอีก 5-6 หมื่นตันกับ COFCO รัฐบาลจีนยอมรับว่าปัญหาตอนนี้คือกังวลเรื่องต้นทุนสูงขึ้นทุกด้าน แม้ราคาข้าวในประเทศยังทรงตัว วันนี้ราคาข้าวขาว 5% ไทยอยู่ที่ 360 เหรียญสหรัฐต่อตัน สูงกว่าเวียดนาม อินเดีย และปากีสถานเล็กน้อย” นางอารดากล่าว
ช่วง 2 เดือนแรกปี 2569 ไทยส่งออกข้าวได้ประมาณ 1.153 ล้านตัน ลดลง 4.16% มีมูลค่ากว่า 651 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 20,200 ล้านบาท) ลดลง 15.45% ซึ่งเหตุทำให้ปริมาณและราคาข้าวต่ำลง เนื่องจากสต๊อกตลาดโลกอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคารุนแรงมากขึ้น รวมถึงนโยบายจำกัดการนำเข้าของประเทศผู้นำเข้าสำคัญ เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ สำหรับค่าเงินบาทที่ปัจจุบันแม้เริ่มอ่อนค่าลง แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างแข็งค่า ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาส่งออกข้าวไทย
ภาพรวมการส่งออกสินค้ามันสำปะหลัง 2 เดืนแรก ปริมาณรวม 0.90 ล้านตัน มูลค่า 12,310.14 ล้านบาท ลดลง 32.33% และ 27.24% สาเหตุจากผู้ประกอบการอยู่ระหว่างรวบรวมผลผลิตเพื่อนำไปแปรรูป ส่งผลให้ผู้ซื้อในต่างประเทศชะลอคำสั่งในการซื้อขาย โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของจีนและซาอุดีอาระเบีย
ขณะที่ผลักดันการส่งออกมันอัดเม็ด ทำให้ 2 เดือนแรกปี 2569 มีปริมาณ 0.07 ล้านตัน มูลค่า 419.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133.33% และ 132.87% และจากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางทำให้แนวโน้มการได้คำสั่งซื้อที่กรมได้เปิดการขายไว้ปีก่อนอาจชะลอตัวลง แต่ก็จะหาตลาดอื่นแทน ทำให้ทั้งปี 2569 ตั้งเป้าส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไว้ 6-7 ล้านตัน จากปีก่อน 8.2 ล้านตัน
อ่านข่าวต้นฉบับ: พาณิชย์เร่งเปิดตลาดส่งออกข้าวใหม่ หนีพิษค่าขนส่งพุ่ง หวั่นปัญหาตะวันออกกลาง
