รมว.พลังงาน ชี้ดีเซลไทยยังต่ำกว่าหลายชาติในอาเซียน สิงคโปร์สูสุดทะลุ 100 ต่อลิตร เผยกองทุนน้ำมันฯติดลบ 3.8 หมื่นล้าน ย้ำคุมเข้มโรงกลั่นใกล้ชิด
รับราคาน้ำมันหลังจากนี้ไม่มีเพดาน หรือปรับขึ้นแบบขั้นบันได ปล่อยตามกลไกตลาด ขณะปลัดรับ หนักใจมาก หลังวานนี้ตัดสินใจปรับกระชากราคาดีดขึ้น 6 บาทต่อลิตร บอก ตอบไม่ได้ สงกรานต์ดีเซลพุ่ง 50 บาทหรือไม่ ชี้หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ มีทั้งบอกและลบ
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้านพลังงาน ว่า สถานการณ์สู้รบยังอยู่ในสถานะที่ยังไม่แน่นอน แม้จะได้ยินข่าวว่าเริ่มมีการยื่นข้อเสนอเพื่อเจรจา แต่ทั้งสองฝั่งข้อเสนอและการสื่อไม่ตรงกัน จึงยังไม่มีความแน่นอน ส่งผลต่อความผันผวนราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง
ส่วนสถานะกองทุนน้ำมันประเทศไทย เรายังไปช่วยเหลืออยู่ ซึ่งหลังจากที่มีการปรับราคาขายปลีกที่มีผลในวันนี้ถึง 6 บาทต่อลิตร อยู่ที่อัตรา 39 บาทต่อลิตร หากเปรียบเทียบราคาน้ำมันดีเซลกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ไทยยังต่ำกว่า
พร้อมยกตัวอย่าง มาเลเซีย อยู่ที่ 45.50 บาท แต่ไทยอยู่ที่ 39 บาท เวียดนาม 47 บาท กัมพูชา 57 บาท สปป.ลาว 64 บาท ฟิลิปปินส์ 66 บาท และที่สูดที่สุดสิงคโปร์ปรับขึ้นถึงอัตรา 100.26 บาทต่อลิตร มีเพียงอินโดนีเซียและบรูไนที่ต่ำกว่าไทย
ส่วนสถานการณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อนปรับกองทุนอุดหนุนอยู่น้ำมันดีเซล 19 บาทต่อลิตร กองทุนยังมีอัตราไหลออก 1,700 ล้านบาท และสถานะตอนนี้ติดลบ 3.8 หมื่นกว่าล้าน ซึ่งราคาที่ต่างกันมากๆกับประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้กัน อาจจะเกิดปัญหาเรื่องการกักตุน หรือการลักลอบส่งออก ซึ่งทางรัฐบาลพยายามประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงที่จะช่วยไปสอดส่องดูแลเพื่อไม่ให้เอาเปรียบประชาชน
ขณะที่การผลิต มีการเข้าไปติดตามอย่างใกล้ชิดกับโรงกลั่น โดยตัวเลขที่ผ่านมามีการผลิตเต็มกำลังการกลั่นทุกโรง มีปริมาณน้ำมันดีเซลประมาณ 78 ล้านลิตรต่อวัน ประกอบกับมีการเวฟน้ำมันสำรอง เข้ามาช่วยอีกประมาณ 10 ล้านลิตร ฉะนั้นการจ่ายน้ำมันจริงในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ดีเซลอยู่ที่ประมาณ 85 ล้านลิตร ซึ่งสูงกว่าความต้องการปกติ โดยปกติเฉลี่ยเดือนมกราคม 67 ล้านลิตร
ซึ่งช่วงที่มีปัญหาจ๊อบเบอร์ไม่ได้รับน้ำมัน เนื่องจากพ่อค้าตามมาตรา 7 ไม่ได้จ่ายให้ จึงมีการพูดคุยขอความร่วมมือขอให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 จ่ายช่องทางจ๊อบเบอร์ไปด้วย ทำให้ยอดของจ๊อบเบอร์เข้ามาใกล้กับปกติ
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่น้ำมันจะปรับขึ้นราคาแบบกระชากเหมือนเมื่อคืนที่ผ่านมามีอีกหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ต้องประเมินปัจจัยหลายอย่างไปพร้อมกัน ทั้งตลาดโลกความแตกต่างของราคาในประเทศเพื่อนบ้านสถานการณ์เรื่องการกักตุนและการลักลอบส่งออกน้ำมันเป็นอย่างไร และสถานะกองทุนน้ำมันเป็นอย่างไร ซึ่งต้องดูหลายปัจจัยร่วมกัน
เมื่อถามย้ำว่า จะไม่มีการปรับราคาน้ำมันแบบขั้นบันไดแล้วใช่หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า หลักการขณะนี้ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ได้มีการกำหนดว่าเพดานราคาว่าไม่ควรเกินเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ยังใช้กลไกของกองทุนน้ำมันช่วยดูอยู่ ไม่ได้ถอนออกไป
เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลอนุญาตให้นำน้ำมันสำรองออกมาใช้ แต่ราคากับพุ่งสูงขึ้น นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ที่จริงคนละเรื่องกัน การที่เราผ่อนน้ำมันสำรอง ก็คือการที่เราผ่อน ผัน ให้นำน้ำมันที่จะต้องคงอยู่ในสต๊อกสามารถที่จะลดลงได้และมีการนับตัวเดตสต๊อก หรือน้ำมันอื่นๆเข้ามารวมได้ ทำให้เขาสามารถจะถ่ายน้ำมันที่อยู่ในสต๊อกออกมา
ส่วนเรื่องกลไกราคา ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราจะใช้กลไกตลาด เช่น หากจะต้องผลิตหรือนำน้ำมันเข้ามาในสต๊อกก็ต้องเป็นราคาของตลาดเช่นเดียวกัน
ส่วนที่ประชาชนกังวลเรื่องราคาน้ำมันอาจพุ่งไปถึง 50 บาทต่อลิตร มีแผนรับมือในระยะยาวอย่างไร โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เมื่อวาน (25 มี.ค.) ที่ตัดสินใจ ถือว่าคุยกันนาน หนักใจ แต่ด้วยสถานการณ์ความรุนแรงที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะรุนแรงและยาวนานขนาดนี้รัฐบาลพยายามจะตรึงให้ได้ และผ่อนมาเหลือ 33 บาทต่อลิตร
แต่สุดท้ายต้องยอมรับว่า ด้วยสถานการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้กองทุนน้ำมันเอาไม่อยู่ ประกอบกับการลักลอบส่งออกกักตุนเก็งกำไร ทำให้น้ำมันที่ฝืดเข้าระบบประมาณ 86 ล้านลิตร ซึ่งมากกว่าปกติอยู่ประมาณ 20% ถูกนำไปเก็บสำรองเอาไว้มาตรการราคาจึงเป็นอีกมาตรการหนึ่ง แต่หากถามว่าจะถึง 50 บาทไหม ตนไม่สามารถตอบได้ อาจจะลงมาก็ได้ หากเขาหยุดรบราคาหลังจากนี้ไปจะขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หาสถานการณ์ดีขึ้น ลดภาษีสรรพสามิตลดราคา ซึ่งก็มีทั้งบวกและลบหลังจากนี้ไป
อ่านข่าวต้นฉบับ: ก.พลังงาน ชี้ดีเซลไทยต่ำกว่าหลายชาติอาเซียน กองทุนน้ำมันติดลบใกล้ 4 หมื่นล้าน
