MFEC จับมือ Confluent ปลดล็อกขีดความสามารถ AI ด้วย Data Streaming พลิกโฉมองค์กรไทยสู่ยุค Real-time Intelligence ในยุดที่ “ข้อมูล คือ น้ำมันใหม่”
ในยุคที่ “ข้อมูลคือผลตอบแทนใหม่” (Data is the new oil) การมีน้ำมันดิบมหาศาลอยู่ในคลังอาจไม่มีความหมาย หากปราศจากโรงกลั่นที่ทำงานได้แบบวินาทีต่อวินาที ความร่วมมือระหว่าง MFEC และ Confluent จึงเป็นการสร้างท่อส่งและโรงกลั่นข้อมูลอัจฉริยะ ที่ช่วยให้องค์กรไทยไม่ต้องจมอยู่กับกองข้อมูลที่ล้าสมัย แต่สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ได้ด้วยข้อมูลที่ “สดใหม่” และ “ไหลเวียน” อยู่ตลอดเวลา
เปลี่ยนข้อมูลที่หยุดนิ่ง ให้กลายเป็นขุมดาต้าแบบ Real-time Intelligence การนำ AI มาใช้งานในองค์กรไทยมักติดหล่มอยู่ในขั้นทดสอบ (Prototype) เพราะขาดบริบทของข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน
องค์กรทั่วโลกต่างทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนา AI แต่ปัญหาที่ทำให้หลายองค์กรไม่สามารถผลักดัน AI จากขั้นทดสอบ Prototype ไปสู่การใช้งานจริงได้ในระดับ Production ไม่ได้อยู่ที่ความฉลาดของตัวโมเดล แต่อยู่ที่บริบทของข้อมูล ที่ต้องมีความสดใหม่และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ AI ในระดับองค์กรและภาคธุรกิจจ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ผู้นำด้านบริการไอทีครบวงจรในประเทศไทย เดินหน้าประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ กับ Confluent ผู้บุกเบิกแพลตฟอร์ม Data Streaming ระดับอีลีท ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ อาคาร S-OASIS ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การนำข้อมูลแบบ Real-time มาสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจไทย
คุณศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร หรือ คุณเล้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MFEC ชี้ให้เห็นจุดเปลี่ยนเทคโนโลยี AI ในปัจจุบันว่า สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างระหว่างองค์กรได้ ไม่ใช่แค่การมีโมเดล AI ที่ดี แต่คือการครอบครองข้อมูลที่รวดเร็วกว่า และถูกนำมาใช้ในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เปรียบในทางธุรกิจ และช่วงชิงการแข็งขันที่คุมค้ากว่า
“บริษัทเรากับบริษัทคู่แข่งอาจใช้โมเดลเหมือนกัน แต่สิ่งเดียวที่จะทำให้เราแตกต่างคือ Data… ข้อมูลที่เป็นจริงคือ Data ที่เป็น Connector เชื่อมโยงเพื่อให้ตัดสินใจได้ทันที และ real-time”
“การจับมือระหว่าง MFEC และ Confluent จะช่วยผนึกกำลังสนับสนุนให้องค์กรทั่วประเทศไทยเปลี่ยน Data streams ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดสู่นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะกระชับความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนต่อหลากหลายอุตสาหกรรมระยะยาว”
ยกตัวอย่างผ่านกรณีของ สายการบิน (Airline) และ การค้าขาย (Retail)
“ถ้า Chatbot ตอบโต้ได้แต่เปลี่ยนตั๋วเครื่องบินให้ไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์…ระบบจะทำได้ก็ต่อเมื่อเข้าถึงข้อมูล ticketing system, ที่นั่งว่าง, และความต้องการของลูกค้าแบบ Real-time เท่านั้น ในเชิงธุรกิจ การรู้ว่าลูกค้ามีเงินเดือนเท่าไหร่หรืออยากได้อะไร ในอดีตอาจไม่มีประโยชน์เท่ากับการรู้พฤติกรรม ในขณะนั้น เพื่อเข้าไปดักหน้าและเปลี่ยนโอกาสนั้นให้เป็นยอดขายทันที คิดในเชิงเทคนิค ข้อมูลต้องเชื่อมต่อกัน (Connected) และมีความเป็นปัจจุบัน เพื่อให้ระบบตัดสินใจแทนเราได้ทันเวลา”
คุณเคนนี่ ซิน (Kenny Sin) ผู้อำนวยการ Confluent ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อธิบายว่าการจะทำให้ AI ทำงานแบบ Real-time ได้เต็มประสิทธิภาพ องค์กรจำเป็นต้องเปลี่ยนจากฐานข้อมูลแบบดั้งเดิมที่เก็บข้อมูลเป็นงวด ๆ (Batch Processing) มาเป็นระบบที่ข้อมูลไหลเวียนต่อเนื่องเหมือนกระแสเลือด
Confluent เป็นผู้บุกเบิก Data streaming ที่นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานทางข้อมูลประเภทใหม่ที่ขับเคลื่อนข้อมูลแบบ Real-time ด้วย Cloud-Native Solution ทำหน้าที่เป็นโครงข่ายอัจฉริยะ ในการเชื่อมโยงและส่งต่อข้อมูลแบบนาที-นาที จากหลากหลายแหล่งองค์กร ที่เป็น resources ข้อมูล ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองคววามต้องการทางภาคธุรกิจ ยกระดับการแบ็กเอนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟแวร์อย่างเต็มรูปแบบ
แพลตฟอร์มของ Confluent ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่รับส่งข้อมูลแบบ real-ime เพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุม 4 ฟังก์ชันหลักที่จำเป็นต่อองค์กร
หลายบริษัทได้รับคำสั่งให้ทำเรื่อง AI ในองค์กร แต่ปัญหาใหญ่ที่พบคือ Data Foundation ยังไม่พร้อมการทำ Prototype AI นั้นง่าย แต่การทำให้ใช้งานได้จริงในระดับ Production เป็นเรื่องยาก หากไม่มีฐานข้อมูลที่ดีพอ ก็ไม่สามารถทำให้ทั้งองค์กรใช้ AI พร้อมกันได้ หรือสเกลงานไม่ได้
มุมมองต่อตลาดประเทศไทย Confluent มองว่าประเทศไทยเป็นตลาดขนาดใหญ่และสำคัญมาก กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในไทยตอนนี้ประกอบไปด้วย Banking/FSI ที่มีความต้องการสูง เนื่องจากการทำ Digital Transformation สองคือ Retail เริ่มมีการใช้ AI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เช่น การรู้ว่าเดือนหน้าลูกค้าจะเดินเข้าร้านไหน หรือมีการใช้จ่ายอย่างไร สามคือ Telco หรืออุตสาหกรรมโทรมนาคม ที่ใช้ในการทำ Real-time Campaign Management จากเคสตัวอย่างในฟิลิปปินส์ สามารถเพิ่มอัตรา Conversion ได้สูงขึ้นจากการเลิกยิงโฆษณาแบบเหวี่ยงแห แต่เน้นกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำแทน
อ่านข่าวต้นฉบับ: “Data is new oil” ปลดล็อคองค์กรไทย ด้วย Real-time AI
