สัมภาษณ์
ในช่วงที่หลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง แต่ทว่า “กลุ่มอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์” กำลังกลายเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลเชิงบวก
“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “นายพีรกานต์ มานะกิจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังเติบโตสวนทางโลกที่กำลังขาดแคลนพลังงาน อัตราค่าไฟฟ้าพุ่ง ความต้องการพลังงานสะอาด และความพยายามที่จะพึ่งพาตนเอง คือสิ่งที่ประเทศและประชากรโลกกำลังหาทางรอดจากวิกฤตพลังงานในครั้งนี้
จุดเริ่มต้นของผมมาจากการที่เราเป็น Startup เรามีโครงสร้างของผู้ถือหุ้น ที่มีทั้งธนาคารกสิกรไทย (Kbank) ภายใต้รูปแบบของ Debt Funding และอยู่ในกลุ่มบางกอกเคเบิ้ล (Bangkok Cable) ผมใช้เวลา 5 ปี จนวันนี้เราพัฒนาตัวเองขึ้นมา และทำให้ตัวเองเป็นผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ขึ้นมาได้ แต่บริษัทถือว่าอยู่ในไซซ์ M แล้ว ตอนที่ผมตั้งบริษัทมาพักหนึ่ง เราเจอโควิด-19 พอดี แต่เราผ่านมันมาได้ ที่ผมตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจโซลาร์เซลล์
เพราะผมมองว่ามัน Win Win กับทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งเราคือทำธุรรกิจแล้วได้กำไร อีกฝั่งคือลูกค้า เมื่อเขาได้รับบริการจากเรา ทำให้เขาลดค่าใช้จ่ายจากการใช้ไฟได้ เราได้กำไรลูกค้าได้กำไร แต่ถ้าพูดในมุมภาพรวมกว้าง ๆ มันสร้าง Positive ให้กับโลก ไม่ใช่แค่เรื่องของการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น แต่มันยังเป็นการที่เราเองสามารถผลิตไฟใช้ได้เอง ไม่ต้องไปพึ่งพาการนำเข้า และเราเป็นบริษัทในเครือของบริษัท บางกอกเคเบิ้ล ผู้ผลิตสายไฟสายส่งรายใหญ่ที่สุดในตอนนี้ ธุรกิจเราจึงเป็นส่วนหนึ่งใน New S-Curve
สำหรับปีนี้ผมตั้งเป้าว่ารายได้น่าจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ซึ่งปี 2568 เรามีรายได้ 200 ล้านบาท ปีนี้ก็น่าจะไปแตะที่ 600 ล้านบาท ส่วนกำไรปีที่แล้ว 8-9 ล้านบาท ปีนี้ก็คงจะขยับเหมือนกัน ก็ต้องยอมรับว่ามันมีปัจจัยที่เข้ามาช่วยสนับสนุนธุรกิจเราอย่างมาก คือเรื่องของมาตรการสนับสนุนจากรัฐ ติดโซลาร์เซลล์แล้วสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ถ้าคิดง่าย ๆ คนที่ต้องเสียภาษี 30% เขาก็จะลดหย่อนได้ถึง 60,000 บาท ทำให้ความคุ้มค่าในการติดโซลาร์เซลล์มีมากขึ้น
เดิมฐานลูกค้าของเราจะเป็นกลุ่มบ้านใหม่ที่เรามีพาร์ตเนอร์ อย่าง แสนสิริ ศุภาลัย เอสซี เอพี ติดโซลาร์ให้บ้านในโครงการมาแล้วกว่า 6,500 หลัง แต่ปีที่แล้วตลาดอสังหาฯซบเซา ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้บางโครงการต้องทิ้งการก่อสร้างกลางคัน บ้านสร้างใหม่เกิดขึ้นน้อยและถูกขายออกไปน้อย ฐานลูกค้ากลุ่มนี้เริ่มชะลอตัวลง เราจึงต้องปรับแผนใหม่ โดยมุ่งเป้าไปที่บ้านเก่าเป็นบ้านที่ต้องการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าไฟ
ทำให้ตลาดกลุ่มนี้โตมากอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในประเทศมีอยู่กว่า 20 ล้านครัวเรือน สัดส่วนตรงนี้เพิ่มขึ้นเป็น 70% หรือเรามีโอกาสเข้าถึงได้ 1.3 ล้านครัวเรือน อีกส่วนเป็นกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรม 30% จากเดิมลูกค้า 2 กลุ่มนี้สัดส่วนอยู่ที่ 50:50 ดังนั้น เราจะเห็นการขยับของสัดส่วนที่เป็นครัวเรือนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
นับตั้งแต่มีการประกาศเรื่องการลดหย่อนภาษีได้ 200,000 บาท ผมเห็นความต้องการของลูกค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา และมันก็คงจะโตไปเรื่อย ๆ ยิ่งตอนนี้มีสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันก็แพง ค่าไฟฟ้าก็จะขึ้น คนก็จะหันมาสนใจติดโซลาร์เซลล์ ส่วนความคุ้มค่า หลายคนยังอาจลังเลว่าจะคุ้มหรือไม่ ซึ่งมันต้องดูพฤติกรรมการใช้ไฟในแต่ละบ้านก่อน
อย่างบ้าน 1 หลังใช้ไฟช่วงกลางวันมากกว่ากลางคืน ปกติจ่ายค่าไฟเดือนละ 1,000 บาทต่อเดือน ยังไงก็คุ้มในราคาติดโซลาร์ที่ 69,000 บาท เพราะสามารถลดค่าไฟลงได้ถึง 30% หรืออย่างบางบ้านที่จ่ายค่าไฟ 2,000-3,000 บาทต่อเดือน ขนาด 3 กิโลวัตต์ ลงทุนติดตั้ง 99,000 บาท สามารถลดค่าไฟได้ถึง 1,800 บาท ใช้เวลาคืนทุน 5.5 ปี หรือถ้าบ้านไหนค่าไฟ 8,000-9,000 บาทต่อเดือน ติดที่ขนาด 10 กิโลวัตต์ เขาสามารถลดค่าไฟได้ 4,500-5,000 บาท เขาจะใช้เวลาคุ้มทุน 4.3 ปี ในราคาที่เขาลงทุนติดตั้ง 255,000 บาท
หรือบ้านที่ใช้ไฟมากตอนกลางคืนมันก็จะมีเรื่องของการใช้ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) หรือแบตเตอรี่ ตัวนี้เข้ามาช่วยให้ระบบโซลาร์เซลล์สมบูรณ์ คือเมื่อผลิตไฟมาแล้วก็เอามาเก็บไว้ เพราะถ้าเราไม่มีแบตเตอรี่โซลาร์เซลล์ก็คือผลิตไฟมาแล้วก็ใช้เลย ถึงคุ้มค่ามากกับคนที่ใช้ไฟในตอนกลางวัน แพ็กเกจตอนนี้เราก็มีทั้งจ่ายทีเดียวเป็นก้อน ผ่อนกับบัตรเครดิต หรือจะดาวน์ก่อนแล้วค่อยผ่อน โดยร่วมกับธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ดอกเบี้ยแค่ 4-5%
สำหรับแบตเตอรี่ในต่างประเทศเขานิยมติดกันมาก ซึ่งติดเป็นสัดส่วนถึง 80% เพราะรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนการรับซื้อไฟคืน ประชาชนพอติดโซลาร์เซลล์แล้ว เขาจะติดแบตเตอรี่ไปด้วย ซึ่งยอมรับว่าราคาค่อนข้างสูง 129,000 บาท ขนาด 7 กิโลวัตต์ ในไทยมีสัดส่วนการติดตั้งแค่ 5% เท่านั้น
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบ้านที่มีผู้สูงอายุ ต้องใช้ไฟตลอดเวลา บ้านที่เลี้ยงสัตว์อย่างพวกปลาคาร์ป เพราะแบตเตอรี่มันสามารถเก็บไฟไว้เพื่อใช้ตอนกลางคืนได้ ช่วงไฟดับไฟตก ตรงนี้ก็จะถูกดึงเข้ามาช่วย และยิ่งช่วงเวลาค่าไฟแพงคือช่วง 09.00 น. ตอนเช้าไฟในแบตก็จะมาช่วยตรงนี้ ทำให้เราเสียค่าไฟถูก
อีกอย่างที่ประเทศไทยยังไม่นิยมติดแบตเตอรี่ เพราะรัฐบาลยังไม่มีมาตรการรับซื้อไฟ แม้จะมีการพูดถึงเรื่องนี้กันมานานแล้ว แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ ซึ่งผมเองก็อยากให้วงจรของตลาดโซลาร์เกิดขึ้นให้ครบวงจร เพราะตอนนี้เรามีลดหย่อนภาษีไปแล้ว ถ้ามีการรับซื้ออีกก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก มันจะเป็นตัวกระตุ้นให้การติดโซลาร์เพิ่มมากขึ้น
อย่างที่เรารู้ตอนนี้แผงโซลาร์เซลล์ราคาพุ่งขึ้น เนื่องจากการที่จีนยกเลิกมาตรการคืนภาษีส่งออก (VAT) 9% ซึ่งน่าจะเห็นในวันที่ 1 เมษายน 2569 ซึ่งตัวแผงนี้เองเป็นสัดส่วนของต้นทุน 30% เราต้องได้รับผลกระทบอยู่แล้ว โดนกันทุกบริษัท แต่อย่างที่บอก มันคิดเป็นแค่ส่วนหนึ่งของต้นทุน พอไปรวมกับต้นทุนด้านอื่น และเราไปลดต้นทุนตรงอื่น
สุดท้ายแล้วภาพรวมเราคงจะขึ้นราคาแค่ 3% เท่านั้น และยังไม่ขึ้นทันที เพราะผมยังมีสต๊อกเก่าอยู่ ก็คงจะเห็นกันจริงอีก 1-2 เดือนข้างหน้า ปัจจุบันเราซื้อแผงโซลาร์สำเร็จรูปจากจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขามีทั้งของและมีราคาที่เป็นต้นทุนที่ถูก
แต่ก็จะมีอีกส่วนหนึ่งที่เราอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสงครามตะวันออกกลางคือ ราคาซิลเวอร์ (แร่เงิน) ปรับตัวขึ้นเหมือนราคาทอง ด้วยซิลเวอร์เป็นองค์ประกอบหลักที่ใช้ในอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ เพราะนำไฟฟ้าได้ดี และมีการประเมินจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ว่าความต้องการซิลเวอร์จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแผงโซลาร์เซลล์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด หรือเมื่อโซลาร์โต ซิลเวอร์ก็โตตามและจะเป็นการโตเกินซัพพลาย
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘โซลาร์เซลล์’ โอกาสในวิกฤต ‘ไอออน’ คาดโต 3 เท่า-ห่วงแร่เงินพุ่ง