แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรม (FFT) ผนึกกำลังนักการเมือง-ภาคธนาคาร ดันร่างกฎหมายล้มละลายฉบับใหม่ ชูโมเดล “Fresh Start” ดึงลูกหนี้บุคคลธรรมดาเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ หวังแก้โจทย์หนี้ครัวเรือนวิกฤตแทนการยึดทรัพย์ พร้อมเป็นกุญแจสำคัญฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง
เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ โรงแรม Crowne Plaza Bangkok Lumpini Park ห้อง Crowne 1-2 แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand – FFT) จัดงานเสวนา ฟื้นฟูหนี้ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทำไมรัฐบาลใหม่ต้องสานต่อ พ.ร.บ. ล้มละลาย เพื่อนำเสนอสาระสำคัญของ พ.ร.บ. ล้มละลายฉบับใหม่ที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยแก้ไขหนี้ของประชาชนอันเป็นความพยายามของรัฐบาลในขณะนี้ อีกทั้งยังจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทำให้สังคมไทยเข้มแข็ง เวทีครั้งนี้ได้รับโอกาสจากผู้มีส่วนสำคัญต่อการผลักดัน พ.ร.บ. ล้มละลายฉบับใหม่ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนให้ข้อมูล คือ ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ,พสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย, สฤณี อาชวานันทกุล หัวหน้าทีมวิจัย แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทยและ นฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนายการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
พ.ร.บ.ล้มละลาย ฉบับใหม่ครั้งนี้ มีสาระครอบคลุมถึงลูกหนี้รายย่อยหรือลูกหนี้บุคคลธรรมดาให้สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูฐานะได้ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการแก้ปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะลูกหนี้รายย่อยที่จะได้รับโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
ที่ผ่านมาแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทยมุ่งผลักดันให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ล้มละลาย เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินอย่างทั่วถึงและครอบคลุมลูกหนี้รายย่อย พร้อมจัดทำแคมเปญรณรงค์ผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงการจัดงานเสวนาในครั้งนี้
“การแก้ไข พ.ร.บ.ล้มละลาย ไม่เพียงเปิดโอกาสในการแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบเท่านั้น แต่ยังเป็นการสถาปนาความเป็นธรรมให้แก่ทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ด้วย เพราะกฎหมายนี้จะเปิดช่องให้เจ้าหนี้ทุกรายเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับโครงสร้างหนี้ได้ สุดท้ายจะเป็นโอกาสในการบูรณาการกลไกแก้หนี้ควบคู่ไปกับการสร้างความรู้ทางการเงินให้แก่ลูกหนี้ด้วยเช่นกัน” สฤณี อาชวานันทกุล หัวหน้าทีมวิจัย Fair Finance Thailand เล่าถึงที่มาของการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ โดยในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทีมวิจัย Fair Finance Thailand ได้เริ่มศึกษาวิจัยและพบว่าหลักคิดกระบวนการฟื้นฟูกิจการของนิติบุคคลขนาดใหญ่ ก็สามารถนำมาปรับใช้กับบุคลลธรรมดาเช่นกัน
“ทุกคนมีโอกาสที่จะมีปัญหาเรื่องหนี้สิน จึงเป็นทุกคนอีกเช่นกันที่ควรมีโอกาสได้เริ่มต้นใหม่ และการเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ได้ฟื้นฟูหนี้สินคือโอกาสนั้น” “งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าคำว่า การเริ่มต้นใหม่ (Fresh Start) เป็นเรื่องจริง ผลดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้คือ เจ้าหนี้จะได้มูลหนี้คืนมากกว่าการเข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ล้มละลาย ลูกหนี้เองก็มีชีวิตใหม่ ไม่ถูกประกาศว่าเป็นบุคคลล้มละลาย สามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และฟื้นคืนชีวิตได้” นี่คือสิ่งที่สฤณีต้องการย้ำให้สังคมเห็นว่าการมอบชีวิตใหม่ควรจะต้องสร้างผลดีกับทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ เป็นสมดุลที่วันนี้สังคมต้องคำนึงถึงจึงจะช่วยกระตุ้น ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้จริง
นฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงสถานการณ์ของหนี้สินของประชาชน จากสถิติการรับเรื่องร้องเรียน ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้บริโภค พบสถิติที่น่าสนใจว่าปัญหาเรื่องหนี้สินคือหัวข้อร้องเรียนที่สูงเป็นอันดับต้นๆ มาโดยตลอด
การรับเรื่องร้องเรียนของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ตั้งแต่ปี 2558 – 2568 พบว่ามีเรื่องร้องเรียนปัญหาหนี้สินถึง 4,811 เรื่อง เรื่องบัตรเครดิตคือกลุ่มปัญหาสร้างภาระสูงสุด (จำนวน 1,580 เรื่อง) ตามด้วยสินเชื่อและประกัน ปัญหาถูกผู้ประกอบการฟ้องคดีมากกว่า 1,000 เรื่อง
“การทำงานรับเรื่องร้องเรียน เราพบว่า เรื่องหนี้มีเรื่องความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างและสัญญาซ่อนเงื่อนสัญญาสำเร็จรูปที่ผู้บริโภค ไม่มีสิทธิโต้แย้งคือหลุมพรางขนาดใหญ่ ผู้บริโภคถูกบีบด้วยเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมตั้งแต่ต้น” นฤมลยังได้ยกตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อยครั้งมาแล้ว ที่ลูกหนี้ไม่รู้ตัวว่าถูกฟ้องร้อง จึงไม่ได้ไปศาล ไม่ได้ไปสู้คดี ไม่ได้ไปไกล่เกลี่ยกันในศาล แม้หนี้บัตรเครดิต 40,000 บาท แต่ถูกยึดบ้านทั้งหลัง จึงนับว่าไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำทางอำนาจของลูกหนี้ ที่เกิดจาก 3 ปัจจัยสำคัญคือ 1. การขาดความรู้ 2. สัญญาที่มัดมือชก 3.การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุจึงเห็นชัดเจนในบริบทการแก้ไขหนี้ในปัจจุบันว่าไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยการรณรงค์ให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ต้อง ‘ปรับเปลี่ยนโครงสร้างกติกา’ ด้วย
พสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย เสริมถึงเหตุผลที่ต้องมีการฟื้นฟูหนี้สำหรับลูกหนี้รายย่อยว่า “หากถามว่าทำไมเราต้องมีการฟื้นฟูหนี้ส่วนบุคคลด้วย ปล่อยให้ล้มละลายไม่ดีกว่าหรือ ในเมื่อหนี้หายไปแล้ว ลูกหนี้มอบทรัพย์สินทั้งหมดให้เจ้าหนี้ และเดินตัวเปล่าออกไป จะทำแผนฟื้นฟูไปทำไม หลักคิดมีอยู่ข้อเดียวครับ คือต้องการให้ลูกหนี้รักษาทรัพย์สินบางอย่างไว้ เพราะหากเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ลูกหนี้จะไม่สามารถรักษาทรัพย์สินไว้ได้ เราจึงต้องทำแผนฟื้นฟูเพื่อรักษาทรัพย์สินเหล่านั้นเอาไว้” โดยความต่างของการที่ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ถูกขายทอดตลาด กับการที่ลูกหนี้ยังสามารถรักษาทรัพย์สินไว้ได้คือ ‘มูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน’ เพราะทรัพย์ที่ ถูกขายทอดตลาดมักถูกลดมูลค่า ด้อยค่า แต่หากลูกหนี้ยังสามารถรักษาไว้ได้ การยังสร้างมูลค่าได้สะท้อนถึง การจ้างงาน การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้มากกว่า
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และในฐานะประธานกรรมการธิการวิสามัญฯ ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับฟื้นฟูหนี้สินโดยสมัครใจ) ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดัน พ.ร.บ. ล้มละลายฉบับใหม่ มองว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน
“ที่ผ่านมามีความพยายามแก้หนี้ แต่ยิ่งแก้เหมือนหนี้ยิ่งเยอะ เพราะไม่ได้ไปคิดถึงโครงสร้างหนี้ และโครงสร้างระบบสังคมเลย” “ผมเชื่อว่าการแก้หนี้ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหนี้ หรือมีวิธีการอย่างไร ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายฉบับนี้ เพื่อปรับโครงสร้างการแก้หนี้”
ในเดือน ม.ค. -ก.พ. 69 โครงการสำรวจความคิดเห็นแก้ปัญหาหนี้เพื่อสุขภาวะที่ดีของชุมชน “ยิ้มสู้หนี้” ได้สุ่มสำรวจกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานครจำนวน 475 คน จาก 18 เขตในกรุงเทพมหานคร พบว่า ประชาชนตกอยู่ในสถานการณ์หนี้สินอยู่ในระดับรุนแรงอย่างยิ่ง ถึงร้อยละ96.2 และร้อยละ 95.37 ต้องการโครงการช่วยเหลือลูกหนี้จากภาครัฐ เพราะแม่จะมีนโยบาย โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” หรือ “คลินิกแก้หนี้” แล้วในปัจจุบันแต่ยังคงมีลูกหนี้อีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงนโยบายความช่วยเหลือลูกหนี้จากภาครัฐได้
พ.ร.บ.ล้มละลาย ฉบับใหม่ครั้งนี้ จึงเป็นอีกโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ให้มีโอกาสลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาหนี้ของตัวเองได้ โดยไม่ต้องถูกฟ้องคดี ที่หลายภาคส่วนคาดหวัง เฝ้ารอ เพราะไม่เพียงจะได้ช่วยเหลือลูกหนี้ ให้โอกาสลูหนี้ได้มีชีวิตใหม่ แต่ยังให้โอกาส …เพิ่มโอกาสเจ้าหนี้ที่จะได้รับการใช้หนี้คืนมากขึ้นอีกด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับ: จี้รัฐบาลใหม่สานต่อ พ.ร.บ.ล้มละลายฉบับใหม่ เปิดช่อง “ฟื้นฟูหนี้รายย่อย” ชุบชีวิตลูกหนี้-เจ้าหนี้