“ผยง” ประธานสมาคมธนาคารไทย ยันภาคธนาคารดูแลลูกค้าต่อเนื่องจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ชี้พบสัญญาณลูกค้าบางรายเกิดหยุดผลิต-ปิดกิจการ เหตุต้นทุนน้ำมัน-วัตถุดิบพุ่ง จับตาเฝ้าระวังลูกค้ากลุ่มเปราะบางถูกซ้ำเติมเพิ่มใกล้ชิด
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย (TBA) กล่าวว่า ภาพรวมผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ภาคธนาคารยังคงบทบาทหลักในการสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าหลักการดำเนินงานพื้นฐานไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง แต่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงมาตรการให้มีความลึก และยาวมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และธนาคารจำเป็นต้องประเมินความชัดเจนของสภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลาอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ในส่วนของการเติมสภาพคล่องเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งค่าขนส่งที่แพงขึ้นและราคาวัตถุดิบ (Raw Material) ที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น มองว่าสถานการณ์ในปัจจุบันมีความซับซ้อน พบว่าผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มมีการปรับตัวด้วยการหยุดการผลิตชั่วคราว หรือปิดกิจการลงเนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนได้ รวมถึงมีการลดจำนวนรถขนส่งในระบบ (Fleet) เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
“สิ่งสำคัญคือเราต้องประเมินว่าสถานการณ์ความขัดแย้งหรือสงครามในระดับสากลจะลากยาวหรือจบลงโดยเร็ว เพราะระยะเวลาเหล่านี้จะสะท้อนถึงต้นทุนของผู้ผลิตและผู้ประกอบการโดยตรง หากเราไม่สามารถระบุระยะเวลาที่ชัดเจนได้ การวางแผนธุรกิจในระยะยาวจะทำได้ยากมาก และจะเป็นเพียงการแก้ปัญหาเพื่อประคองตัวไปวันต่อวันเท่านั้น”
สำหรับความสามารถในด้านการชำระหนี้ของลูกค้า ต้องยอมรับว่าธนาคารได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้และมาตรการผ่อนปรนมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวเลขจีดีพีบ่งชี้ถึงภาวะชะลอตัว อัตราการเติบโตของสินเชื่ออาจจะยากขึ้น อย่างไรก็ดี ธนาคารจึงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการกลุ่มเปราะบาง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระลอก คือ 1.กลุ่มที่เปราะบางอยู่เดิม ซึ่งได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากปัจจัยลบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น
และ 2.กลุ่มที่เคยแข็งแกร่ง แต่ได้รับแรงกระแทกจากราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่พุ่งสูงจนเริ่มเข้าสู่ภาวะเปราะบาง รวมถึงกลุ่มที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางธุรกิจใหม่ เนื่องจากโมเดลเดิมไม่สามารถสร้างกำไรได้ในภาวะปัจจุบัน
“แนวโน้มการปิดโรงงานที่จะรุนแรงขึ้นหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตที่ลามไปทั่วทุกอุตสาหกรรม โดยมองว่ายังมีปัจจัยบวกในช่วงปลายปี 2569 จากภาคการท่องเที่ยวและการจัดกิจกรรมระดับโลก เช่น การประชุม Gastech และการประชุมร่วมระหว่าง World Bank และ IMF ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ในระยะสั้นช่วงเทศกาลสงกรานต์จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลกไปบ้างตามการประเมินของ กกร.ที่คาดว่าจะกระทบนักท่องเที่ยว 1 ล้านคน“
นายผยงกล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าเรื่องธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ขณะนี้ทางกลุ่มธนาคารได้เตรียมความพร้อมและส่งข้อมูลประกอบการพิจารณาใบอนุญาต (License) ทั้งหมดให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งต้องรอการพิจารณาจาก ธปท.
“ความพร้อมในการเปิดดำเนินการไม่ได้ขึ้นอยู่กับทางธนาคารเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องรอการพิจารณาตรวจสอบจากแบงก์ชาติ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาพอสมควรและคาดการณ์ได้ยาก แต่เชื่อว่าจะมีความชัดเจนในอนาคตอันใกล้นี้ โดยธนาคารยังคงเดินหน้าเตรียมความพร้อมภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันอย่างดีที่สุด”
อ่านข่าวต้นฉบับ: สมาคมแบงก์ ชี้สงครามทำธุรกิจหยุดผลิต-ปิดโรงงานชั่วคราว จับตากลุ่มเปราะบางใกล้ชิด