คลาวด์ – เอไอ – ดาต้าเซ็นเตอร์ ของบิ๊กเทคสหรัฐ กำลังตกเป็นเป้าหมายทางทหาร ขณะที่โครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมยุโรป-เอเชีย กำลังเผชิญความเสี่ยง
รอยเตอร์ส รายงานล่าสุดจากตะวันออกกลางว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในบาห์เรนบอก Financial Time ว่า ธุรกิจคลาวด์ของ Amazon Web Service (AWS) ในบาห์เรน โดนโจมตีด้วยโดรนอิหร่าน ซึ่งเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คลาวด์ เอไอ หลังจากที่กองกำลัง IRGC ของอิหร่าน การประกาศขึ้นบัญชีบริษัทเทคโนโลยี 18 แห่ง เป็นภัยคุกคามทางทหาร
โดยให้เหตุผลว่า บิ๊กเทคฯ สหรัฐอย่าง AWS Google Meta ฯลฯ มีส่วนร่วมในการประมวลผลข้อมูลให้กองทัพสหรัฐฯ เพื่อเสริมปฏิบัติการลอบสังหารในอิหร่าน ดังนั้นทุกการลอบสังหหารโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของบิ๊กเทคเหล่านี้จะตกเป็นเป้าหมายในการโจมตี
และการโจมตีโครงสร้างคลาวด์ของ AWS ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สามหลังจากเกิดสงครามอิราเอลสหรัฐ อิหร่าน โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มี.ค. และล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยมีรายงานการหยุดชะงักของการทำงาน “คลาวด์ รีเจียน” ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่ที่กระจายทั่วโลก เพื่อสนับสนุนข้อมูลด้านการแพทย์ การเงิน และด้านธุรกิจอื่นๆ ให้บริษัททั่วโลก
การโจมตีครั้งที่สองมีการย้ายฐานข้อมูลของลูกค้าไปยังคลาวด์รีเจี้ยนอื่นๆ ปิดสำนักงาน ให้พนักงานทำงานที่ด้าน และเตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัย
จนล่าสุด 1 เม.ย. มีรายงานว่าโครงสร้าง AWS โดนโจมตีอีก จากเจ้าหน้าที่บาห์เรนที่บอกกับ Financial Time ซึ่ง รอยเตอร์ส อ้างถึง และยังไม่มีรายงานเพิ่มเติม รวมถึงการยืนยันจาก AWS ณ ขณะที่รายงาน
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เพราะเป็นสิ่งที่กระทบกับเศรษฐกิจ ระบบการเงิน การธนาคาร และการแพทย์ โดยเฉพาะบริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องใช้บริการคลาวด์ ระดับไฮเปอร์สเกล
แม้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะกระจายไปทั่วโลก แม้แต่ที่ประเทศไทยเองก็ดึงดูดกลุ่มบิ๊กเทคมาตั้งอย่างต่อเนื่อง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าภูมิภาคตะวันออกกลางมีความเหมาะสมในแง่ภูมิศาสตร์ที่เชื่อมโยงสามทวีป มีราคาพลังงานที่ถูก และมีเงินทุนรองรับ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เคเบิลใต้สมุทร” ซึ่งเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงข้อมูลให้กับคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้
อีกจุดหนึ่งที่เป็นจุดเสี่ยง ที่เรียกว่า “Choke Point” ใหม่ต่อจากช่องแคบฮอร์มุซ คือ บริเวณทะเลแดง ที่กลุ่มกบฎฮูตีประกาศเข้าร่วมสงครามข้างอิหร่าน โดยเปิดปฏิบัติการบริเวณทะแดงและช่องแคบ บาบ อัล-มันดับ
โดย โรเบิร์ต มูกาห์ ผู้ก่อตั้งสถาบัน Igarapé ได้แสดงความเห็นบนฟอร์รั่มของ WEF ระบุว่าจุดนี้ เป็นอีกหนึ่ง Choke Point ที่เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของทรัพยากรโลกใหม่ คือ “ดาต้า” ต่างจากฮอร์มุซที่เป็น Choke Point สำหรับทรัพยากรดั้งเดิมคือน้ำมัน
หลายคนคิดว่า อินเทอร์เน็ต หรือ WWW กระจายอํานาจเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้ แต่ความจริงแล้ว โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของมันเรียบง่าย คือ สายเคเบิลที่เชื่อมโยงทวีปสู่ทวีป
อียิปต์ เป็นหนึ่งในจุดผ่านที่สําคัญสําหรับสายเคเบิลที่เชื่อมโยงยุโรปและเอเชีย รายงานระบุว่ามากกว่า 90% ของความจุสายเคเบิลใต้ทะเลยุโรป-เอเชีย วิ่งผ่านทางเดินสายเคเบิลทะเลแดง ทําให้เป็นจุดเชื่อมต่อที่ส่งผลถึงระบบพื้นฐานการเงินระหว่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ และการดําเนินงานของรัฐบาล
อ่านข่าวต้นฉบับ: Choke Points ใหม่ AWS คลาวด์โดนโจมตีอีก? โครงข่ายเน็ตยุโรปเสี่ยง
