สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยออกโรงชี้แจง หลังมีการนำเสนอข่าวเชื่อมโยง “เรือประมงไทย” กับขบวนการค้าน้ำมันนอกระบบกลางทะเล ยืนยันเป็นการดัดแปลงข้อมูลและสรุปข้อเท็จจริงโดยไร้หลักฐานชัดเจน พร้อมย้ำ “น้ำมันเขียว” เป็นโครงการช่วยเหลือชาวประมงที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีรัฐกำกับทุกขั้นตอน เตือนการเหมารวมซ้ำเติมวิกฤตชาวประมงที่กำลังเผชิญต้นทุนน้ำมันพุ่งและราคาสัตว์น้ำตกต่ำ
รายงานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ระบุ ได้ทำหนังสือชี้แจง เรื่องการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง กรณีการค้าน้ำมันนอกระบบและผลกระทบต่อภาพลักษณ์ชาวประมงไทย ของรายการหนึ่ง เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ แฉเบื้องลึก ขุมทรัพย์น้ำมันเขียวลักลอบขาย “กัมพูชา” ” นั้น มีการนำเสนอข้อมูล และวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกรณีการตรวจพบการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันนอกระบบกลางทะเล
โดยมีการ ระบุหรือเชื่อมโยงว่า “เรือประมงไทย” ออกเรือไปแต่ไม่ทำประมงไปขนน้ำมันแทน มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การค้าน้ำมันผิดกฎหมาย รวมถึงการลักลอบบรรทุกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น ซึ่งการนำเสนอ ดังกล่าวเป็นการดัดแปลงข้อมูลและด่วนสรุปโดยขาดหลักฐานที่ชัดเจน และทำให้อาชีพประมงไทยเสียหาย สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กรตัวแทนผู้ประกอบการประมง ทั่วประเทศ22 จังหวัดชายทะเล ขอชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงจุดยืนเพื่อปกป้องเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของพี่น้อง ชาวประมงทั้งประเทศ ดังนี้
1) การด่วนสรุปโดยขาดหลักฐาน: ข้อมูลที่สื่อมวลชนนำเสนอเป็นการนำข้อมูลที่ไม่ชัดเจน โดยยังไม่มีการพิสูจน์ทราบจากหน่วยงานทางกฎหมายที่ชัดเจนว่า เรือที่ปรากฏในข่าว เป็นเรือประมงพาณิชย์ของไทยจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงเรือที่ดัดแปลงรูปลักษณ์ให้ คล้ายเรือประมงเพื่อใช้ในการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ การเหมารวมเช่นนี้ถือเป็นการ ซ้ำเติมผู้ประกอบอาชีพเรือประมงโดยสุจริตอย่างไม่เป็นธรรม
2) ความเข้าใจผิดเรื่อง “น้ำมันเขียว”: มีการนำประเด็น “น้ำมันเขียว” ไปเชื่อมโยงกับการ กระทำผิดอื่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นั้น สมาคมฯ ขอแจ้งว่า 2.1)แถลงการณ์สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เรื่อง: การนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง กรณีการค้าน้ำมันนอกระบบและผลกระทบต่อภาพลักษณ์ชาวประมงไทย ของ “รายเอ็กคลูซีฟ ทล๊อก (Exclusive Talk) ทางช่อง PPTV HD36 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569”
2.1) น้ำมันเขียว เป็นโครงการช่วยเหลือชาวประมงที่ถูกต้องตามกฎหมาย 2.2) น้ำมันเขียว มีระบบการควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากภาครัฐ ทุกขั้นตอน โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการฯ ซึ่งมีกรมสรรพสามิต เป็น ประธานฯ และมีองค์ประกอบของคณะที่มาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง 2.3) โครงการนี้จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 (แต่ในรายการกลับเอ่ยถึงว่าน้ำมัน เขียวดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2555) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ขาดความรู้ ความเข้าใจ ขาดข้อมูลรอบด้านของโครงการฯ หรือไม่? 2.4) วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งโครงการนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อต้องการให้รัฐบาลไม่ต้อง สูญเสียงบประมาณในการปราบปรามน้ำมันเถื่อน (ข้อมูลและศึกษาเพิ่มเติมได้ จากคณะกรรมการกำกับฯ กรมสรรพสามิต)
2.5) การนำเรือประมงของไทยไปผูกโยงกับขบวนการน้ำมันเถื่อนจึงเป็นการสร้าง ความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงต่อโครงการของรัฐและภาพลักษณ์ของชาวประมง ไทย และยิ่งทำร้ายเกษตกรประมงไทยที่เผชิญอยู่กับวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นต้นทุนร้อยละ 60-70 ในการออกเรือไปทำการประมงในแต่ละเที่ยว
3) ผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการประกอบอาชีพของการประมงไทย: การเผยแพร่ ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของ อุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย เกษตรกรประมงไทยในสายตาประชาชนและสังคมโลก ทั้งที่ปัจจุบันพี่น้องชาวประมงทั้งพาณิชย์และพื้นบ้านต่างแบกรับภาระต้นทุนและ กฎระเบียบที่ตึงตัวอยู่แล้ว
4) วอนสังคมเห็นใจและตรวจสอบข้อมูล: สมาคมฯ ขอวิงวอนให้สื่อมวลชนและบุคคล ต่างๆ นำเสนอข้อมูลบนพื้นฐานของความจริงและรอความชัดเจนจากการตรวจสอบของ ภาครัฐก่อนจะวิพากวิจารณ์ ในเวลานี้ พี่น้องชาวประมงไทยทั้งพาณิชย์และพื้นบ้าน กำลังเผชิญกับวิกฤตและความยากลำบากทางเศรษฐกิจไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ หนำซ้ำในขณะที่น้ำมันเขียวปรับตัวสูงขึ้นในระยะเวลา 1 เดือน (22 กพ.69-22 มี.ค.69) ถึงร้อยละ 120 แต่ราคาสินค้าสัตว์น้ำที่ชาวประมงขายได้ไม่ได้ปรับตัวตามต้นทุนที่สูงขึ้น แต่อย่างใด แถลงการณ์สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เรื่อง: การนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง กรณีการค้าน้ำมันนอกระบบและผลกระทบต่อภาพลักษณ์ชาวประมงไทย ของรายการดังกล่าว
แต่อย่างใด ยังมีการนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศทะลักเข้ามาทุ่มตลาดในประเทศ ขาดการควบคุมอย่างเข้มงวด จึงมีผลทำให้ราคาสัตว์น้ำของชาวประมงตกต่ำ เหล่านี้คือ สภาวะที่ชาวประมงไทยเผชิญอยู่จนถึงขั้นต้องจอดเรือหยุดทำการประมง อย่างไรก็ตาม ขอเรียนว่า พวกเราคือต้นน้ำของผู้ผลิตอาหารทะเลเพื่อหล่อเลี้ยงคนในชาติ ให้คนไทยได้ บริโภคโปรตีนราคาถูกและยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายมาโดยตลอด
สุดท้ายนี้ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย องค์กรสมาชิกทั้ง 22 จังหวัดชายทะเลขอยืนยันว่า เราไม่ สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ แต่ขอเรียกร้องความยุติธรรมให้กับพี่น้องชาวประมงฯ มายังรายการดังกล่าว และสำนักข่าวอื่นที่ได้และจะนำเสนอข่าวฯ ขอให้สอบถามผู้เกี่ยวข้องที่แท้จริง โดยตรงก่อน เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของชาวประมงไทยที่เป็นเกษตรกรสาขาอาชีพหนึ่ง ที่ตั้งใจทำมาหากินอย่างสุจริต การสื่อสารที่ทำให้อาชีพๆ หนึ่งที่ประกอบอาชีพโดยสุจริตต้องเสียหาย ไปแล้ว ผู้นำเสนอจะเป็นผู้รับผิดชอบต่ออาชีพของพวกเราอย่างไร? ผู้ประกอบการเรือประมง ชาวประมงมีเรือเพื่อออกไปทำการประมงฯ มิได้มีเรือประมงเพื่อไปกระทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ พวกเราชาวประมงไทยทั้งพาณิชย์และพื้นบ้าน 22 จังหวัดชายทะเล ขอส่งกำลังใจมายังพี่น้องประชาชน คนไทย เกษตรกรทุกสาขาอาชีพ ให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย
อ่านข่าวต้นฉบับ: สมาคมประมงโต้ “น้ำมันเถื่อน” ซัดโยงเรือไทยทำลายภาพลักษณ์อุตสาหกรรม
