Ryanair เตือน ยุโรปเสี่ยงขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด 25% หากสถานการณ์ยืดเยื้อถึงสิ้นเดือนเมษายนจับตาราคาตั๋วพุ่ง 4 สนามบินในอิตาลีเริ่มจำกัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไฟลต์ระยะสั้น
Euro Weekly News รายงานเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2026 สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อภาคการบินในยุโรป โดยระบุว่าสนามบินหลัก 4 แห่งในอิตาลี ได้แก่ โบโลญญา, มิลาน ลิเนต (Milan Linate), เตรวีโซ (Treviso) และเวนิส เริ่มมาตรการจำกัดการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ข้อจำกัดดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากความพร้อมในการจัดส่งน้ำมันจากซัพพลายเออร์หลักรายหนึ่งลดลง ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาห่วงโซ่อุปทานในวงกว้างอันเนื่องมาจากความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในอิหร่าน โดยประกาศแจ้งเตือนจะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงประมาณวันที่ 9 เมษายนนี้
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะให้สิทธิ์การเติมน้ำมันแก่เที่ยวบินฉุกเฉินทางการแพทย์, เที่ยวบินของรัฐบาลที่มีระยะการบินเกิน 3 ชั่วโมง และเส้นทางระยะไกลบางเส้นทางก่อนเป็นอันดับแรก ในขณะที่เที่ยวบินระยะสั้นภายในประเทศหรือเที่ยวบินระดับภูมิภาคอาจต้องเผชิญกับการจำกัดปริมาณน้ำมัน เช่น การจำกัดการเติมสูงสุดไม่เกิน 2,000 ลิตรในบางกรณี
ผู้บริหารจัดการสนามบินในเวนิสและเตรวีโซ กล่าวว่า ปัญหานี้ยังไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรงในทันที เนื่องจากในสนามบินเหล่านี้มีซัพพลายเออร์หลายรายที่ยังคงดำเนินงานอยู่ ทำให้สายการบินส่วนใหญ่ยังคงให้บริการได้ตามปกติโดยไม่มีปัญหาในวงกว้าง และยังไม่มีการจำกัดน้ำมันสำหรับเที่ยวบินข้ามทวีปหรือเที่ยวบินในเขตเชงเก้นในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ที่คึกคักนี้
ไมเคิล โอเลียรี (Michael O’Leary) ประธานบริหารสายการบิน Ryanair ออกมาเตือนว่า หากความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังยืดเยื้อ สถานการณ์อาจเลวร้ายลง เขาอธิบายว่าหากความขัดแย้งยุติลงอย่างรวดเร็วและมีการเปิดเส้นทางเดินน้ำมันสำคัญนี้อีกครั้งภายในช่วงกลางหรือปลายเดือนเมษายน จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาใหญ่ได้
แต่ช่องแคบถูกปิดเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงของสายการบินในยุโรป 10% ถึง 25% ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ซึ่งอาจทำให้สายการบินจำเป็นต้องปรับลดตารางบินหรือยกเลิกเที่ยวบินในสนามบินที่มีข้อจำกัดเพื่อจัดการทรัพยากร อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าคำเตือนของโอเลียรีอาจเป็นการสร้างแรงกดดันให้สาธารณชนเร่งจองตั๋วเครื่องบินให้เร็วขึ้น
สายการบินในยุโรปหลายแห่งยังมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงผ่านการทำสัญญาซื้อน้ำมันล่วงหน้า (Fuel Hedging) โดยมีการครอบคลุมความต้องการน้ำมันในปี 2026 ไว้แล้วประมาณ 80% ในราคาช่วงก่อนเกิดวิกฤต ซึ่ง Ryanair อยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งที่สุด ขณะที่กลุ่ม IAG มีการทำประกันราคาไว้ประมาณ 60% ถึง 70%
มาตรการเหล่านี้ช่วยป้องกันราคาตั๋วที่อาจพุ่งสูงขึ้นทันที แต่ประเด็นความกังวลหลักในระยะยาวคือ ปริมาณน้ำมันที่มีให้เติม หลังจากที่สต็อกน้ำมันเดิมและการจัดส่งงวดสุดท้ายก่อนเกิดวิกฤตจะหมดลงในช่วงกลางเดือนเมษายน
ขณะที่ภูมิภาคเอเชียเริ่มมีการปันส่วนน้ำมันและยกเลิกเที่ยวบินจนปรากฏภาพคิวยาวที่สถานีบริการน้ำมัน แต่ยุโรปยังคงได้เปรียบจากการมีแหล่งจัดซื้อที่หลากหลายกว่า รวมถึงมีการประสานงานระดับสหภาพยุโรป (EU) และมีคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ที่ช่วยชะลอการขาดแคลนเฉียบพลัน อย่างไรก็ตาม ประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียนและสหราชอาณาจักร ซึ่งพึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียมากกว่าประเทศทางตอนเหนือ อาจมีความเสี่ยงสูงกว่า
สำหรับผู้ที่วางแผนท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) มีความกังวลในระดับปานกลาง หากเหตุการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลายหลังเดือนเมษายน คาดว่า:
แม้ว่าเจ้าหน้าที่ EU จะยืนยันว่าการปันส่วนน้ำมันเต็มรูปแบบยังไม่อยู่ในวาระเร่งด่วน แต่ได้เตรียมแผนสำรอง เช่น การเปลี่ยนเส้นทางบิน หรือการจัดหาน้ำมันจากแหล่งแอตแลนติกและแอฟริกาตะวันตกมาทดแทน
อ่านข่าวต้นฉบับ: 4 สนามบินอิตาลี จำกัดใช้น้ำมัน จับตาราคาตั๋วพุ่ง-ยกเลิกไฟลต์