ความร้อนแรงของ “ไลฟ์คอมเมิร์ซ” (Live Commerce) ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้แค่เปลี่ยนวิถีการซื้อสินค้าของผู้บริโภค หรือการทำตลาดของแบรนด์อย่างเดียว แต่ยังสร้างงานอาชีพและแจ้งเกิด “นักไลฟ์มือทอง” จำนวนไม่น้อย
หนึ่งในครีเอเตอร์ตัวท็อปที่มีผลงานโดดเด่น และได้รับรางวัลสุดยอดครีเอเตอร์ติดตะกร้าแห่งปีจากงาน TikTok Shop Awards 2026 ไปหมาด ๆ คือ “ชามน-พิชามญชุ์ โลหะ” (@tiffanyfanie_busy) นักไลฟ์สายบิวตี้ที่มีผู้ติดตามบน TikTok กว่า 3.8 แสนคน
ท่ามกลางนักไลฟ์มากหน้าหลายตา และคู่แข่งสายบิวตี้ที่มีอยู่มากมาย เธอสร้างตัวตนให้แตกต่างจากคนอื่นจนกลายเป็นที่รู้จักในฐานะ “เจ้าแม่ K-Beauty” แบรนด์ความงามเกาหลี และมีสโลแกนประจำตัวที่ติดหูเหล่านักช็อปว่า “ไม่ถูกกว่าเกาหลี ไม่ขาย”
“ชามน” เล่าเส้นทางอาชีพกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเป็นครีเอเตอร์เริ่มมาจากทำแบรนด์แป้งพัฟของตนเองชื่อ “ซีนี่” (Xini) และขายบน TikTok Shop ในปี 2023 ปัจจุบันก็ยังทำตลาดอยู่ เพราะมีฐานลูกค้าประจำที่ชื่นชอบความติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ กลับมาซื้อซ้ำต่อเนื่อง พอทำแบรนด์ไปสักระยะ TikTok คงเห็นแววว่าเป็นครีเอเตอร์ได้ จึงผลักดันให้ลองรับงานรีวิวและขายสินค้าให้แบรนด์อื่น ๆ
ในช่วงที่ลองไลฟ์แรก ๆ ยังขายไม่ดีเท่าไร เพราะไม่สามารถแจกคูปอง หรือทำโปรโมชั่นดึงความสนใจคนดูเหมือนที่ทำกับแบรนด์ของตนเองได้ ในช่วงกลางปี 2024 จึงตัดสินใจทุบหม้อข้าวควักเงินส่วนตัวบินไปไลฟ์ขายสินค้าที่ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อสร้างโปรไฟล์และการจดจำว่าเป็น “ที่สุด” เรื่องแบรนด์เกาหลี ไลฟ์ครั้งนั้นสร้างยอดขายกว่า 5 ล้านบาท มากกว่าที่คิดไว้หลายเท่า กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สร้างชื่อเสียงและแบรนด์เริ่มอยากร่วมงานด้วย
“ช่วงนั้นคนหันมาเป็นครีเอเตอร์กันเยอะ แต่สายบิวตี้ที่เจาะเฉพาะ K-Beauty บน TikTok ยังมีไม่มากนัก คิดว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้คนจดจำเราถ้าเป็นแบรนด์เกาหลี ต้องนึกถึงชามนเท่านั้น”
เธอบอกว่าสไตล์การไลฟ์ของตนเองคือ “อย่าตามคนดู แต่ทำให้คนดูตามเรา” ครีเอเตอร์ต้องเป็นคนคุมเกมการไลฟ์ ขายในสิ่งที่ต้องการขาย ไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการซื้อ และต้องจัดลำดับ “สินค้า” อย่างมีแบบแผน เพื่อตรึงคนดูกับไลฟ์ให้นานที่สุด
เริ่มจาก 1.สินค้าดึงคนดู ต้องเป็นสินค้าที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ทุกคนต้องใช้ เช่น โฟมล้างหน้า เพื่อให้คนหยุดดูและกดสั่งซื้อทันที จะช่วยให้อัลกอริทึ่มของ TikTok ดันไลฟ์ขึ้นฟีดผู้ใช้คนอื่น ๆ
ตามมาด้วย 2.Hero Product สินค้ากระแสหรือแบรนด์ดัง ที่นอกจากจะการันตีว่ามียอดขายแน่ ๆ ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือว่าสามารถดีลโปรโมชั่นพิเศษจากแบรนด์ใหญ่ได้ และ 3.สินค้าทำกำไร หรือสินค้าราคาสูง (หลักพันบาทขึ้นไป) ที่หวังทำยอดขายโดยเฉพาะ
“เราไม่ใช่ครีเอเตอร์ที่มีชื่อเสียงตั้งแต่แรก จึงต้องสู้ด้วยการวางระบบที่ดี ทำให้คนหยุดดูและซื้อกับเรา มียอดให้แบรนด์เห็นว่าขายได้ไม่แพ้คนที่มีผู้ติดตามเยอะกว่า เวลาที่แบรนด์อยากทำโปรโมชั่นเด็ด ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายจะได้นึกถึงเราเสมอ”
ขณะที่แนวทางการไลฟ์จะเน้นความ “เอ็กซ์คลูซีฟ” เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการไลฟ์แต่ละครั้งเป็นเรื่องพิเศษ และต้องตั้งตารอที่จะซื้อสินค้าราคาถูกกว่าที่อื่น โดยจะไลฟ์ประมาณ 10 ครั้งต่อเดือน เฉลี่ยครั้งละ 5-6 ชั่วโมง ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าต้องเป็นช่วงไหน แต่จะคอยอัพเดตตารางไลฟ์กับสมาชิกใน OpenChat อยู่แล้วอาจมีช่วงที่ต้องไลฟ์ในแคมเปญพิเศษ เช่น PAYDAY ด้วย เพราะแพลตฟอร์มมีการอัดฉีดโค้ดค่อนข้างมาก
“90% ของคนที่ซื้อของกับชามนเป็นผู้หญิง กลุ่มที่มีจำนวนมากสุด คืออายุ 25-34 ปี ตามมาด้วย 35-44 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง สามารถขายสินค้าท็อป ๆ ทำยอดให้แบรนด์ได้”
เมื่อถามถึงบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาด และสิ่งที่อยากฝากถึงนักไลฟ์มือใหม่ “ชามน” บอกว่าหลายคนพลาดเรื่องการเปิดไลฟ์การเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว หรือบอกโปรโมชั่นทันที เช่น “สวัสดีค่ะ วันนี้สินค้าตัวนี้โปรโมชั่นดีมาก กดได้เลยนะคะ” เป็นสิ่งที่คนนับร้อยนับพันทำเหมือนกัน ไม่มีเหตุผลที่คนดูจะหยุดดู
การไลฟ์ที่ดีควรมี “ฮุก” (Hook) ที่ขยี้ Pain Point ของลูกค้า หรือถามคำถามปลายเปิด เพื่อให้คนที่ผ่านมาเห็นไลฟ์รู้สึกว่านี่คือเรื่องของตนเองและต้องหยุดดู ก่อนจะแนะนำสินค้าว่าคืออะไร ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไรบ้าง พร้อมปิดการขายด้วยการสร้างโมเมนต์ให้คนรู้สึกว่าต้องกดสั่งซื้อ “เดี๋ยวนี้” เท่านั้น เพราะลูกค้าจะคิดว่ากลับมาซื้อทีหลังได้
“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในไลฟ์ผ่านการคิดมาหมดแล้ว กว่าจะเข้าใจอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์มพฤติกรรมคนดู และจัดลำดับสินค้าได้ว่าชิ้นไหนควรขายก่อนหรือหลัง ชามนฝึกไลฟ์ทุกวันเช้าเย็นมา 1 ปีเต็ม สะสมชั่วโมงบินมาเรื่อย ๆ และปรับจนเจอแนวทางที่ใช่สำหรับตนเอง”
อ่านข่าวต้นฉบับ: เลือกสินค้าที่ใช่-สร้างตัวตนไม่ซ้ำใคร สูตรปั้นไลฟ์หลักล้าน ‘ชามน’ เจ้าแม่ K-Beauty