วีระยุทธ ผิดหวัง ‘เอกนิติ’ แจงวิกฤตน้ำมัน ห่วง ‘ศุภจี’ ได้ข้อมูลจากข้าราชการไม่ตรงหน้างาน แนะรัฐโอนงบฯ ขอให้ทำออก พ.ร.บ.ผ่านสภา ชี้ถ้าออก พ.ร.ก.เงินกู้ต้องระบุชัดใช้อะไรบ้าง
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีหากรัฐบาลออก พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน อาจขัดรัฐธรรมนูญ ทางพรรคประชาชนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ว่า วันนี้อยากมาสรุปให้ฟัง เมื่อวานมีการชี้แจงหลักจากฝ่ายรัฐบาลคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง โดยเฉพาะเรื่อง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ กับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เรื่องสินค้าเกษตรและพาณิชย์
โดยเรื่องโอนงบฯ ยืนยันว่าหากรัฐบาลจะทำ ควรทำให้เป็นกระบวนการโปร่งใส ผ่าน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ซึ่งเคยทำมาแล้วและสามารถทำผ่านสภาได้ โดยเมื่อปี 2563 ใช้เวลา 1 สัปดาห์ในสภาเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ล่าช้าแต่อย่างไร ดังนั้นเพื่อความโปร่งใส สะท้อนให้ประชาชนเห็นว่ามีการโอนงบฯไปใช้อะไร ก็ควรให้ผ่านสภา
แต่ถ้ารัฐบาลจะออกเพราะ พ.ร.ก.เงินกู้ ก็ต้องชัดเจน เพราะการโอนงบฯทำได้เต็มที่ประมาณ 5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ไม่รู้จะส่งผลต่อการเบิกจ่ายล่าช้าในปีงบประทาณที่เป็นอยู่หรือไม่ เพราะข้าราชการจำนวนมากลังเลว่าต้องใช้เงินหรือโอนกลับไปให้รัฐบาล ก็ขอความชัดเจนจากนายเอกนิติว่าจะทำอย่างไร ถ้าจะใช้ พ.ร.ก.เงินกู้แล้ว เรื่อง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ก็ไม่มีความจำเป็น
ส่วนที่รัฐบาลชี้แจงมา พรรคประชาชนเห็นอย่างไรพอจะมีมาตรการรองรับวิกฤตน้ำมันได้บ้างหรือไม่ นายวีระยุทธบอกว่า น่าผิดหวังต่อการชี้แจงของนายเอกนิติ สิ่งที่พูดมายังเหมือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว ไม่เห็นความเคลื่อนไหวว่ามาตรการเยียวยากลุ่มต่าง ๆ ยังไม่มีการกระทำจริงจัง อาจต้องรอถึงวันเสาร์หรือพรุ่งนี้อีกครั้งหรือไม่ แต่ต้องบอกว่าความเดือดร้อนของประชาชนเป็นรายวัน โดยเฉพาะชาวประมงออกเรือไม่ได้ ซึ่งก็ส่งผลต่ออาหารทะเลที่เริ่มขาดตลาดแล้ว ถ้าทำได้ก็อยากให้เริ่มทำเลย ซึ่งเราเรียกร้องมาหลายสัปดาห์
ส่วนที่รัฐบาลบอกจะช่วยกลุ่มเปราะบางก่อน พรรคประชาชนมองอย่างไร นายวีระยุทธกล่าวว่า เห็นด้วยการช่วยเหลือประชาชนทุกคนแบบภาพรวม และการช่วยเหลือเฉพาะเจาะจง แต่เรายังไม่เห็นเลยว่ารัฐบาลจะดำเนินการกับกลุ่มไหนที่เรียกว่าเปราะบาง เพราะตอนนี้เชื่อว่าคนไทยทุกคนเจอความไม่แน่นอนแบบนี้ ทุกกลุ่มก็เปราะบางไปหมด ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องชัดเจนว่าจะช่วยเหลือกลุ่มไหน คือใคร และเท่าไหร่
ส่วนถ้ารัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน จริง ๆ พรรคประชาชนมีกลไกจะยื่นฟ้องต่อศาลหรือไม่ นายวีระยุทธกล่าวว่า เรื่องการโอนงบฯถ้าจะทำ ขอให้เป็น พ.ร.บ. แล้วชี้แจงผ่านสภา เพื่อความโปร่งใสและชัดเจนกับประชาชน ส่วนการกู้เงิน เป็นอำนาจของรัฐ คล้ายกับตอนโควิดที่สามารถทำได้ แต่เราคงสอบถามให้ชัดเจนว่าใช้เพื่ออะไร เพราะตอนโควิด เราออกจากวิกฤตโควิดแบบสะบักสะบอม เป็นหนี้มากขึ้น ทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ แต่กลับไม่เกิดผลที่ปรับตัวเพื่อให้ออกจากวิกฤติโควิดแบบแข็งแรงขึ้น
ดังนั้นรอบนี้ถ้ามีการกู้เงินครั้งใหญ่อีก ราว 5 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าสูง ก็ต้องขอชี้แจงและดูว่าเอาไปใช้ทำอะไร เราไม่อยากให้ใช้เงินเพื่อรักษาอดีต แต่เพื่ออนาคต ถ้าจะพัฒนาทักษะก็ต้องทำจริงจัง ถ้าจะพยุงการจ้างงาน ซึ่งตอนนี้เริ่มตกงานไปแล้ว ก็ต้องเริ่มทำ
นายวีระยุทธยังกล่าวถึงการชี้แจงของนางศุภจีที่มีหลายเรื่อง แต่ที่น่ากังวลคือเรื่องของข้อมูล เช่น มะพร้าว ที่ยืนยันราคาว่าขึ้นไป 7 บาทแล้ว แต่เมื่อวานเราเช็กไปที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าตัวเลขยังอยู่แค่ 3 บาทเท่านั้น ดังนั้นต้องเรียนนางศุภจีว่า เราอาจฟังจากข้าราชการอย่างเดียวไม่พอ ต้องฟังคนหน้างาน ดูข้อมูลที่แท้จริงว่าราคาเท่าไหร่ จะได้บริหารจัดการถูกต้องยิ่งขึ้น
ส่วนเรื่องของล้ง ขอตามต่อว่าตกลงจะใช้กระบวนการอย่างไรมาช่วยเหลือประชาชนผู้ค้ามะพร้าว เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นล้งกลาง ล้งชุมชน หรือระบบกระบวนอย่างไร แต่อยากให้นางศุภจีติดตามปัญหาหน้างาน เพราะตัวเลขที่ข้าราชการรายงานอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง กับที่ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า เจอหน้างาน และอีกเรื่องคือปุ๋ย
ซึ่งเราได้รับข้อเรียกร้องจำนวนมาก ว่าปุ๋ยเริ่มขาดตลาดแล้ว ก็ขอให้รัฐบาลช่วยตามต่อว่าจากไอ้โม่งน้ำมัน จะไปสู่ไอ้โม่งปุ๋ยหรือไม่ เพราะราคาปุ๋ยไม่เป็นที่เปิดเผย ว่าตรึงราคาเท่าไหน อย่างไร และตอนนี้จากปัญหาหน้างานก็มีเสียงจำนวนมากว่าปุ๋ยเริ่มขาดตลาดจริง โดยเฉพาะสูตรที่จำเป็นต้องใช้
เมื่อถามถึงการตอบคำถามของนางศุภจีเกี่ยวกับฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้บอกให้ไปเชียงใหม่ 365 วัน สะท้อนว่าเป็นความเห็นของผู้บริหารที่ถูกต้องหรือไม่ นายวีระยุทธกล่าวว่า เรื่องนี้อาจมองจากมุมท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเรื่องฝุ่นที่เราเรียกร้องมาตลอดคือผู้ที่อาศัยจริง โดยเฉพาะภาคเหนือ จึงไม่อยากให้มองแค่มุมการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ให้มองมุมของประชาชนใช้ชีวิตทุกวัน
เมื่อถามว่า ถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรีควรออกมาชี้แจงได้แล้วหรือไม่ นายวีระยุทธกล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ เดินตามหลังประชาชนมากเกินไป ในภาวะวิกฤตแบบนี้เราคาดหวังว่ารัฐบาลจะเดินนำหน้า ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เตรียมพร้อมอย่างไร เดินนำหน้าภาคประชาชน 1 ก้าว เดินนำหน้าภาคธุรกิจ 1-2 ก้าว ที่ผ่านมามีหลายเรื่องทำถูก อย่างเช่น นายกฯ บอกวิกฤตครั้งนี้รุนแรงต้องช่วยกันปรับตัว แต่ก็ช้าไปถึง 5 สัปดาห์ หรือเรื่องไอ้โม่งน้ำมัน ก็ช้าไปประมาณ 4 สัปดาห์
จึงอยากให้นายกฯ เป็นคนประกาศนำหน้าว่ามองวิกฤตครั้งนี้อย่างไร และเตรียมพร้อมใน 2 เดือนหน้าอย่างไร อย่างมาตรการช่วงสงกรานต์ ก็เข้าใจว่าพึ่งได้เร่งรัดออกมา 1-2 วันนี้เอง
เมื่อถามว่า หลังสงกรานต์รัฐบาลมีแนวโน้มออกมาตรการล็อกดาวน์ เปิด-ปิดปั๊ม หรือมาตรการอื่นที่อาจกระทบชีวิตประจำวันของประชาชน นายวีระยุทธกล่าวว่า เรื่องน้ำมันต้องแยกให้ขาดว่าเป็นปัญหาการกักตุนหรืออย่างไร อย่างวันก่อนที่นายกฯ บอกว่าน้ำมันใช้ปริมาณลดลงเหลือ 40 กว่าล้านลิตร ข้อแรกต้องสงสัยก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบ มีการเอาน้ำมันที่กักตุนมาใช้หรือไม่ อยากให้ตรวจสอบข้อมูลตรงนี้ก่อน ไม่อย่างนั้นจะทำให้การวางแผนนโยบายจากนี้มีปัญหา
ข้อมูลไอ้โม่งไม่ได้จบที่ 57 ล้านลิตรแน่นอน และเรื่องรถหมื่นกว่าคันที่หายไป ไม่ติด GPS ให้ชัดเจน ซึ่ง GPS ต้องติดทั้งเรือทั้งรถ ตรวจสอบแบบเรียวไทม์ได้แล้ว จริง ๆ ควรทำ เรื่องนี้ก็ช้าไปประมาณ 6 สัปดาห์ ซึ่งจะทำให้การวางแผนข้อมูลน้ำมันช่วงหลังสงกรานต์เป็นไปได้อย่างตรงกับความเป็นจริง
ส่วนที่พรรคประชาชนจัดวางตัวบุคคลเพื่อติดตามการทำงานรายกระทรวงของรัฐบาล คล้าย ครม.เงา นายวีระยุทธกล่าวว่า เรามีการติดตามในเชิงประเด็นต่อแน่นอน ซึ่งตอนนี้เป็นภาวะวิกฤต ดังนั้นเมื่อรัฐบาลมีวอร์รูม เราก็มีวอร์รูมที่ติดตามแต่ละประเด็นเช่นกัน
ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.ไปยื่นคำร้องเกี่ยวกับ 44 สส. ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ทางพรรคมีการกำหนดวันประชุมใหญ่เมื่อไหร่ นายวีระยุทธกล่าวว่า การประชุมใหญ่ของพรรคเป็นวาระตามปกติ จัดในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งปีนี้จัดปลายเดือน ส่วนการปรับโครงสร้างพรรค ขอรอประเมินท่าทีอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถานการณ์
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะได้เป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไปนั้น นายวีระยุทธบอกว่า ขอให้ว่ากันอีกที
อ่านข่าวต้นฉบับ: ปชน.ผิดหวังทีมเศรษฐกิจ แนะรัฐโอนงบฯขอให้ทำผ่านสภา-ใช้ พ.ร.ก.เงินกู้ ต้องแจงชัด