‘ทรัมป์’ สั่งกองทัพเรือปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะปฏิบัติการบล็อกการเข้า-ออกของเรือในไม่ช้าหลังจากไม่สามารถตกลงกับอิหร่านในประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ได้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่าสหรัฐจะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านในกรุงอิสลามาบัดล้มเหลว เนื่องจากไม่สามารถเห็นพ้องในประเด็นอาวุธนิวเคลียร์
“นับจากนี้เป็นต้นไป กองทัพเรือสหรัฐซึ่งเป็นกองทัพเรือที่ดีที่สุดในโลก จะเริ่มกระบวนการปิดล้อมเรือทุกลำที่พยายามเข้าหรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ” ทรัมป์กล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย
ทรัมป์กล่าวว่า การที่อิหร่านอาจวางทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือสำคัญ ซึ่งปกติแล้วเป็นแหล่งขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณหนึ่งในห้าของโลก และการที่อิหร่านเรียกร้องค่าธรรมเนียมเพื่อแลกกับการผ่านเส้นทางอย่างปลอดภัยนั้น เป็น “การขู่กรรโชกทั่วโลก และผู้นำประเทศต่างๆ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา จะไม่ยอมถูกขู่กรรโชกเด็ดขาด”
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังขยายขอบเขตการข่มขู่ไปยังน่านน้ำสากล โดยกล่าวว่ากองทัพเรือสหรัฐจะสกัดกั้นเรือลำใดก็ตามที่จ่ายค่าธรรมเนียมให้อิหร่าน และ “ใครก็ตามที่จ่ายค่าธรรมเนียมอย่างผิดกฎหมายจะไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านเส้นทางในทะเลหลวงได้อย่างปลอดภัย”
ทรัมป์ ซึ่งได้ฟังรายงานผลการเจรจาโดยละเอียดย้ำอีกว่า แม้คณะผู้แทนอิหร่านจะเป็นมิตรและน่าเคารพ และการประชุมเป็นไปด้วยดี สองฝ่ายเห็นพ้องในหลายประเด็นแต่กลับไม่ยอมในประเด็นสำคัญอย่างยิ่งยวดนั่นคือการมีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งสหรัฐยอมไม่ได้เด็ดขาด
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐและคณะทูตสตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ เดินทางออกจากปากีสถานหลังจากการเจรจา 21 ชั่วโมงกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน โดยมีปากีสถานเป็นผู้ไกล่เกลี่ย เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมา 6 สัปดาห์ การเจรจาที่ล้มเหลวทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่บรรลุได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วอยู่ในภาวะไม่แน่นอน และโพสต์ของทรัมป์บ่งชี้ถึงอันตรายที่มากขึ้นสำหรับข้อตกลงนี้
สื่อกึ่งทางการของอิหร่านอ้างว่าข้อเรียกร้องของสหรัฐนั้น “มากเกินไป” ในขณะที่กระทรวงต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่าเป็นเรื่องปกติที่ความแตกต่างจะไม่สามารถแก้ไขได้ในการเจรจารอบเดียว ทำให้ยังมีโอกาสสำหรับการเจรจาเพิ่มเติม
อ่านข่าวต้นฉบับ: ทรัมป์สั่งกองทัพเรือปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังเจรจานิวเคลียร์อิหร่านล้มเหลว