คณะพาณิชย์ลงพื้นที่ด่านหูหงิ–โหย่วอี้กวน เร่งหารือจีน-เวียดนามเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์รับฤดูผลไม้ หลังปริมาณส่งออกทุเรียนพุ่งกว่า 80,900 ตัน พร้อมขอเพิ่มช่องตรวจพิเศษ-ขยายลานจอดรองรับรถ 500-600 ตู้ต่อวัน และผลักดันลดการสุ่มตรวจซ้ำซ้อน หวังเร่งระบายสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้รวดเร็วขึ้น
ดร.ปิยนุช วุฒิสอน คณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำคณะลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการขนส่งสินค้า ณ ด่านสากลหูหงิ จังหวัดหล่างเซิน ร่วมกับนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ และได้เข้าพบหารือกับนายเล ฮอง เกียง ผู้อำนวยการ Viettel Logistics Park และคณะ เพื่อศึกษาศักยภาพและรูปแบบการให้บริการของศูนย์โลจิสติกส์ชายแดนที่ทันสมัย และหารือการประชาสัมพันธ์ให้ภาคเอกชนไทยใช้ประโยชน์จาก Viettel Logistics Park ในการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าของไทยไปจีน และหาทางเพิ่มความร่วมมือด้านโลจิสติกส์และการค้าข้ามพรมแดนในอนาคต
จากนั้น ได้สำรวจเส้นทางคมนาคมขนส่งของรถบรรทุกสินค้า ที่ขนส่งสินค้าจากไทยผ่านเวียดนามไปยังจีน รวมถึงจุดจอดพักรถ จุดดำเนินพิธีการศุลกากร และช่องทางในการผ่านแดนไปยังจีน ที่ด่านสากลหูหงิ รวมถึงหารือกับนาย วู๋ เวียต ฮ่าย รองหัวหน้าคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจชายแดนด่งดัง-หลางเซินผู้บริหารของด่าน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งผลไม้ไทยไปจีน ในช่วงฤดูกาลผลไม้ในขณะนี้ โดยด่านสากลหูหงิเชื่อมกับด่านโหย่วอี้กวนของจีน เป็นด่านสำคัญในการขนส่งสินค้าระหว่างเวียดนามกับจีน และการขนส่งสินค้าผ่านแดนของไทยไปจีน
ทั้งนี้ คณะยังได้มีโอกาสหารือกับนายหวง อ้ายตง ผู้ตรวจการระดับ 2 รัฐบาลประชาชนเมืองฉงจั่ว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และนาย เกา ฮุย รองหัวหน้าด่านศุลกากรโหย่วอี้กวน และคณะ โดยได้ใช้โอกาสนี้ขอบคุณที่ช่วยอำนวยความสะดวกช่วงฤดูผลไม้ในปีที่ผ่านมา ซึ่งไทยส่งออกทุเรียนมากว่างซีจ้วง ปริมาณสูงถึง 80,900 ตัน และหวังว่าปีนี้ จะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น และได้ขอขอบคุณการเตรียมการของด่านโหยวอี้กวน ในปี 2569 ทั้งการขยายเวลาทำงาน และเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ด่าน เพิ่มช่องพิเศษสำหรับสินค้าเกษตรและผลไม้ (ในช่วงฤดูผลไม้ให้ Priority สินค้าผลไม้เป็นอันดับแรก) จำนวน 40 ช่องในพื้นที่ลานตรวจสอบและกักกัน การตรวจปล่อยแบบมีเงื่อนไข คือ สามารถให้รถขนส่งไปจอดรอผลตรวจ ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตนอกด่าน เพื่อลดความหนานแน่นบริเวณด่าน
การขยายช่องทางเดินรถเข้า-ออก ที่บริเวณเส้นศูนย์กิโลเมตร เป็นจำนวน 6 ช่องทาง (เข้า 3 ช่อง ออก 3 ช่อง) และขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างขยายเพิ่มช่องทางเดินรถ หากแล้วเสร็จจะมีช่องทางเดินรถ เข้า-ออกเป็นจำนวนทั้งสิ้น 14 ช่องทาง (เข้า 7 ช่อง ออก 7 ช่อง) และการวางแผนช่วงหนาแน่น ผลักดันรถเวียดนามใช้ด่านผู่จ้าย (ด่านทวิภาคีระหว่างจีน-เวียดนาม)
ขณะเดียวกัน ได้ขอให้ช่วยเตรียมความพร้อมและสถานการณ์หน้าด่าน เพราะปริมาณรถขนส่งผลไม้จากไทยและเวียดนามบริเวณหน้าด่านโหย่วอี้กวนช่วงฤดูผลไม้จะมีจำนวนมาก ช่วงพีคของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 500 – 600 กว่าตู้ต่อวัน และการสุ่มตรวจที่ด่านปัจจุบันเป็นการสุ่มตรวจตามระบบ ซึ่งอาจส่งผลให้การสะสมของรถผลไม้บริเวณหน้าด่าน และพื้นที่จอดรอผลตรวจ รวมทั้งขอให้เร่งสร้างห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จ และการขยายพื้นที่จอดรถรอผลตรวจ เพื่อให้เพียงพอต่อปริมาณรถเข้าด่านในช่วงฤดูผลไม้ และผลักดัน
ความร่วมมือระหว่างศุลกากรจีนกับฝ่ายไทยในการลดการสุ่มตรวจตู้ผลไม้ไทยซ้ำซ้อนที่หน้าด่าน หากผลตรวจของห้องปฏิบัติการของไทยเป็นที่ยอมรับ และมีมาตรฐานถูกต้องตามระเบียบของศุลกากรจีนสำหรับการหารือกับนาย หนง อันหยาง รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท Pingxiang International Group
และคณะผู้บริหารศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน (ฉงจั่ว)-อาเซียน ได้ขอให้ช่วยส่งเสริมการขาย และกระจายผลไม้ไทย หากการสร้างศูนย์ซื้อขายผลไม้จีนก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยขอให้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปใช้พื้นที่ อาทิ การ Live Streaming ขายตรงผลไม้ การใช้คลังสินค้าห้องเย็น ตลอดจนการกระจายผลไม้ เพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย และกระจายสินค้าผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีนเพิ่มมากขึ้น และขอให้ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับคณะจากทั้งภาครัฐและเอกชนไทยในการเข้าเยี่ยมชมศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน รวมทั้งการจัดกิจกรรมความร่วมมือในอนาคตระหว่างศูนย์การซื้อขายผลไม้จีนกับทูตพาณิชย์ ณ เมืองหนานหนิง
ทั้งนี้ในวันที่ 25 เม.ย.นางศุภจี จะลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามการผลิตทุเรียนมีคุณภาพเพื่อการส่งออก ณ สวน อ.สมพงษ์ และ บจก.แซมซัน อินเตอร์ เฟรซ โดยการทำงานทั้งหมดนี้ก็เพื่อเปิดทางสะดวกให้กับผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
นอกจากนี้ คณะยังมีการหารือร่วมกับภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในเวียดนาม ได้แก่ Central Retail Vietnam, C.P. Vietnam, SCG, Amata VN, WHA Vietnam, Super Energy, PEWG Thai , ธนาคารกสิกรไทย และประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม ที่ประสบความสำเร็จในการเข้ามาลงทุนและทำธุรกิจในเวียดนาม และได้สอบถามถึงสถานการณ์การดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยในเวียดนามว่ามีปัญหาอุปสรรคอะไร และมีข้อเสนอแนะอะไรที่ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยเหลือ รวมไปถึงมีผลกระทบจากนโยบาย หรือกฎระเบียบของเวียดนามต่อภาคธุรกิจไทยอะไรหรือไม่ หากมี จะได้ดำเนินการแก้ไข เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างทันท่วงที
ขณะเดียวกัน ได้ขอให้ผู้ประกอบการไทย ที่ประสบความสำเร็จในตลาดเวียดนาม ทั้งการเข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ภาคการผลิต และการค้าปลีก ขอให้ช่วยสนับสนุนนักลงทุนของไทย ที่อยากจะเข้ามาทำธุรกิจ หรือขยายตลาดในเวียดนาม และให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเจาะเข้าสู่ตลาดเวียดนามได้ โดยจะผลักดันการประชาสัมพันธ์เรื่องตราสัญลักษณ์ของสินค้าไทย ให้เป็นรู้จักมากขึ้น อาทิ Thai Select, Thailand Trust Mark
สำหรับผู้ประกอบการไทย ที่เข้าหารือในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายอดิศัย ประเสริฐศรี ที่ปรึกษาการค้ากิตติมศักดิ์ (HTA) กระทรวงพาณิชย์ ประจำเวียดนาม , นายประวีณ วิโรจน์พันธุ์ ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม (ThaiCham) , นางสาวพยอม วิสุเวช รองประธาน ThaiCham นายกุลเชฏฐ์ ธาราจันทร์ President & Country Director SCG Vietnam , นางสมหทัย พานิชย์ชีวะ CEO Amata Vietnam , Mr.Osamu Sudo Deputy CEO Amata Vietnam , นายดิสพงศ์ พรชนกนาถ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และ Country Head WHA Vietnam ,
นายปวริศ เอื้ออมรวนิช CEO C.P. Vietnam , นายเฉลิมชัย พรศิริปิยกูล รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการระหว่างประเทศและกิจกรรมเพื่อสังคม Central Retail Vietnam , นายสุภ ไวศยารัทธ์ ประธานกลุ่ม Power & Energy Working Group (PEWG Thai) , นายชวณรรฐ ไชยนันทน์ ตัวแทนกลุ่ม PEWG , นายชัพมนต์ จันทรพงศ์พันธุ์ Head Business Development / Country Director (Vietnam) Super Energy Corporation Public Co., Ltd. , นายจตุพร บุศยอังกูร General Director ธนาคารกสิกรไทย สาขาโฮจิมินห์ และนางสาวศุภิสรา ธนาบริบูรณ์ Chief Representative ธนาคารกสิกรไทย สาขา Hanoi
อีกทั้ง คณะเข้าหารือกับคณะกรรมการประชาชนจังหวัดหล่างเซิน ณ สำนักงานจังหวัดหล่างเซิน เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและเวียดนาม ซึ่งมีพัฒนาการที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยและเวียดนาม และติดตามสถานการณ์การขนส่งสินค้าผ่านแดนเวียดนามไปยังจีนในช่วงฤดูกาลผลไม้ของไทย เพราะหล่างเซินเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ชายแดนติดกับจีน จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งผลไม้ไปยังตลาดจีน เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือในช่วงที่ผลผลิตผลไม้ของไทยออกสู่ตลาดในปริมาณมาก เพื่อบรรเทาข้อกังวลของผู้ประกอบการไทยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกร และ SME ไทย
อ่านข่าวต้นฉบับ: ไทยเปิดเส้นทางผลไม้สู่จีน พาณิชย์ผนึกเวียดนาม-จีน ลดคอขวดโลจิสติกส์รับพีกซีซัน