‘อภิสิทธิ์’ ให้สัมภาษณ์ ‘นิกเคอิ เอเชีย’ เรียกร้องประเทศที่มีอำนาจระดับกลาง แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและดำเนินนโยบายเชิงรุก เพื่อปกป้องระเบียบโลก ท่ามกลางบริบทความผันผวนที่มหาอำนาจไม่เล่นตามกติกา รวมถึงย้ำบทบาทอาเซียน สามารถเป็นเวทีกลางทำให้คู่ขัดแย้งหันหน้าพูดคุยได้
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานบทสัมภาษณ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งระบุว่า ประเทศอำนาจขนาดกลาง (Middle Power) ในเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก ควรผนึกกำลังกัน เพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เนื่องจากผลพวงจากความขัดแย้งคุกคามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางนั้นไปไกลกว่าวิกฤตพลังงานและภาวะเงินเฟ้อ โดยสถานการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงข้อเท็จจริงว่า โลกที่เราคุ้นเคยมาหลายทศวรรษ กำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่ไม่ได้เห็นมานาน
“นอกเหนือจากผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้ว สิ่งนี้ยังเป็นสัญญาณเตือนให้ประเทศต่าง ๆ ไม่ใช่แค่ในเอเชีย แต่เป็นทั้งโลก ต้องคิดอย่างมีกลยุทธ์ว่า ควรมีบทบาทอย่างไรในการรับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้น” นายอภิสิทธิ์กล่าว
อดีตนายกรัฐมนตรียังระบุว่า การที่สหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อน ซึ่งประเทศส่วนใหญ่คิดว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศนั้น ชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องของระเบียบระหว่างประเทศที่มีอยู่ โดยระเบียบโลกที่เราต้องการและพยายามปกป้องอยู่นั้น มักจะมีปัญหาเสมอ เมื่อมหาอำนาจประเทศใดประเทศหนึ่งตัดสินใจที่จะไม่เล่นตามกติกา
อย่างไรก็ดี นายอภิสิทธิ์ยังชี้ให้เห็นว่า ผู้คนยังคงต้องการระเบียบอยู่บ้าง มากกว่าจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามแนวคิด ‘อำนาจคือความชอบธรรม’ (Might is Right) ซึ่งอาจถูกนำมาใช้โดยมหาอำนาจรายใดก็ได้
ขณะที่ระเบียบโลกถูกบ่อนทำลายจากสงครามอิหร่าน รวมถึงนโยบายภาษีต่างตอบโต้อัตราสูงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เมื่อปีก่อนหน้า นายอภิสิทธิ์แนะนำว่า ประเทศในเอเชียควรประสานงานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อลดความเสียหายจากภาวะชะงักชะงัน
“หากสหรัฐหรือจีน ซึ่งที่ผ่านมาพยายามทำหน้าที่ปกป้องระเบียบโลกที่เป็นอยู่ เริ่มที่จะขัดขวางห่วงโซ่อุปทานโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง จนทำให้ประเทศอื่น ๆ ถูกบีบให้ต้องเลือกข้าง หรือไม่สามารถเข้าถึงห่วงโซ่อุปทานของทั้งสองฝ่ายได้ และหากประเทศเหล่านี้ไม่รวมกลุ่มกันเพื่อหาทางรับมือกับปัญหา ผมคิดว่าความเสียหายจะยิ่งใหญ่กว่านี้มาก” นายอภิสิทธิ์กล่าว
“ดังนั้นแล้ว ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยต้องสร้างข้อตกลงหรือระเบียบแบบแผนบางอย่าง ที่แม้จะขาดมหาอำนาจไปหนึ่งหรือสองประเทศ ยังคงสามารถยึดมั่นและยืนหยัดร่วมกันต่อไปได้” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในเอเชีย บทบาทของอาเซียนมีความสำคัญเป็นพิเศษ
“อาเซียนจำเป็นต้องยกระดับบทบาทและดำเนินนโยบายเชิงรุกให้มากขึ้น” นายอภิสิทธิ์ พร้อมเน้นย้ำว่า ภูมิภาคนี้สามารถมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงกลุ่มประเทศอำนาจระดับกลาง ให้รวมตัวกันและแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันให้มากขึ้น ในกรณีที่ประเทศมหาอำนาจไม่ยินดีที่จะปฏิบัติตามระเบียบโลกอีกต่อไป
อดีตนายกรัฐมนตรียังตั้งข้อสังเกตว่า ขณะที่องค์กรระดับภูมิภาคอย่างอาเซียนทวีความสำคัญขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้นำหลายประเทศกลับถอยไปให้ความสำคัญกับนโยบายภายในประเทศและปลุกกระแสชาตินิยม โดยสำหรับอาเซียน ประเทศสมาชิกทั้ง 11 ประเทศ ไม่ใช่แค่ประเทศประธานซึ่งหมุนเวียนรายปี แต่ควรตระหนักถึงวาระระดับภูมิภาคมากขึ้น
“พูดตามตรง ผมคิดว่าวาระของอาเซียนส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนโดยข้าราชการ เพราะไม่มีเจตจำนงทางการเมืองที่เกิดจากแรงกดดันของประชาชนทั่วไป เราจำเป็นต้องสร้างความรู้สึกของการเป็นหนึ่งเดียวกันและมีอนาคตผูกพันร่วมกัน เพราะไม่เช่นนั้น ก็จะไม่มีแรงกดดันทางการเมืองที่มากพอในการขับเคลื่อนวาระการบูรณาการเชิงรุก” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ยังเรียกร้องให้ประเทศที่ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่น ประเทศสมาชิกอาเซียน เข้ามามีบทบาทเชิงรุกในการแก้ไขสถานการณ์มากขึ้น โต้แย้งแนวคิดของหลายฝ่ายที่เชื่อว่า จะสามารถรักษาความเป็นกลางไว้ได้ด้วยการนิ่งเฉย
“กลุ่มประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก จำเป็นต้องมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้น ในการวางตัวเป็นกลางหรือไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง” นายอภิสิทธิ์กล่าว และเรียกร้องให้ประเทศเหล่านั้นจัดหาเวทีหารือ เกี่ยวกับวิธีการดำเนินการในระเบียบโลกที่ทุกฝ่ายสามารถเข้าใจและสนับสนุนได้
อาเซียนเสนอเวทีสำหรับการเจรจา เช่น การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) ซึ่งมีจีนและสหรัฐเข้าร่วมด้วย ภายใต้แนวคิด ‘ความเป็นแกนกลางของอาเซียน’ (ASEAN Centrality) ซึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งในขณะนี้
“ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดที่อาเซียนสามารถทำได้คือ การเป็นเวทีให้มหาอำนาจได้หันหน้าพูดคุยกัน โดยอาเซียนไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อใคร และเมื่อเกิดการปะทะกันระหว่างมหาอำนาจ บางครั้งการพูดคุยกันโดยตรงเป็นเรื่องยาก แต่อาเซียนสามารถจัดหาเวทีนั้นได้” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
นอกเหนือจากเอเชียแล้ว นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงบทบาทของสหภาพยุโรป (EU) ในภูมิทัศน์โลกปัจจุบันด้วย
“ในแง่หนึ่ง EU ควรแยกตัวออกจากสหรัฐมากขึ้น ควรเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมกับจีน ประเทศในเอเชีย อินเดีย อาเซียน และอื่น ๆ เพื่อช่วยสร้างความเป็นปึกแผ่นนี้” นายอภิสิทธิ์กล่าว พร้อมทิ้งท้ายว่า หาก EU ทำเช่นนี้ และได้รับการสนับสนุนจากประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น แคนาดา และออสเตรเลีย ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกก็จะให้การสนับสนุนเรื่องดังกล่าวอย่างรวดเร็ว
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘อภิสิทธิ์’ ให้สัมภาษณ์สื่อนอก จี้ ‘ประเทศขนาดกลาง’ ผนึกกำลังปกป้องระเบียบโลก